posttoday
ขายชาติ-ขายแผ่นดิน

ขายชาติ-ขายแผ่นดิน

26 สิงหาคม 2556

วันนี้จะพูดในสิ่งที่จะทำให้โดนด่าได้ง่ายๆ คือจะเชียร์ให้ “ขายชาติขายแผ่นดิน”

วันนี้จะพูดในสิ่งที่จะทำให้โดนด่าได้ง่ายๆ คือจะเชียร์ให้ “ขายชาติขายแผ่นดิน”

เพราะวันก่อนมีข่าวว่าสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินกำลังเตรียมชงร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดลักษณะตัวแทนอำพราง พ.ศ. ... เพื่อออกมาแก้ปัญหาฝรั่งแอบกว้านซื้อที่ดินในเมืองไทย โดยซื้อที่ดินผ่านตัวแทนอำพรางลักษณะต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่ได้รับการออกแบบมาให้ลอดช่องกฎหมายที่ห้ามฝรั่งซื้อที่ดินไปได้โดยสะดวกทั้งนั้น

เรื่องอย่างนี้ทำได้ตั้งแต่การแต่งงานกับคนไทยแล้วให้เมียไทยเอาเงินไปซื้อที่ไว้ ไปจนกระทั่งอย่างพิสดารก็คือ การตั้งบริษัทแล้ววางโครงสร้างซ้อนกันไปซ้อนกันมาจนกว่าจะได้ผลว่าบริษัทที่ซื้อที่ดินเป็นบริษัทไทยตามกฎหมาย แต่คนที่ได้ใช้ประโยชน์หรือเป็นเจ้าของที่ดินนั้น ในทางปฏิบัติจริงก็คือฝรั่ง โดยอย่างหลังนี่มีรายละเอียดมาก สุดแล้วแต่ความแยบยลของที่ปรึกษากฎหมาย ผู้มีหน้าที่ช่วยให้ฝรั่งซื้อที่ดินไปทำธุรกิจจนได้ ไม่ว่ากฎหมายจะมีบทบัญญัติกีดกันสลับซับซ้อนเพียงใด

แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีใด ผลสุดท้ายก็คือฝรั่งได้ที่ดินไปอย่างที่ต้องการ เพียงแต่แทนที่จะซื้อขายตรงไปตรงมาก็ต้องเสียเวลาแต่งองค์ทรงเครื่องตบตากฎหมายและจ่ายสินบนหน่อยเท่านั้น จนลือกันไปถึงขนาดที่ว่า ทุกวันนี้ฝรั่งถือที่ดินเกือบครึ่งของเมืองไทย โดยเฉพาะที่สวยๆ อย่างภูเก็ต สมุย บ้านเพ เกาะช้าง ชะอำ อะไรอย่างนี้ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเมืองไทยมีกฎหมายห้ามการถือครองที่ดินของต่างชาติค่อนข้างเข้มงวด

เข้าใจว่าสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินก็คงจะเจ็บใจ ที่กฎหมายที่มีอยู่ตั้งหลายฉบับยังจัดการฝรั่งไม่ได้ ก็เลยกะจะงัดไม้ตายด้วยการออกกฎหมายมาเพิ่มอีกหนึ่งฉบับเสียเลย คือร่าง พ.ร.บ.ที่ว่า โดยตามร่างของ พ.ร.บ.นี้ จะมีการตั้ง “คณะกรรมการธุรกรรมอำพราง” มาเป็นหัวหอกคอยออกมาตรการสกัดแผนปลอมตัวซื้อที่ทั้งหลายของฝรั่ง รวมทั้งคอยตรวจสอบธุรกรรมหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ยังมี “กองทุนตัวแทนอำพราง” สำหรับเอาดอกผลมาให้รางวัลคนที่ช่วยให้รัฐปราบธุรกรรมจำพวกนี้ได้อีกต่างหาก

แม้ไม่อยากจะติเรือทั้งโกลน แต่ว่ากันตรงๆ ยังไม่เห็นว่ากฎหมายนี้จะช่วยอะไรได้ เพราะทุกวันนี้คนที่มีหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้ก็มีอยู่แล้ว แต่ที่ไม่ตรวจก็เพราะสินบนเสกไว้ และการไปตั้งคนตรวจสอบมาเพิ่มก็ไม่เป็นหลักประกันแต่ประการใดว่าสินบนจะเลิกศักดิ์สิทธิ์ หรือต่อให้เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายใหม่ไม่รับสินบนโดยเหตุมหัศจรรย์อะไรก็ตามที เจ้าหน้าที่ก็ยังจะต้องไปชิงไหวชิงพริบกับนักกฎหมาย ซึ่งมีหน้าที่หาวิธีหลบกฎหมายมากพอๆ กับที่เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ใช้กฎหมาย เพียงแต่แรงจูงใจและความขยันของนักกฎหมายอาจมากกว่าเจ้าหน้าที่สักสิบเท่าตามสัดส่วนเงินเดือน

พูดกันถึงที่สุด น่าเชื่อว่ากฎหมายกีดกันฝรั่งถือที่ดินสารพัดฉบับของเราไม่ว่าฉบับเก่าหรือฉบับที่กำลังร่าง เอาเข้าจริงล้วนใช้ห้ามใครไม่ได้ อย่างเก่งก็แค่เพิ่มต้นทุนทำให้ฝรั่งต้องเสียเงินเสียเวลาเพิ่มขึ้นหน่อย แต่สุดท้ายเขาก็ได้ที่ดินอยู่ดี อย่างไรก็ตาม ผลพลอยเสียของการไปสร้างต้นทุนอย่างนี้ ก็คือทำให้ฝรั่งต้องพยายามถอนทุนให้มันมากขึ้น เพื่อเอามาโปะต้นทุนการซื้อหาที่ดินที่มันยุ่งยาก แทนที่เขาจะขายของให้เราได้ถูกๆ ก็เลยต้องขายของแพงขึ้น หรือลดคุณภาพของลง

