
ที่มาของ สว.
บ้านเรา เมืองเรา โดยเฉพาะสภาเราในช่วงเวลานี้ ยกเรื่องอะไรขึ้นมาก็เป็นปัญหา นำไปสู่ความขัดแย้งไปจนถึงทะเลาะเบาะแว้งกันได้แทบทุกเรื่อง
บ้านเรา เมืองเรา โดยเฉพาะสภาเราในช่วงเวลานี้ ยกเรื่องอะไรขึ้นมาก็เป็นปัญหา นำไปสู่ความขัดแย้งไปจนถึงทะเลาะเบาะแว้งกันได้แทบทุกเรื่อง คิดๆ ดูแล้วให้นึกถึงนิทานที่เมืองสองเมืองเถียงกันเรื่องการตั้งไข่ จะเอาด้านไหนขึ้นดี จนกลายเป็นสงครามระหว่างสองเมืองไปเลย ไม่รู้ว่านี่เป็นธรรมชาติของคน ธรรมชาติของคนไทยเรา หรือเป็นเฉพาะบางที่ บางคน ก็สุดแล้วแต่จะคิดกัน
เรื่องที่เป็นปัญหาในสภากันล่าสุดเป็นเรื่องการถกอภิปรายกันถึงที่มาของสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ซึ่งเราก็มีเปลี่ยนไปมาหลายแบบ เคยมีเรียกกันว่า พฤฒิสภาด้วย และเราก็มีทั้งเมื่อก่อนส่วนใหญ่ก็จะเป็นการแต่งตั้งล้วนๆ ต่อมาก็เป็นเลือกตั้งกันล้วนๆ แล้วก็มาล่าสุดรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ก็เลือกตั้งส่วนหนึ่ง สรรหาส่วนหนึ่ง
ที่ถกเถียงกันในสภา ฟังดูแล้วก็ไม่เห็นมีใครเสนอในเชิงหลักการได้ชัดเจนกันสักคน เห็นมีแต่ยกอ้างประชาธิปไตยกันทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายเสนอเลือกตั้งทั้งหมด จะเป็นญาติพี่น้องของใครก็ไม่เป็นไร กับฝ่ายที่ไม่เอาแบบเลือกตั้งทั้งหมด ก็ต่างก็ไม่ได้ทำการศึกษาในเชิงลึก หรืออาจจะมีการศึกษาเอาไว้ แต่ไม่ได้เอาออกมาใช้ประโยชน์กันเลย จึงทำให้ประเด็นไม่ว่าจะเป็นแนวทางไหน ไม่ตกผลึก จึงง่อนๆ แง่นๆ ประชาชนผู้ฟังและผู้รับรู้ข่าวสารก็เลยมึนๆ กันไปหมด ไม่รู้ว่าตกลงแล้วอะไรเป็นอะไร
อันที่จริง สว.นั้นจะมารูปแบบไหนก็ได้ อยู่ที่อำนาจหน้าที่ที่มอบให้แก่พวกเขา หากอำนาจหน้าที่ตรวจสอบเรื่องกฎหมายเท่านั้น เหมือนเป็นเพียงผู้สอบทาน หากผู้สอบทานไม่เห็นด้วย แต่ผู้ที่เขาร่างหรือนำเสนอเขาต้องการที่จะให้มันผ่านมันก็จะต้องผ่านไป อย่างนั้นก็แต่งตั้งก็ได้ สรรหาผ่านกรรมการไม่กี่คนก็ได้ ก็ไม่มีปัญหา
แต่ถ้าอำนาจหน้าที่มากมายและมีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการตรวจสอบ ถ่วงดุล และคานกับอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร หรือ สส. กับทั้งรวมถึงการคานกับอีกสองอำนาจคือ ตุลาการ และบริหาร ยิ่งถ้าหากจะต้องเกี่ยวโยงถึงการได้มาซึ่งองค์กรอิสระที่จะต้องเป็นผู้ทำหน้าที่ร่วมตรวจสอบ ถ่วงดุล และคานกันกับอีกสามฝ่ายที่กล่าวไปแล้วด้วย ยิ่งจะต้องมีการได้มาที่เข้มข้นและสามารถอ้างเอาความยึดโยงกับประชาชนได้ในระดับสูง
ถ้าจะเลือกตั้งก็เลือกกันแบบเอาเขตจังหวัดเป็นเกณฑ์ก็ได้ แต่ไม่ต้องถึงขนาดว่าจังหวัดเล็กจังหวัดใหญ่ก็มี สว.ได้หนึ่งคนเหมือนกัน ก็อาจจะเป็นจังหวัดใหญ่ 3 คน จังหวัดกลาง 2 คน จังหวัดเล็ก 1 คน แต่ที่สำคัญคือ เขตการเลือกตั้ง สว. ต้องเป็นเขตทั้งจังหวัด และต้องให้จำนวน สว. น้อยกว่า สส. ในทุกจังหวัด หรือมีเพียงบางจังหวัดที่เล็กมากๆ ก็อาจจะเท่ากัน
ถ้ามีความชัดเจน ก็จะเถียงกันด้วยหลักการได้ ไม่ใช่ใช้อารมณ์และความหยาบคาย







