
พิสูจน์ความจริงใจ
การปฏิรูปการเมืองจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากนักการเมือง พรรคการเมือง และภาคส่วนของสังคมทั้งหลายไม่ได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
การปฏิรูปการเมืองจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากนักการเมือง พรรคการเมือง และภาคส่วนของสังคมทั้งหลายไม่ได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
การตั้งไข่ปฏิรูปการเมืองกลางทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2556 ถูกปรามาสตั้งแต่ต้นว่าขาดความจริงใจ มีเจตนาแค่ผ่าทางตันของกลุ่มการเมือง โดยกลุ่มอื่นๆ ของสังคมไม่ได้เห็นดีเห็นงามด้วย
ข้อกังขาใหญ่ในสังคมก็คือ การตั้งเวทีปฏิรูปในเวลานี้ เพราะรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บริหารประเทศเข้าสู่ทางตัน เศรษฐกิจตกต่ำกว่าประมาณการ นโยบายประชานิยมกำลังส่งผลกระทบต่อภาระงบประมาณในหลายๆ ด้าน ยังผลให้ประเทศตกอยู่ในความเสี่ยง ฯลฯ
มาวันนี้ นายกฯ ประกาศต่อชาวโลกจะเดินหน้าปรองดองด้วยความจริงใจ จะสร้างอนาคตร่วมกัน จะสร้างสมดุลระหว่างอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ จะหันไปหาคำว่าประชาธิปไตยที่โปร่งใส ฯลฯ
ที่กล่าวมาทั้งหมดอาจเรียกว่า สัญญาประชาคม แต่หากย้อนกลับไปช่วง 2 ปีก่อน เนื้อหาเหล่านี้พรรคเพื่อไทย และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้ง ได้ให้คำมั่นสัญญากับประชาชนไว้แล้วทั้งสิ้น...แต่กลับไม่ดำเนินการใดๆ
นโยบายเร่งด่วนที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา และกำหนดจะทำในปีแรก ข้อ 1.1 คือ สร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟื้นฟูประชาธิปไตย แต่พรรคเพื่อไทยสนับสนุนมวลชนเสื้อแดง ยั่วยุให้สถานการณ์การเมืองล่อแหลมอย่างต่อเนื่อง
วันนี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ชวนคนไทยนับหนึ่งใหม่ ขณะที่พรรคเพื่อไทยกำลังผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมให้ผ่านสภา กำลังพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญไปสู่การครอบงำทางการเมืองรอบใหม่
จะยึดการบริหารงานที่โปร่งใส แต่จนวันนี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่ตอบตัวเลขขาดทุนโครงการรับจำนำข้าว รวมถึงไม่ยึดระบบคุณธรรมในการแต่งตั้งข้าราชการ
จะลดความเหลื่อมล้ำ รังเกียจสังคมสองมาตรฐาน แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ปฏิเสธกฎหมายภาษีมรดก ภาษีที่ดิน ทั้งที่มีข้อเสนอเป็นรูปธรรม จับต้องได้
สาระสำคัญของการปฏิรูปประเทศ ล้วนมีการรวบรวมประเด็นไว้พร้อมสรรพทุกมิติ ไม่ต้องรอชวนนายบรรหาร ศิลปอาชา มานับหนึ่งใหม่
หากรัฐบาลเพื่อไทยคิดใหม่ทำใหม่เพื่อคนไทยทุกคนตามที่ได้ประกาศไว้ ข้อเสนอทั้งจากคณะนายอานันท์ ปันยารชุน และ นพ.ประเวศ วะสี ก่อนหน้านี้ เพียงพอจะเป็นแนวทางช่วยให้สังคมไทยมีภูมิคุ้มกันและสามารถเห็นอนาคตที่ดีร่วมกันได้







