
ชงนิวัฒน์ธำรงเคาะแผน4ก.ย.ดันน้ำมันปาล์ม
สศก.เตรียมเสนอแผนพัฒนาอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มให้“นิวัฒน์ธำรง” 4 ก.ย.นี้
สศก.เตรียมเสนอแผนพัฒนาอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มให้“นิวัฒน์ธำรง” 4 ก.ย.นี้
แนะซื้อปาล์มคนไทยดีกว่าใช้เงินซ้ำน้ำมันนอกมาเผาทิ้ง
นายคณิต ลิขิตวิทยาวุฒิ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก.ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) เตรียมเสนอร่างแผนพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มปี 2557-2564 เพื่อพิจารณาในที่ประชุม ที่มีนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน วันที่ 4 ก.ย.นี้
ทั้งนี้ เพื่อเตรียมมาตรการรองรับการเปิดการค้าเสรีและให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก 5% ใน 10 ปี (2555-2564) โดยนำร่างดังกล่าวไปรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนเรียบร้อยแล้ว
สำหรับแนวทางพัฒนา 1.รัฐบาลจูงใจเปลี่ยนสวนปาล์มเก่าอายุ 20 ปีขึ้นไป เพื่อปลูกพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงประมาณ 1 ล้านไร่ 2.ควรกำหนดมาตรฐานปริมาณน้ำมันปาล์มที่ 2024% จากที่ปกติอยู่ที่ 17%ซึ่งต่ำกว่าหลายประเทศ 3.การกำหนดแผนการใช้พลังงานทดแทนที่ชัดเจนโดยเฉพาะการผลิตไบโอดีเซล และ4.ให้กระทรวงพาณิชย์ปล่อยราคาน้ำมันขวดให้เป็นไปตามกลไกตลาด
วันที่ 4 สศก. จะเสนอร่างแผนพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มปี 2557-2564 ของประเทศเพื่อพิจารณา ภายหลังได้นำร่างดังกล่าวไปรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้เพื่อเตรียมมาตรการรองรับการเปิดการค้าเสรี และ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก 5% ใน 10 ปี (2555-2564)
“ตามแผนพลังงานทดแทนระบุว่าใน ปี 2564 แผนพลังงานไบโอดีเซล จะเป็นบี 10 ทั้งหมด เมื่อร่วมกับน้ำมันเพื่อการบริโภคและอุตสาหกรรมปีละ 1.2 ล้านบาท จะทำให้ในปี 64 มีความต้องการใช้น้ำมันปาล์มปีละ 4 ล้านกว่าตัน จากปัจจุบันในประเทศผลิตได้ประมาณ 2 ล้านกว่าตันน้ำมันปาล์มดิบ แต่ในการหารือพบว่า ปัญหาสำคัญคือกระทรวงพลังงานยังไม่มีความชัดเจนว่าแต่ละปีจะเดินหน้าอย่างไรต้องการน้ำมันปาล์มเท่าไหร่ ทำให้ที่การส่งเสริมการปลูกปาล์มของประเทศไม่ชัดเจนตามไปด้วย ซึ่งในเรื่องนี้อยากให้พลังงานวางให้ชัด เพราะการส่งเสริมการปลูกปาล์มเพื่อความมั่นคงด้านอาหารและพลังงานของชาติด้วยซึ่งผมมองว่าดีกว่าเอาเงินไปซื้อพลังงานฟอสซิส หรือซื้อน้ำมันปาล์มเพื่อนบ้านเพื่อมาเผาทิ้ง แต่หากสนับสนุนเกษตรกรจะทำให้เศรษฐกิจของเกษตรกรดีขึ้นด้วย “นายคณิตกล่าว
ทั้งนี้แนวทางพัฒนาที่ทุกภาคส่วนเสนอประกอบด้วย 1.การเปลี่ยนสวนปาล์มเก่าอายุ 20ปีขึ้นไปเพื่อปลูกพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงประมาณ 1 ล้านไร่โดยรัฐบาลสนับสนุนและมีมาตรการจูงใจ 2.ควรกำหนดมาตรฐานปริมาณน้ำมันปาล์มที่ 2024% จากที่ปกติอยู่ที่ 17% เท่านั้นซึ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ต่ำกว่าหลายประเทศ 3. การกำหนดแผนการใช้พลังงานทดแทน โดยการผลิตไบโอดีเซล ที่ชัดเจน และ 4 กระทรวงพาณิชย์ควรปล่อยราคาน้ำมันขวดให้เป็นไปตามกลไกตลาด
สำหรับพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันของประเทศไทยปัจจุบัน มีพื้นที่ปลูกทั้งประเทศประมาณ 4.5 ล้านไร่ ผลผลิตผลปาล์มสด 12.24 ล้านตัน ผลิตเป็นน้ำมันปาล์มดิบได้ 2.08 ล้านตัน ซึ่งมีมูลค่าของปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ไม่ต่ำกว่า 92,000 ล้านบาท แหล่งผลิตที่สำคัญ คือ ภาคใต้ ซึ่งมีพื้นที่ปลูกคิดเป็น 86%ของประเทศ โดยจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกสูงสุดได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี (24%)รองลงมาได้แก่จังหวัดกระบี่ (23%) ชุมพร (19%) และนครศรีธรรมราช (5%)ตามลำดับ
ทั้งนี้การขยายตัวของพื้นที่ปลูกในช่วง 5 ปีที่ผ่านมายังคงต่ำกว่าเป้าหมายที่ได้กำหนดตามแผนพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ปี 2551 2555 ที่จะต้องเพิ่มพื้นที่ปลูกใหม่ 2.50 ล้านไร่ ประกอบกับกระทรวงพลังงานได้กำหนดให้มีการใช้พลังงานทดแทนในรูป B100 ที่ใช้น้ำมันปาล์มเป็นวัตถุดิบ และนโยบายของภาครัฐ ที่จะเพิ่มการใช้ B100 และพลังงานในรูปแบบใหม่ BHD







