
ตลาดทีวีดีดรับดิจิตอลกสท.ไฟเขียวขาย54รุ่น
เครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อมส่งทีวีดิจิตอลทำตลาด หลัง กสทช.ไฟเขียว ด้านแอลจีประเดิมตลาด 12 รุ่น ขณะที่โซนี่บุกหนัก 16 รุ่น ควบอัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเต็มสูบ
เครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อมส่งทีวีดิจิตอลทำตลาด หลัง กสทช.ไฟเขียว ด้านแอลจีประเดิมตลาด 12 รุ่น ขณะที่โซนี่บุกหนัก 16 รุ่น ควบอัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเต็มสูบ
ตลาดทีวีคึก หลังบอร์ด กสท.ไฟเขียวขายเครื่องรับดิจิตอล 4 แบรนด์ 54 รุ่นพร้อมออกประกาศเชิญชวนซื้อซองประมูลวันนี้
บอร์ดกสท. ไฟเขียวขายทีวีดิจิตอล 4 แบรนด์ 54 รุ่น พร้อมออกประกาศเชิญชวนซื้อซองประมูลวันนี้
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 26 ส.ค. อนุมัติให้สามารถขายโทรทัศน์ที่มีเครื่องรับดิจิตอล 5 บริษัท จำนวน 54 รุ่น ประกอบด้วย พานาโซนิค เอวีซี เน็ตเวิร์คส (ประเทศไทย) พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) โซนี่ไทย แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) และไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์
สำหรับเครื่องรับโทรทัศน์ที่ผลิตในประเทศ ผู้ประกอบการสามารถวางขายได้เลย แต่รุ่นที่นำเข้าจากต่างประเทศต้องมาขออนุญาตจำหน่ายตาม พ.ร.บ.วิทยุโทรคมนาคม พ.ศ. 2498 ซึ่ง กสท.ไม่ได้กำหนดราคาจำหน่ายของทีวีดิจิตอล เพื่อเปิดให้ผู้ประกอบการแข่งขันกันตามกลไกตลาด
นอกจากนี้ วันที่ 27 ส.ค. กสท.ได้ออกประกาศหนังสือเชิญชวนประมูลทีวีดิจิตอล โดยได้เพิ่มเติมเงื่อนไข 2 ข้อ คือ ราคาค่าเช่าโครงข่ายจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าก่อนการประมูล 30 วัน และลำดับการประมูลว่าช่องใดเริ่มประมูลก่อน โดยจะแจ้งก่อน 15 วัน ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าช่องที่มีผู้เข้าประมูลมากสุดจะเริ่มก่อน และจะเริ่มเปิดขายซองวันที่ 10-12 ก.ย.
พ.อ.นที กล่าวว่า บอร์ดยังมีมติให้กำหนดบทลงโทษบริษัท โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ที่นำการ์ตูนที่มีเนื้อหาขัดศีลธรรม ตามมาตรา 37 พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 มาเผยแพร่ในช่องแก๊งการ์ตูน โดยมีฉากที่ทำให้ก่อให้เกิดการยั่วยุทางเพศ ทั้งที่เป็นช่องรายการเด็ก ซึ่งได้ให้ฝ่ายกฎหมายไปกำหนดบทลงโทษว่าจะดำเนินการแบบใด แล้วนำเสนอบอร์ดอีกครั้ง
ด้าน พ.อเศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า บอร์ด กทค. เห็นชอบให้ออกเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม แบบที่ 3 ของ บริษัท ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม ให้แจ้งกทค. ทราบก่อนระยะสัมปทานสิ้นสุดไม่น้อยกว่า 90 วัน พร้อมจัดทำแผนและมาตรการรองรับการประกอบกิจการไม่ให้กระทบถึงผู้ใช้บริการ
ขณะที่ประเด็นดาวเทียมไอพีสตาร์ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาว่าเป็นดาวเทียมนอกสัมปทาน กทค. เห็นว่าดาวเทียมดังกล่าวยังอยู่ในสัมปทานของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ไม่เกี่ยวกับระบบการให้ใบอนุญาตของ กทค. แต่อย่างใด
ด้านนายอลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทมีเครื่องรับโทรทัศน์รองรับระบบดิจิตอล พร้อมนำเข้าทำตลาดแล้วทั้งหมด 12 รุ่น ซึ่งทุกรุ่นเป็นระบบจูนเนอร์ในตัว โดยจะรีบดำเนินการขออนุญาตรับสติกเกอร์น้องดูดีจาก กสท.เพื่อทำการตลาดทันที
หลังจากที่ กสทช.อนุมัติให้ผู้ประกอบการเครื่องใช้ไฟฟ้าสามารถทำตลาดทีวีที่มีเครื่องรับสัญญาณระบบดีวีบีที 2 (DVBT2) ได้ บริษัทจะรีบดำเนินการขออนุญาติรับสติ๊กน้องดูดี เพื่อทำการตลาดทันที โดยขณะนี้บริษัทมีทีวีที่พร้อมนำเข้าทำตลาดแล้วทั้งหมด 12 รุ่น ซึ่งทุกรุ่นเป็นระบบจูนเนอร์ในตัว
สำหรับราคาจำหน่ายนั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดของทีวีแต่ละรุ่น สำหรับแอลจีเริ่มต้นที่ 11,900 บาท ขนาด 32 นิ้ว และแพงสุด 4.9 แสนบาท ขนาด 84 นิ้ว
“หลังจากที่การดำเนินงานทีวีดิจิตอลเริ่มมีความชัดเจน คาดว่าสิ้นปีนี้ภาพรวมตลาดทีวีน่าจะเติบโตได้ที่ 10% ส่วนการทำตลาดต้องรอความชัดเจนของวันออกอากาศทีวีดิจิตอลอีกครั้ง ซึ่งถือว่าสำคัญอย่างมาก” นายอลงกรณ์ กล่าว
หลังจากที่การดำเนินงานทีวีดิจิตอลเริ่มมีความชัดเจน บริษัทคาดว่าสิ้นปีนี้ภาพรวมตลาดทีวีน่าจะเติบโตได้ที่ 10% ขณะที่ยอดขายของบริษัทน่าจะเติบโตที่ 15%
ในด้านของการทำกิจกรรมการตลาดบริษัทจะยังไม่เน้นมากนักในขณะนี้ เนื่องจากต้องการรองความชัดเจนในด้านของวันออกอากาศทีวีดิจิตอล ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก อย่างไรก็ตามหลังจากที่การดำเนินงานทีวีดิจิตอลเริ่มมีความชัดเจน บริษัทคาดว่าสิ้นปีนี้ภาพรวมตลาดทีวีน่าจะเติบโตได้ที่ 10% ขณะที่ยอดขายของบริษัทน่าจะเติบโตที่ 15%
“ในมุมของผู้ผลิตและผู้บริโภคขณะนี้ค่อนข้างมีความพร้อมในเรื่องของทีวีดิจิตอล แต่ปัญหาหลักตอนนี้คือ การออนแอร์ของทีวีดิจิตอลว่าจเริ่มวันไหน เพราะตอนนี้ดูเหมือนจะเลื่อนมา 2 ครั้งแล้ว จากเดิมว่าจะออกอากาศได้วันที่ 5 ธ.ค. แต่ก็ถูกเลื่อนออกไปอีก ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเมื่อไหร่ เราจึงไม่เน้นการทำตลาดในช่วงนี้มากนัก” นายอลงกรณ์กล่าว
นายภิญโญ สงวนเศรษฐกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าขายและการตลาดผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ บริษัท โซนี่ ไทย กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทได้นำทีวีดิจิตอลจูเนอร์จำนวน 16 รุ่นเข้าทำตลาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายหลัง กสทช. อนุญาติให้สามารถนำทีวีที่รองรับระบบทีวีดิจิตอลเข้าทำตลาดได้ โดยในส่วนของของขนาดและราคาทีวีจะเริ่มต้นที่ 32 นิ้ว ราคา 16,900 บาท ไปจนถึง ขนาด 65 นิ้ว ราคา 269,990 บาท
นอกจากนี้ บริษัทยังได้เตรียมงบประมาณไว้จำนวน 30 ล้านบาท ในการทำกิจกรรมการตลาดไปจนถึงสิ้นปีนี้ เพื่อสร้างการรับรู้ในสินค้าดังกล่าว ด้วยการทำสื่อโฆษณาผ่านทุกช่องทาง ขณะเดียวกันยังได้ทำโปรโมชั่นร่วมกับสถาบันการเงิน เช่น รับเงินคืน 10% เมื่อชำระเงินผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ หรือผ่อน 0% นาน 6 เดือน
พร้อมกันนี้ ยังได้จัดแคมเปญพิเศษเมื่อลูกค้าซื้อทีวีดิจิตอลจูนเนอร์ เช่น หากต้องการซื้อเครื่องเล่นบลูเรย์สามารถซื้อได้ในราคาพิเศษจ่าย 1 ใน 3 ของราคาเต็ม ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 3,400 - 3,500 บาท เป็นต้น ซึ่งหลังจากที่บริษัทออกมาทำกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่องคาดว่าจะสามารถกระตุ้นยอดขายให้อัตราเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% เท่ากับภาพรวมตลาดหลังต้นปีที่ผ่านมามียอดขายทีวีชอลตัว







