
โนวาในกลุ่มดาวโลมา
ช่วงเกือบสองสัปดาห์ที่ผ่านมา นักดาราศาสตร์เฝ้าติดตามโนวาดวงหนึ่ง ซึ่งสว่างพอจะเห็นได้ด้วยตาเปล่าเมื่อสังเกตจากสถานที่ห่างไกลจากมลพิษทางแสง
ช่วงเกือบสองสัปดาห์ที่ผ่านมา นักดาราศาสตร์เฝ้าติดตามโนวาดวงหนึ่ง ซึ่งสว่างพอจะเห็นได้ด้วยตาเปล่าเมื่อสังเกตจากสถานที่ห่างไกลจากมลพิษทางแสง และปราศจากแสงจันทร์รบกวน ขณะนี้ดูเหมือนว่าโนวาดวงนี้ได้ผ่านจุดที่สว่างที่สุดไปแล้ว และกำลังจางลง หากไม่เกิดการปะทุความสว่างขึ้นมาอีกครั้ง มันจะจางลงเรื่อยๆ
โนวาหรือนวดารา (Nova) มาจากคำเต็มในภาษาละตินว่า “Stella Nova” แปลว่าดาวดวงใหม่ เกิดขึ้นในระบบดาวคู่ที่ดาวหลักเป็นดาวแคระขาว (ดาวในช่วงท้ายๆ ของวิวัฒนาการ มีขนาดเล็ก ความหนาแน่นสูง) ดาวรองเป็นดาวฤกษ์มวลต่ำ ซึ่งบางกรณีเป็นดาวยักษ์แดง ดาวทั้งสองมีระยะห่างใกล้กันมาก แรงโน้มถ่วงที่กระทำต่อกันเป็นตัวการทำให้ไฮโดรเจนจากดาวรองไหลไปวนรอบดาวแคระขาว เมื่อไฮโดรเจนสะสมกันมากขึ้น จะก่อให้เกิดความร้อนสูง จุดปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่ผิวของดาวแคระขาว จนเกิดระเบิดรุนแรง โดยที่ดาวในระบบยังคงอยู่ แต่ทำให้ระบบดาวนั้นปะทุความสว่างขึ้นจากเดิมหลายเท่า
โนวาแบบฉบับ (Classical Nova) ใช้เรียกโนวาที่พบการปะทุครั้งเดียว แต่เชื่อว่าอาจเกิดซ้ำได้ในอีกหลายพันปีหรือหลายหมื่นปีข้างหน้า โนวาสว่างซ้ำ (Recurrent Nova) ใช้เรียกโนวาที่มีการปะทุความสว่างซ้ำขึ้นมาได้อีกในเวลาไม่นานนักหลังจากครั้งก่อนหน้า (ปกติอยู่ในหลักไม่กี่สิบปี)
โคะอิชิ อิตะงะกิ (Koichi Itagaki) นักดาราศาสตร์สมัครเล่นชาวญี่ปุ่นที่จังหวัดยะมะงะตะ ค้นพบโนวาในภาพที่ถ่ายไว้เมื่อคืนวันที่ 14 ส.ค. 2556 โดยเมื่อเทียบกับภาพถ่ายในคืนก่อนหน้านั้น เขาพบว่าได้มีดาวดวงใหม่ปรากฏขึ้นในพื้นที่ของกลุ่มดาวโลมา ซึ่งเป็นกลุ่มดาวขนาดเล็ก อยู่ใกล้กลุ่มดาวหงส์ในซีกฟ้าเหนือ สหพันธ์ดาราศาสตร์สากลได้รับรายงานการค้นพบ เรียกชื่อว่าโนวาโลมา 2013 (Nova Delphini 2013)
เมื่อข่าวการค้นพบโนวากระจายออกไป นักดาราศาสตร์จากทั่วโลกก็สามารถสังเกตโนวาดวงนี้ได้ ข้อมูลจากรายงานผลการสังเกตการณ์แสดงว่าโนวาดวงนี้สว่างที่สุดเมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2556 ราวโชติมาตร 4.5 (โชติมาตรหรืออันดับความสว่าง คือมาตราบอกความสว่างของวัตถุท้องฟ้า ตัวเลขยิ่งน้อยยิ่งสว่าง ดาวศุกร์มีโชติมาตรประมาณ 5 ดาวจางที่สุดที่ตาของมนุษย์มองเห็นจากสถานที่มืดสนิทมีโชติมาตรประมาณ 6.5)
เมื่อค้นดูจากคลังภาพถ่าย นักดาราศาสตร์พบว่าก่อนการปะทุความสว่างครั้งนี้ บริเวณเดียวกันเคยมีดาวฤกษ์โชติมาตร 17 ปรากฏอยู่ แสดงว่าการปะทุครั้งนี้ทำให้มันมีความสว่างเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 1 แสนเท่า
ช่วงที่ผ่านมาการสังเกตโนวาโลมา 2013 จากประเทศไทยทำได้ยากหรืออาจทำไม่ได้เลย เนื่องจากอุปสรรคของเมฆในฤดูฝน อีกทั้งยังมีแสงจันทร์สว่างเกือบเต็มดวงรบกวนอยู่ด้วย ปัจจุบันโนวาดวงนี้ได้มีความสว่างลดลงแล้ว แต่ยังพอจะสังเกตได้ด้วยกล้องสองตาและกล้องโทรทรรศน์ อาจยังเห็นได้จางๆ ด้วยตาเปล่าเมื่อดูจากสถานที่ห่างไกลจากตัวเมือง และไม่มีแสงจันทร์รบกวน โดยต้องทราบตำแหน่งที่แน่นอนของโนวา
โนวาที่เกิดขึ้นในยุคโบราณพบได้เป็นส่วนมากในบันทึกของประเทศแถบเอเชียตะวันออก ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี เนื่องจากมีโหรคอยเฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงบนท้องฟ้าตามความเชื่อทางโหราศาสตร์ ส่วนในยุโรปพบน้อยกว่า เนื่องจากขัดกับคำสอนของอาริสโตเติลที่ว่าบนสวรรค์สมบูรณ์แบบ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งมีอิทธิพลต่อความเชื่อของชาวยุโรปมาถึงยุคกลาง
คริสต์ศตวรรษที่ 20 ที่ผ่านมา นักดาราศาสตร์ค้นพบโนวาในดาราจักรทางช้างเผือกเฉลี่ยประมาณ 4 ดวงต่อปี แต่คาดว่าแท้จริงมีมากกว่านั้นราว 10 เท่า เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงที่โนวาส่วนใหญ่ถูกสสารระหว่างดาวหรือฝุ่นมืดบดบัง ทำให้ไม่สามารถสังเกตได้ การเปลี่ยนแปลงความสว่างของโนวาแต่ละดวงมีรูปแบบคล้ายคลึงกัน จึงสามารถใช้เป็นมาตรฐานบอกระยะห่างของระบบดาวนั้นได้ด้วย โดยมีความแม่นยำในระดับที่ยอมรับได้
โนวาโลมา 2013 จัดอยู่ในรายชื่อโนวาที่สว่างที่สุด 30 อันดับ เท่าที่มีการบันทึกมาในประวัติศาสตร์ ในอดีตเคยมีโนวาที่สว่างกว่านี้หลายเท่า เช่น วี 603 นกอินทรี (V603 Aquilae) เป็นโนวาในกลุ่มดาวนกอินทรี ปะทุความสว่างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2461 โดยสว่างใกล้เคียงดาวซิริอัส ซึ่งเป็นดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดบนท้องฟ้าเวลากลางคืน
ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (25 ส.ค.–1 ก.ย.)
ท้องฟ้าทิศตะวันตกในเวลาหัวค่ำมีดาวศุกร์และดาวเสาร์อยู่สูงเหนือขอบฟ้า ดาวเคราะห์ทั้งสองอยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว ดาวศุกร์สว่างกว่าและอยู่ต่ำกว่าดาวเสาร์ แต่ละคืนจะเห็นดาวศุกร์เคลื่อนต่ำลงเรื่อยๆ จนตกลับขอบฟ้าในเวลาประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง ดาวเสาร์อยู่สูงกว่าและเยื้องไปทางซ้ายมือของดาวศุกร์ กำลังจะเคลื่อนออกจากกลุ่มดาวหญิงสาว มุ่งหน้าไปทางกลุ่มดาวคันชั่ง ตกลับขอบฟ้าราว 4 ทุ่ม
ท้องฟ้าทิศตะวันออกในเวลาเช้ามืดมีดาวอังคารและดาวพฤหัสบดีอยู่สูงเหนือขอบฟ้า ดาวพฤหัสบดีอยู่ในกลุ่มดาวคนคู่ ดาวอังคารจะออกจากกลุ่มดาวคนคู่ แล้วเข้าสู่กลุ่มดาวปูในสัปดาห์นี้ ดาวพฤหัสบดีขึ้นมาก่อนดาวอังคาร เริ่มเห็นอยู่สูงเหนือขอบฟ้าที่มุมเงย 10 องศา ในเวลาราวตี 3 จากนั้นดาวอังคารจึงจะขึ้นมาอยู่ที่ระดับเดียวกันในเวลาตี 4 ครึ่ง แล้วเคลื่อนสูงขึ้นเรื่อยๆ สังเกตได้ต่อไปจนกระทั่งฟ้าสาง
สัปดาห์นี้ดาวเนปจูนจะผ่านตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์และใกล้โลกที่สุดในรอบปี จึงอยู่บนท้องฟ้าตลอดทั้งคืน ผ่านจุดสูงสุดบนท้องฟ้าทิศใต้ในเวลาเที่ยงคืน เราไม่เห็นดาวเนปจูนด้วยตาเปล่า ต้องอาศัยกล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ และต้องทราบตำแหน่งที่แน่นอน
สัปดาห์นี้เป็นข้างแรม ดวงจันทร์อยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดของทุกวัน ดวงจันทร์สว่างครึ่งดวงในวันที่ 28 ส.ค. เช้ามืดวันนั้นดวงจันทร์อยู่ใกล้กระจุกดาวลูกไก่ที่ระยะ 6 องศา วันถัดไปดวงจันทร์เคลื่อนไปอยู่ใกล้ดาวอัลเดบารันในกลุ่มดาววัวที่ระยะ 3 องศา จากนั้นเช้ามืดวันที่ 1 ก.ย. จันทร์เสี้ยวอยู่ใกล้ดาวพฤหัสบดีที่ระยะ 6 องศา
ค่ำวันศุกร์ที่ 30 ส.ค. สถานีอวกาศนานาชาติจะผ่านท้องฟ้าประเทศไทย เห็นเป็นดาวสว่างเคลื่อนที่บนท้องฟ้า กรุงเทพฯ และบริเวณใกล้เคียงเริ่มเห็นขณะอยู่ใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันตกเฉียงเหนือในเวลา 19.36 น. จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้น ผ่านเหนือศีรษะในเวลา 19.39 น. หลังจากนั้นราวหนึ่งนาที สถานีอวกาศจะหายเข้าไปในเงามืดของโลก ขณะเคลื่อนต่ำลงทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ที่มุมเงยประมาณ 40-50 องศา







