posttoday
เตรียมใช้ระบบอี-วีซ่าแทนแผ่นปะตรวจลงตรา

เตรียมใช้ระบบอี-วีซ่าแทนแผ่นปะตรวจลงตรา

27 สิงหาคม 2556

บัวแก้วชี้ดวงตราวีซ่าหาย 2,000 แผ่นที่เฮกผิดพลาดระบบขนส่ง ขณะที่สูญหายที่สะหวันเขตฝีมือลูกจ้างท้องถิ่น เผยเตรียมใช้ระบบอี-วีซ่าแก้ปัญหา

บัวแก้วชี้ดวงตราวีซ่าหาย 2,000 แผ่นที่เฮกผิดพลาดระบบขนส่ง ขณะที่สูญหายที่สะหวันเขตฝีมือลูกจ้างท้องถิ่น เผยเตรียมใช้ระบบอี-วีซ่าแก้ปัญหา

นายณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่แผ่นปะตรวจลงตรา จำนวน 2,000 ใบ ที่ส่งให้กับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ สูญหายไป ซึ่งเรื่องนี้ นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศเนเอร์แลนด์ ได้ชี้แจงว่า ระยะเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์สูญหายเกิดขึ้นบ้าง แต่มักจะพบในเวลา 1-2 สัปดาห์ต่อมา

ทั้งนี้ สาเหตุของการสูญหายเนื่องจากการต้องเปลี่ยนเที่ยวบินจากประเทศในยุโรปไปยังกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพราะไม่มีเที่ยวบินตรงจากไทยไปยังกรุงเฮก ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้พบแผ่นปะแล้วนำไปใช้ จึงได้สั่งยกเลิกแผ่นปะดังกล่าวทั้งหมดไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)

“ขอยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกรณีที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยล่าสุด ยังไม่พบแผ่นปะตรวจลงตรา 2,000 ใบ และทางสายการบินก็พร้อมจะชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ตามมูลค่าของถุงเมล์ดังกล่าว เป็นเงิน 26,000 บาท”นายณัฏฐวุฒิกล่าว

ส่วนกรณีของจ.สะหวันเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ สปป.ลาว ที่ทางสตม.พบว่ามีการใช้แผ่นปะตรวจลงตรา จำนวน 2 ใบ ออกโดยสถานกงสุลใหญ่ไทยที่สะหวันเขต ให้กับชาวกาน่า และบุรุนดี ซึ่งตามจริงแล้วทางสถานกงสุลใหญ่ไทยไม่ได้ออกให้ จึงประสานสตม.ที่จ.หนองคาย ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว

อย่างไรก็ตาม สถานกงสุลใหญ่ไทยจ.สะหวันเขต ได้ตรวจสอบย้อนกลับไปพบความผิดปกติในปี 2551 พบว่า มีแผ่นปะดังกล่าวสูญหายไป 500 ใบ ขณะนี้อยู่ในระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริง โดยที่สตม.พบ 2 ใบนั้น รวมอยู่ใน 500 ใบดังกล่าวด้วย และยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เพราะอาจกระทบต่อการสอบสวน และยืนยันว่ากระทรวงไม่ได้นิ่งนอนใจ

สำหรับกรณีของจ.สะหวันเขตนั้น สันนิษฐานว่า เป็นฝีมือของลูกจ้างท้องถิ่น ส่วนจะมีข้าราชการของกระทรวงฯเกี่ยวข้องหรือไม่จะต้องมีการสอบสวนต่อไป แต่ในชั้นนี้ ถือว่าปฏิบัติหน้าที่หละหลวม เนื่องจากแผ่นปะของไทยถือว่ามีมาตรฐานสูงปลอมแปลงได้ยากจึงต้องใช้วิธีขโมยออกมาแทน

นายณัฏฐวุฒิ กล่าวว่า อี-วีซ่านั้น อยู่ในช่วงของการออกแบบทีโออาร์ โดยกระทรวงได้เดินทางไปดูงานที่สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี เพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับของไทย ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2555 และได้มอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง (สจล.) เป็นผู้ออกแบบร่างทีโออาร์ พร้อมตั้งเป้าไว้จะเริ่มใช้วันที่ 1 ต.ค. 2557

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อปี 2555 สถานทูตฯ และสถานกงสุลทั่วโลก 93 แห่ง และสถานทูตกิติมาศักดิ์ 140 แห่ง ใช้แผ่นปะตรวจลงตราไปทั้งหมด 3,438,885 ใบ ขณะที่ในครึ่งปีแรกของปี 2556 ใช้ไปแล้ว 2,431,971 ใบ และคาดว่าปีนี้อาจพุ่งถึง 4 ล้านใบ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจากจีนเดินทางเข้ามายังไทยจำนวนมาก ขณะที่ปัญหา คือ แผ่นปะ 800 ใบ และหน่วยออกวีซ่า 2 แห่ง

“เรียนด้วยความสัตย์จริง ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมาจากความประมาทเลินเล่อส่วนบุคคล เรามีระบบที่ดีในการเก็บรักษาและผลิต หากเจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติตามระเบียบเหล่านี้ วีซ่า สติกเกอร์ จะไม่มีวันหลุดออกไป ซึ่งในเรื่องนี้ทางรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้กำชับให้ดำเนินการอย่างเต็มที่ ตรงไปตรงมา และถึงที่สุด”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท