
ทางออกเดียว
นับเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลก สำหรับเหตุโจมตีด้วยอาวุธเคมีในซีเรีย ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,300 ศพ ซึ่งล่าสุดกองทัพสหรัฐประกาศพร้อมที่จะเข้าปฏิบัติการทางทหารในซีเรียทุกเมื่อ
นับเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลก สำหรับเหตุโจมตีด้วยอาวุธเคมีในซีเรีย ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,300 ศพ ซึ่งล่าสุดกองทัพสหรัฐประกาศพร้อมที่จะเข้าปฏิบัติการทางทหารในซีเรียทุกเมื่อ
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ แสดงความเห็นว่า รัฐบาลกรุงวอชิงตันภายใต้การนำของประธานาธิบดี บารัก โอบามา ควรยับยั้งความต้องการในการเข้าแทรกแซงด้วยกำลังในสงครามกลางเมืองของซีเรีย เนื่องจากมองว่าไม่ว่าฝ่ายรัฐบาลของประธานาธิบดี บาชาร์ อัล อัสซาด หรือฝ่ายกบฏจะชนะสงครามครั้งนี้ ก็ส่งผลร้ายต่อสหรัฐไม่ต่างกัน
สื่อชื่อดังในสหรัฐมองว่า หากฝ่ายรัฐบาลซีเรียสามารถทวงอำนาจคืนได้จากกลุ่มกบฏ ก็เท่ากับเป็นการตอกย้ำถึงอิทธิพลของอิหร่านและกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ที่สนับสนุนรัฐบาลซีเรียมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะถือเป็นภัยโดยตรงต่อชาวมุสลิมนิกายซุนนีตลอดจนถึงอิสราเอล ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งมายาวนาน
ขณะเดียวกัน หากกลุ่มกบฏชนะ ก็จะเป็นภัยร้ายแรงต่อสหรัฐ ชาติพันธมิตรอย่างยุโรปและตะวันออกกลาง เพราะกลุ่มหัวรุนแรงซึ่งรวมถึงกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ ถือเป็นกำลังต่อสู้สำคัญในกลุ่มกบฏปฏิวัติซีเรียครั้งนี้ ดังนั้นเมื่อกลุ่มกบฏชนะและจัดตั้งรัฐบาล ก็จะถือเป็นฝ่ายปรปักษ์ต่อสหรัฐไปโดยปริยาย
นิวยอร์กไทมส์มองว่า ทางออกเดียวที่จะไม่กระทบต่อผลประโยชน์ของชาวอเมริกันมากที่สุดคือการคุมเชิงจากระยะไกล และปล่อยให้ศัตรูของชาติทั้ง 4 กลุ่มเผชิญหน้ากันเอง ซึ่งสามารถปกป้องไม่ให้กลุ่มเหล่านี้โจมตีชาวอเมริกันและพันธมิตร







