posttoday
ชัยชนะของเถารำคาญ

ชัยชนะของเถารำคาญ

25 สิงหาคม 2556

บ้านนาป่าดงยามนี้อุ้มน้ำจนชุ่ม สัตว์ตัวเล็กตัวน้อยที่แอบซุ่มจำศีลอยู่ใต้ดินตลอดฤดูแล้งที่ผ่านมา พากันออกมาร้องรำทำเพลงเสียงดังระงม

บ้านนาป่าดงยามนี้อุ้มน้ำจนชุ่ม สัตว์ตัวเล็กตัวน้อยที่แอบซุ่มจำศีลอยู่ใต้ดินตลอดฤดูแล้งที่ผ่านมา พากันออกมาร้องรำทำเพลงเสียงดังระงม ต้นไม้ใบหญ้าผุดขึ้นมาจากแผ่นดินราวกับถูกเวทมนตร์เป่า ท่ามกลางความสดเขียวอันละลานตา มีกล้าไม้เล็กๆ ต้นหนึ่งที่ดูแปลกตากว่าต้นอื่นๆ เท่าที่จำได้ ฉันไม่ได้หว่านเมล็ดของต้นไม้ชนิดนี้

อย่ากระนั้นเลย ฉันออกปากไหว้วานคนข้างบ้านให้ช่วยแตะๆ เขี่ยๆ หน้าจอแบนๆ ดำๆ หาคำตอบให้ทีว่าเจ้าต้นอ่อนแปลกตาที่เพิ่งงอกขึ้นมานั้น มีชื่อเสียงเรียงไร มีประโยชน์หรือคุณโทษอย่างไร จะได้ตัดสินใจได้ว่า อนาคตของมันควรเป็นอย่างไร

แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ปรากฏข้อมูลที่ต้องการ

เวลาไปทำงานในสวนก็ต้องเหลือบสายตาไปมองมันทุกที เหมือนเวลาที่ฟันน้ำนมหลุด ไม่วายแม่จะเตือนแล้วเตือนอีกว่าอย่าเอาลิ้นไปดุน พอเผลอทีไรก็เอาลิ้นไปดุนเหงือกนิ่มๆ ทุกที กับเจ้าต้นอ่อนที่ไม่รู้จักชื่อนี้ก็เหมือนกัน ฉันเพียรมองไปทางที่มันอยู่บ่อยหน และเหมือนมันจะรู้ว่าฉันคิดอะไรอยู่ เวลามองไปทางนั้นทีไร ใบเขียวๆ ของมันก็โบกไหวน้อยๆ เหมือนจะเยาะเย้ยถากถางทุกทีไป...

ก็ถอนมันขึ้นมาซะก็สิ้นเรื่อง เรื่องง่ายๆ แค่นี้ทำไมต้องทำให้ยาก คุณคงตั้งคำถามปนรำคาญทำนองนี้...

เหตุที่ฉันชั่งใจอยู่นานว่าควรทำอย่างไรกับเจ้าต้นไม้ที่ไม่รู้จักนี้ ก็เพราะว่าที่ดินแปลงนี้เป็นสวนเก่าที่มีต้นไม้พันธุ์พื้นบ้านขึ้นอยู่หลายชนิด ซึ่งตรงกับความตั้งใจของฉันกับคนข้างบ้านว่า เราจะช่วยกันปลูกและรักษาความหลากหลายทางชีวภาพเอาไว้ โดยเฉพาะความหลากหลายของพืชพันธุ์ดั้งเดิม

แหม...พูดแล้วก็นึกโมโห ทำไมเรื่องแค่นี้อาจารย์กู๋ไม่ยักรู้นะ

ไม่ใช่ต้นหมามุ่ยดอกคุณขา...อย่าเดาเลย

พอนานวันเข้า เจ้าต้นไม้แปลกหน้าเริ่มขยายอาณาเขต ยืนแขนเหยียดขาออกไปเกาะเกี่ยวต้นมะเฟืองอันแสนบอบบางของฉันจนน่าเป็นห่วง ไม่ได้การละ คงต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ผลปรากกฏว่า เย็นวันเดียวกัน ฉันก็ต้องมานั่งทายาแก้คันจนตัวลายพร้อย เพราะพิษสงจากขนเล็กๆ ของมันนั่นเอง ยิ่งตอนอากาศร้อนอบอ้าวและมีเหงื่อออกมา ยิ่งทรมานเกินคำบรรยาย นับแต่นั้น จากต้นไม้ไม่รู้จักชื่อ ก็กลายเป็นเถารำคาญสำหรับฉัน

ฉันจึงต้องมานั่งสงบเสงี่ยมอยู่ในบ้าน จนเป็นเหตุให้มีเรื่องเล่าให้คุณๆ เมื่อยสายตาอยู่นี่เอง

พอมานั่งนึกๆ ดู ฉันว่าบางทีเจ้าเถารำคาญนี้เป็นเหมือนตัวแทนของใครหรืออะไรบางอย่างในชีวิตของเราเหมือนกันนะ มันเหมือนเวลาที่เจอเหตุการณ์ไม่สบอารมณ์แล้วทำอะไรไม่ได้ ให้รู้สึกหงุดหงิด ฮึดฮัด คล้ายๆ ว่าอาการคันคะเยอนี้เกิดขึ้นในหัวใจ แต่ก็จนด้วยเกล้า เพราะไม่สามารถควักหัวใจออกมาเกาให้อาการบรรเทาเบาบางลงได้

ใช่...มันไม่รุนแรงมาก (แน่นอนว่า อาการคันเทียบไม่ได้กับอาการแขนขาหัก) แต่ก็ถือเป็นความทรมานอย่างหนึ่ง และที่สำคัญคือ ตัวต้นเหตุมันดันมายืนเด่นไม่รู้ไม่ชี้ ให้หนวดกระตุกทุกทีที่หันไปมอง

วันถัดมา อาการคันทุเลาลง ฉันเลยออกไปที่สวนอีก และพอย่างเข้าสู่เขตสวนปุ๊บ สายตาก็ต้องเหลือบไปยังคู่กรณีปั๊บ ใบหยักๆ กับดอกสีม่วงอ่อน (ที่รักไม่ลง) ของมันไหวน้อยๆ อยู่บนค้างไม้ไผ่ (ที่ฉันอุตส่าห์เอาไปปักไว้ให้) อาการยุบยิบตามแขนขาก็เริ่มมาเยือนตะหงิดๆ ขณะเดียวกันก็มีเสียงลอยมาจากคนข้างบ้านว่า

“เธอนี่อุปาทานเก่งจริงหนอ”

ใครเลยจะรู้ว่า วิชาอุปาทานนี้ เป็นเคล็ดวิชาที่ฉันเพียงฝึกฝนมาตั้งนาน จนทุกวันนี้ฉันกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการอุปาทานและปรุงแต่งความคิดแล้ว!

จริงๆ แล้ว เรื่องทั้งหมดนี้ฉันคิดไปเอง (อย่างนั้นหรือ?) ด้วยอำนาจของความคิดที่มีศูนย์บัญชาการอยู่ที่สมอง เชื่อมโยงภาพเถารำคาญกับประสบการณ์ (ความจำได้หมายรู้) ว่า เจ้าเถานี้แหละที่ทำให้เราทรมานทั้งวันทั้งคืน แถมยังเบียดเบียนต้นไม้ที่มีประโยชน์ของเราด้วย จากนั้นอารมณ์โกรธก็ตามมา การหาทางลงมือเพื่อตอบสนองความโกรธจึงเริ่มขึ้น โดยหวังจะขุดรากถอนโคนเสียให้สิ้นซาก (สาแก่ใจ)

วันนั้นทั้งวัน ฉันจึงต้องบังคับตัวเองให้นั่งเผชิญหน้ากับมัน หมายจะให้อาการคันหายไปด้วยอานุภาพอย่างอื่นนอกจากการเกาและการถอนต้นไม้

ตอนนั้นเอง ใบหน้าของใครบางคนก็ลอยเด่นขึ้นมาแทนที่เถารำคาญอย่างพอดิบพอดี ด้วยอาการคล้ายๆ กัน ความหงุดหงิดรำคาญก่อตัวขึ้นมาจนยากจะทัดทาน

การจัดการกับเจ้าเถารำคาญนั้นทำได้ไม่ยากเลย เพียงแค่บอกคนข้างบ้าน ทุกอย่างก็จะเรียบร้อย แต่ความโกรธ ความเกลียด ความชิงชังที่มีต่อบุคคลนี่สิ ยากที่จะขุดรากถอนโคนออกไปจากใจเสียจริงๆ มีเหตุให้ต้องรู้สึกคันคะเยอทุกทีไป ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่าเราไม่สามารถควักหัวใจออกมาเกาหรือทายาแก้คันได้...อย่างนั้นหรือ?

การ ดู และ อยู่ กับเจ้าเถารำคาญในวันนั้นทำให้ฉันเห็นว่า จริงๆ แล้ว ต้นไม้ก็อยู่ส่วนของมัน ถึงเวลาที่เมล็ดได้น้ำและแสงแดดพอเหมาะ มันก็แทงรากลงดินและโผล่ยอดขึ้นมาในอากาศ พอโตขึ้นก็ยื่นมือเกาะหาที่ยึดเหนี่ยว เป็นไปตามกฎเกณฑ์ธรรมชาติ

ฉันเองต่างหากที่ไปตั้งแง่ว่า มันมีประโยชน์หรือเปล่า ใช่สิ่งที่ควรเก็บไว้หรือไม่ เหมือนกับการตีความว่า คนนี้ถูกใจ เก็บเข้ามาไว้ในรายการด้านซ้าย ส่วนคนนั้นไม่ถูกใจ เก็บไว้ทางด้านขวาหรือตัดทิ้งไปเลย แล้วก็หาทางจัดการอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น อยู่ใกล้ชิดกับคนทางซ้าย และหลีกเลี่ยงคนทางขวา หรือในบางเหตุการณ์ที่ทำให้ทำอย่างใจไม่ได้ ก็ออกอาการที่ผิดเพี้ยนจากปกติ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ทั่วไปไม่ว่าจะเป็นกับคน ต้นไม้ หรือสัตว์เลี้ยง

จริงๆ แล้ว ต้นเหตุของอาการคันมันอยู่ที่ตัวของฉันเองที่ดันไปคว้าเถาคันมาใส่ไว้ในหัวใจของตัวเอง

เย็นวันนั้น ฉันเดินออกมาจากสวนด้วยความรู้สึกเบาสบาย อาการคันหายเป็นปลิดทิ้ง ไม่ว่าจะหันไปมองมันอีกสักกี่ครั้งก็ตาม มันอาจไม่ใช่เรื่องราวใหญ่โตอะไรกับการถอนรากความรำคาญออกจากใจ แต่ว่าอีกไม่ช้าไม่นาน เมื่อสายฝนและแสงแดดเหมาะสม มันก็อาจจะโผล่ยอดขึ้นมาอีก อย่างน้อย ตอนนี้ฉันก็พอรู้แล้วว่า ไม่ควรรีบร้อนไปจัดการกับมันด้วยมือเปล่า แต่ให้หันกลับมาถอนอคติในการตัดสินคุณค่าของมันในใจก่อน จึงจะรู้ว่าควรอยู่กับมันอย่างไร

เช้าตรู่วันหนึ่ง คนข้างบ้านเดินมาบอกว่า เขาได้ขุดเถารำคาญออกไปแล้ว เพราะเห็นว่ามันเป็นวัชพืช และตอนนี้มันกำลังจะข่มต้นมะเฟืองน้อยให้เฉา ซึ่งเรื่องนี้อาจารย์กู๋ (กูเกิล) บอกเขาตั้งแต่วันแรกแล้ว ...ฮืม!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท