
ไฟไหม้กุฎิไม้สักอายุนับ100ปีวอด
ไฟไหม้วัดพระอารามหลวงเมืองตากกุฎิไม้สักอายุนับ 100 ปี เสียหายกว่า 3 ล้านบาทคาดไฟฟ้าลัดวงจร
ไฟไหม้วัดพระอารามหลวงเมืองตากกุฎิไม้สักอายุนับ 100 ปี เสียหายกว่า 3 ล้านบาทคาดไฟฟ้าลัดวงจร
นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผวจ.ตาก ได้สั่งการให้นายสมศักดิ์ สะมะโน หัวหน้ากลุ่มงานอำนวยการและประสานงาน สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตาก รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตาก เดินทางเข้าไปตรวจสอบซากกุฏิ ไม้สักเก่าแก่อายุนับ 100 ปี โดยเข้าไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตาก และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภายหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้กุฏิไม้สักเก่าแก่มีมูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท รวมทั้งมีของเก่าโบราณประเมินค่าไม่ได้เสียหายจำนวนมากมหาศาล
พระครูบรรพตมณีรักษ์ หรือหลวงพ่อเหลือ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดมณีบรรพตวรวิหาร กล่าวว่า สาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณจุดเชื่อมสะพานไฟหัวบันได้ชันบน ก่อนสะเก็ดเพลิงจะร่วงตกลงมาด้านล่าง แล้วลุกลามไหม้จนกุฏิเสียหายทั้งหลัง โชคดีที่พระครูบรรพตมณีรักษ์ หรือหลวงพ่อเหลือ จำวัดนอนหลับอยู่ รู้สึกร้อนผิดสังเกต และมีกลุ่มควันหนาแน่นเต็มกุฏิ จึงรีบหนีตายออกมาได้อย่างทันท่วงที หากช้ากว่านั้นอีกไม่กี่นาทีอาจสำลักควันจนมรณภาพได้
สำหรับความเสียหายเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิฐานว่าน่าจะประมาณกว่า 3 ล้านบาท โดยเฉพาะพระเครื่อง พระบูชา ที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ประเมินค่ามิได้ ดังนั้นจึงต้องรอให้ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 (พิษณุโลก) เข้าตรวจสอบเพิ่มเติมอีกครั้ง เพราะมูลค่าความเสียหายเกินกว่า 1 ล้านบาท ระหว่างนี้ทางวัดจะให้พระ เณรจัดเวรยามเฝ้าดูแลรอบซากกุฏิตลอด 24 ชั่วโมง ทางด้านเจ้าหน้าที่ทหารจาก ร.14 พัน.1 จังหวัดตาก ได้เดินทางมาช่วยเหลืออำนวยความสะดวก ร่วมกับชาวบ้านที่ทราบข่าวแล้วเดินทางมาดูซากปรักหักพังอย่างคับคั่งตลอดทั้งวัน
นอกจากนี้มีรายงานว่าก่อนหน้านี้มีเช้ามืดที่ผ่านมา พ.ต.ท.มนู ธุวะคำ พนักงานสอบสวน ทำหน้าที่สารวัตครเวร สภ.เมือง จ.ตาก ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้กุฏิพระวัดมณีบรรพตวรวิหาร พระอารามหลวง จึงประสานนายอนันท์ชัย ทวีเกื้อกูลกิจ นายกเทศมนตรีเมืองตาก และนายณัฐวุฒิ ทวีเกื้อกูลกิจ นายกองค์การบริหาร่สวนจังหวัด (อบจ.) ตาก และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้เคียงนำรถดับเพลิงไประงับเหตุกว่า 20 คัน ที่เกิดเหตุเป็นกุฏิของพระครูบรรพตมณีรักษ์ หรือหลวงพ่อเหลือ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นกุฏิไม้สักทรงโบราณ สร้างเมื่อปี 2464 ถูกเพลิงไหม้จากชั้นล่างลามขึ้นไปชั้นบน พระ-เณรกำลังช่วยกันเอาน้ำสาดดับไฟ เมื่อรถดับเพลิงมาถึงจึงเร่งสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังกุฏิข้างเคียง ซึ่งต้องใช้เวลานาน 2 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบ แต่กุฏิถูกไฟไหม้วอดทั้งหลัง
พระครูบรรพตมณีรักษ์ ล่าวว่า ขณะเกิดเหตุกำลังจำวัดอยู่รูปเดียว รู้สึกว่าร้อนมาก จึงลุกออกจากห้องนอน เห็นเพลิงกำลังลุกไหม้บริเวณบันไดทางขึ้นชั้นบน จึงได้หนีออกจากกุฏิทางประตูหลังอย่างทุลักทุเล และได้เรียกให้พระเณรในวัดมาช่วยกันดับไฟ พร้อมขอความช่วยเหลือไปยังเทศบาลเมืองตาก แต่สุดท้ายเพลิงก็ลุกไหม้กุฏิเสียหายทั้งหลัง ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งเพราะเป็นกุฏิเก่าแก่ อาศัยอยู่มาตั้งแต่บวชจนปัจจุบัน ส่วนทรัพย์สินที่เสียหายมีพระเครื่อง พระบูชาเก่าแก่ และเงินที่ญาติโยมมาทำบุญ รวมทั้งตู้ไม้สักเก่าแก่หลายหลังที่บรรจุพระคัมภีร์โบราณด้วย







