
แจ้งจับเจ้าของท่าข้าวเชียงรายฉ้อโกง
เจ้าของท่าข้าวและโรงสี จ.เชียงราย แจ้งจับเจ้าของท่าข้าวนิธิผล ฉ้อโกงชาวนาและโรงสีด้วยกัน
เจ้าของท่าข้าวและโรงสี จ.เชียงราย แจ้งจับเจ้าของท่าข้าวนิธิผล ฉ้อโกงชาวนาและโรงสีด้วยกัน
เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 23 สิงหาคม ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีต รอง ผกก.สันติบาล ได้พา นายณรงค์ศักดิ์ นำเกียรติสกุล อายุ 36 ปี กรรมการผู้จัดการบริษัท แม่จันโกลเด้นเกรน และเจ้าของโรงสีใน จ.เชียงราย พร้อมด้วย นางธมนพรรณ คำรังษี อายุ 46 ปี เจ้าของท่าข้าวรุ่งเรือง ตั้งอยู่ที่จ.เชียงราย เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ กก.4 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายณัชสัณห์ รัศมิ์ธนหิรัญ อายุ 38 ปี และนางธนัญรัตน์ รัศมิ์ธนหิรัญ อายุ 39 ปี สองสามีภรรยา เจ้าของท่าข้าวนิธิผล สหการเกษตร ตั้งอยู่ที่ ต.จอมหมอกแก้ว อ.แม่ลาว จ.เชียงราย ในข้อหาฉ้อโกง
นางธมนพรรณ กล่าวว่า ท่าข้าวของตนได้รับมอบหมายจากทางโรงสีของนายณรงค์ศักดิ์ ให้ไปรับซื้อข้าวจากชาวนา ที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา จากนั้นตนติดต่อกับนายณัชสัณห์ และนางธนัญรัตน์ เพื่อร่วมกันหาชาวนา เพื่อให้นำข้าวมาขาย ต่อมาทั้งสอง ได้ไปติดต่อกับชาวนาประมาณ 200 ราย ชักชวนเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว โดยได้ข้าวเปลือกมาทั้งหมดกว่า 2,000 ตัน มาเก็บไว้ที่ท่าข้าวของคนทั้งสอง แต่ไม่ยอมออกใบรับรองให้กับชาวนา เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขอรับเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) แต่กลับนำข้าวที่ได้มาแล้วไปขาย โดยแบ่งมาขายให้ตนประมาณกว่า 1,000 ตัน
นางธมนพรรณ กล่าวต่อว่า หลังจากชาวนาที่นำข้าวมาจำนำ แล้วกลับไม่ได้รับเงิน จึงมีการทวงถามกับทั้งสอง แต่ก็ถูกบ่ายเบี่ยง ชาวนาผู้เสียหายจึงรวมตัวกันแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.เทิง จ.เชียงราย กระทั่งมีการขออนุมัติศาลออกหมายจับ โดยเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทางตำรวจได้เข้าจับกุมและดำเนินคดีกับทั้งสอง ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำ จ.เชียงราย ขณะที่ตนก็ถูกผู้ต้องหาทั้งสอง ฉ้อโกงเงินค่าข้าวเป็นเงินเกือบ 20 ล้านบาท
ด้าน นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนที่ตนเข้ามาเกี่ยวข้องกับกรณีนี้ด้วยนั้น เพราะภายหลังชาวบ้านแจ้งความดำเนินคดีไว้ ทางนายณัชสัณห์ ได้มาติดต่อขอซื้อข้าวจากโรงสีของตนจำนวน 2,000 ตัน รวมเป็นเงิน 35 ล้านบาท ซึ่งนายณัชสัณห์ อ้างว่าซื้อแคชเชียร์เช็คของธนาคารกรุงเทพ สาขาเทพารักษ์ นำมาชำระค่าข้าวดังกล่าว แต่โชคดีที่เพื่อนที่อยู่ด้วยกัน เห็นว่าเป็นยอดเงินที่มีจำนวนมาก จึงได้ตรวจสอบไปยังธนาคารดังกล่าว ทราบว่าเป็นเช็คของธนาคารจริง แต่เป็นเช็คเปล่าที่ถูกขโมยออกมา ไม่ได้มีการซื้อเช็คในจำนวนเงิน 35 ล้านบาท ระหว่างนั้น นายณัชสัณห์ กับภรรยา ก็ถูกตำรวจจับกุมตัวได้
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ดี ทางผู้ต้องหาได้ซัดทอดว่า ข้าวที่ซื้อจากชาวนา นั้น ได้นำมาฝากไว้ที่โรงสีของตน จึงต้องมาแจ้งความดำเนินคดี เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นกับการกระทำความผิดของผู้ต้องหาทั้งสอง แต่อย่างใด นอกจากนี้ตนยังเชื่อว่าน่าจะมีผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมกระทำการกับผู้ต้องหาด้วย จึงอยากให้ทางตำรวจ บก.ป.ช่วยสืบสวนสอบสวนต่อไป
ขณะที่ พ.ต.ท.จตุพร กล่าวว่า ได้รับเรื่องและสอบปากคำผู้ร้องไว้ในเบื้องต้น ก่อนนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป







