
ปชป.ยกข้อเสนอคปก.ท้วงแก้ที่มาสว.
สภาเริ่มถกแก้รัฐธรรมนูญ "จุรินทร์" ยกหนังสือ คปก. ห่วงการแก้ไขที่มาสว. ขัดต่อเจตนารมย์รัฐธรรมนูญ
สภาเริ่มถกแก้รัฐธรรมนูญ "จุรินทร์" ยกหนังสือ คปก. ห่วงการแก้ไขที่มาสว. ขัดต่อเจตนารมย์รัฐธรรมนูญ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 ส.ค. ที่ประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พิจารณาต่อในมาตรา 3 ว่าด้วยการแก้ไข มาตรา 111,112 เกี่ยวกับการให้สว.มาจากการเลือกตั้ง 200 คน มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งเป็นการพิจารณาต่อหลังจากที่รัฐสภาได้มีการพักประชุมไปเมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา
ก่อนเข้าสู่วาระ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ได้หารือต่อประเด็นที่นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ส่งหนังสือถึงประธานรัฐสภาและสมาชิกรัฐสภา ระบุว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาสว.นั้นส่อขัดต่อเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ ดังนั้นจะพิจารณาอย่างไรเพื่อไม่ให้การพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภาขัดต่อรัฐธรรมนูญ
นายนิคม ไวยรัชพานิช ชี้แจงว่าได้รับหนังสือแล้วและเห็นว่าเป็นประโยชน์ ดังนั้นขอให้เจ้าหน้าที่ห้องประชุมแจกเอกสารดังกล่าวให้กับสมาชิกด้วย จากนั้นให้นายสามารถ แก้วมีชัย สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่าความเห็นดังกล่าวเป็นการให้ความเห็นทางกฎหมายของนายคณิต
นายสามารถ กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ที่นายคณิตจะแสดงความเห็นได้ แต่ไม่ใช่ผู้ที่ชี้ขาดว่าการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภาไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ตรวจสอบหากมีผู้ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบ
ขณะที่นายสาธิต ปิตุเตชะ สส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอให้คณะกมธ.เอาข้อเสนอของคปก.ไปหารือเพื่อให้ได้ข้อยุติก่อนว่าจะทำอย่างไรต่อไปแล้วค่อยดำเนินการ จากนั้น นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ขอให้พักการประชุมเพื่อนำเรื่องนี้ไปหารือก่อน ทำให้ นายสามารถ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการพิจารณาวันสุดท้าย เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ต่างคปก.ทำรายงานมายังสภาฯ เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ทำให้กมธ.ไม่มีเวลาเรียกรประชุมได้อีก ซึ่งยืนยันว่านายคณิต มีสิทธิตั้งข้เสนอ แต่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติมีหน้าที่การพิจารณากฎหมาย ภสภาฯ ไม่มีอำนาจหาข้อยุติ
จากนั้นที่ประชุมจึงเริ่มต้นพิจารณาในประเด็นเนื้อหามาตรา 3 โดยนายธานี อ่อนละเอียด สว.สรรหากล่าวว่าได้ขอแปรญัตติโดยเสนอให้วุฒิสภา 200 คน มาจาก การเลือกตั้งรายจังหวัด 125 คน และ ให้เลือกจากปาร์ตี้ลิสต์กลุ่มวิชาชีพ ให้ได้ 75 คน