ยิ่งกว่านั้น กฎหมายพวกนี้ยังทำให้ฝรั่งที่ดีๆ มีธรรมาภิบาล และไม่อยากหลบเลี่ยงกฎหมาย เขาไม่เข้ามาลงทุน ที่เข้ามาก็มีเลยแต่ฝรั่งประเภทเขี้ยวลากดิน พร้อมจะเล่นกายกรรมทุกรูปแบบ พูดง่ายๆ ก็คือ เป็นฝรั่งประเภทที่จะสร้างปัญหาต่อไปไม่ว่าในทางสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจอย่างที่เรากลัวนั่นเอง

แต่ปัญหาที่สำคัญที่สุดของเรื่องนี้ ไม่ได้อยู่ในเรื่องที่ว่ามานี้เลย แต่เป็นปัญหาว่าเราไปมีกฎหมายกีดกันฝรั่งทำไมตั้งแต่แรกต่างหาก เรื่องกีดกันไปก็ไม่ได้ผลหรือมีแต่จะกันฝรั่งดีๆ ออกอย่างที่พูดไปแล้วก็หนึ่งละ แต่สองก็คือเราไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะต้องกลัวนายทุนฝรั่ง ที่พูดกันมากก็คือกลัวนายทุนยักษ์ใหญ่ฝรั่งจะมากวาดต้อนซื้อที่ดินจนทำให้เอกชนตัวเล็กๆ ของไทยสูญเสียที่ดินทำกิน แต่ความจริงก็คือ ทุกวันนี้ ตรงไหนที่ฝรั่งไม่ได้เข้ามา ที่ดินมันก็ไม่ได้ไปอยู่กับเอกชนตัวเล็กๆ ของไทยอยู่แล้ว แต่ไปอยู่กับนายทุนตัวใหญ่ๆ ของไทยแทน ดังนั้นในฐานะเอกชนตัวเล็กๆ เราจึงไม่มีเหตุต้องกลัว เพราะนายทุนฝรั่งอย่างเลวก็ไม่น่าจะเลวกว่านายทุนไทย แต่ถ้าอย่างดีก็จะดีกว่านายทุนไทยได้มากเพราะเงินเขามากกว่า ประสบการณ์เยอะกว่า ความรู้สูงกว่าในทุกๆ ทาง อย่างน้อยๆ เราก็จะได้ใช้เงินฝรั่งบุกเบิกลงทุนในเทคโนโลยี หรือในระบบการผลิตบริการอะไรที่ลำพังเงินหรือความรู้ของเรามันยังไม่พอที่จะทำ

ยิ่งกว่านั้น การที่มีคู่แข่งเก่งๆ เข้ามาในไทยมากๆ ก็จะทำการแข่งขันของธุรกิจร้อนแรงขึ้น ทำให้ของดียิ่งดีขึ้น ของถูกยิ่งถูกลง เป็นกำไรกับผู้บริโภค และเหนือกว่านั้นก็เป็นกำไรกับตัวผู้ประกอบการไทยเองที่จะได้พัฒนาตัว พัฒนาประสิทธิภาพการผลิตเพื่อรับการแข่งขันที่มากขึ้น ใครจะไปรู้ ถ้าให้ที่มันไปทำจริงๆ ฝรั่งอาจจะปลูกข้าวเก่งกว่าเราก็ได้ แต่เราจะกลัวอะไร อยู่ใกล้ๆ มัน เราก็ลอกมันและก็ปลูกให้เก่งกว่ามันเท่านั้นเอง อย่าว่าแต่แข่งแล้วแพ้เพราะสู้ไม่ได้ จะมากน้อยก็ต้องได้อะไรมากกว่าอยู่เฉยๆ แล้วชนะเพราะไม่ต้องแข่งอยู่ดี

อยากจะพูดชวนกระทืบตรงนี้อีกว่า ขายเข้าไปเถอะชาติ ถ้ามันจะได้กำไร เพราะอย่างไรๆ ทุกวันนี้ชาติก็ถูกขายอยู่ทุกวันๆ อยู่แล้ว โดยข้าราชการทุจริตที่รับสินบนเพื่อเลี่ยงกฎหมาย โดยยิ่งเราไปออกกฎหมายกีดกันเพิ่ม ตั้งคณะกรรมการเพิ่ม ก็ยิ่งมีแต่จะทำให้ข้าราชการพวกนี้มีช่องจะเรียกสินบน มีช่องจะ “ขาย” มากขึ้น โดยที่ประเทศไม่ได้อะไร

แต่ถ้าเราให้ประเทศ “ขาย” ตัวเอง คือเปิดเสรีไปเสียเลย กำไรที่จะได้จากการขาย กล่าวคือตลาดที่มีการแข่งขันมากขึ้น ประสิทธิภาพการผลิตของผู้ประกอบการที่สูงขึ้น และสินค้าบริการที่มีคุณภาพดีขึ้นแต่ราคาถูกลงนั้น ก็จะตกอยู่กับประเทศเองกล่าวคือพวกเราทุกคน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท