
2ก.ย.เปิดรับซื้อไฟฟ้าโซลาร์รูฟ200เมกะวัตต์
2 ก.ย. เปิดยื่นโครง การโซลาร์เซลล์บนหลังคา 200 เมกะวัตต์ อายุแผงไม่ต่ำกว่า 20 ปี
2 ก.ย. เปิดยื่นโครง การโซลาร์เซลล์บนหลังคา 200 เมกะวัตต์ อายุแผงไม่ต่ำกว่า 20 ปี
นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) เปิดเผยว่า เรกูเลเตอร์เตรียมออกประกาศระเบียบการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์ พีวีรูฟท็อป) ประเภทบ้านและอาคารโรงงาน โดยจะเริ่มเปิดให้ผู้สนใจยื่นโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย.นี้ที่สำนักงานเขตของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ กำหนดกำลังการผลิตรวมไม่เกิน 200เมกะวัตต์
ทั้งนี้ หากมีผู้สนใจยื่นโครงการเข้ามามากกว่าปริมาณไฟฟ้าที่กำหนดไว้ จะพิจารณาเพิ่มจำนวนรับซื้อไฟฟ้าได้ แต่ต้องอยู่ในพื้นที่ที่สายส่งไฟฟ้ารองรับความต้องการเพียงพอ
สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่จะได้ใบอนุญาตติดตั้งโซลาร์ พีวีรูฟท็อป จะมีอายุการใช้งานของแผงโซลาร์เซลล์ไม่ต่ำกว่า 20 ปี และต้องอยู่ในทำเลที่มีสายส่งไฟฟ้าพร้อมด้วย
อัตรารับซื้อไฟฟ้าแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ 1.กลุ่มบ้านอยู่อาศัยขนาดกำลังผลิตติดตั้งมากกว่า 010 กิโลวัตต์ อัตรารับซื้อไฟฟ้า 6.96 บาทต่อหน่วย 2.กลุ่มอาคารธุรกิจขนาดเล็กกำลังผลิตติดตั้ง 10250 กิโลวัตต์ อัตรารับซื้อไฟฟ้า 6.55 บาทต่อหน่วย และ 3.กลุ่มอาคารธุรกิจขนาดกลางใหญ่/โรงงาน ขนาดกำลังผลิตติดตั้ง 2501,000 กิโลวัตต์ อัตรารับซื้อไฟฟ้า 6.16 บาทต่อหน่วย
การเปิดรับซื้อไฟฟ้าครั้งนี้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)ที่ต้องการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนทั้งในครัวเรือนและภาคธุรกิจ ซึ่งสามารถผลิตใช้เอง ส่วนที่เหลือสามารถขายไฟฟ้าเข้าระบบได้ สำหรับต้นทุนการรับซื้อไฟฟ้าจะมีผลต่อค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) สูงสุดจากโครงการ 200 เมกะวัตต์ เท่ากับ 0.51 สต./หน่วย โดยจะพิจารณาค่าใช้จ่ายในการรับซื้อไฟฟ้าของการไฟฟ้าจำหน่ายที่เกิดขึ้นจากโครงการเป็นต้นทุนในการผลิตไฟฟ้า
“เชื่อว่าโครงการนี้จะได้รับความสนใจ โดยเฉพาะกลุ่มประเภทอาคารโรงงาน เพราะจะช่วยลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าลงได้ เพราะสามารถผลิตเองใช้เองในตัวอาคาร” นายดิเรก กล่าว







