posttoday
สภาฯเห็นชอบงบยธ. 1.9 หมื่นล้านบาท

สภาฯเห็นชอบงบยธ. 1.9 หมื่นล้านบาท

23 สิงหาคม 2556

‘ปชป.’ สับแหลก ‘ดีเอสไอ’ เหตุลละเลยไม่ไต่สวนคดีหมิ่นสถาบัน

‘ปชป.’ สับแหลก ‘ดีเอสไอ’ เหตุลละเลยไม่ไต่สวนคดีหมิ่นสถาบัน

เมื่อเวลา 14.00น.ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเสียงข้างมาก 288 ต่อ 109 เห็นชอบงบประมาณของกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) จำนวน 19,843,391,200 บาทในมาตรา 18 ของร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2557 โดยก่อนการลงมติได้มีสส.พรรคประชาธิปัตย์ได้อภิปราย

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเสนอปรับลดงบประมาณของดีเอสไอ จำนวน 20% เพราะได้ทำงานไม่เป็นไปตามพันธกิจที่ระบุว่าจะผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรม หลังจากพบว่านายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอไม่รักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายอย่างที่ประชาชนคาดหวังและวินิจฉัยคดีแบบกลับไปกลับมาโดยเฉพาะคดีความเกี่ยวกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

นายสาทิตย์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2553 คณะกรรมการคดีพิเศษได้สั่งรับคดีผังล้มเจ้าเข้ามาเป็นคดีพิเศษเพราะเป็นการกระทำที่เป็นภัยต่อความมั่นคง และนับจากนั้นมานายธาริตได้ย้ำต่อสาธารณะว่าคดีดังกล่าวมีมูลความจริงโดยมีกลุ่มทุนหนุนหลัง แต่ปรากฎว่าทันที่พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งและได้เป็นรัฐบาลใน 2544 นายธาริตได้มีความเห็นเมื่อวันที่ 11 เม.ย.2555 ในลักษณะกลับลำแบบ 360 องศาเปลี่ยนดำเป็นขาวว่าคดีนี้ไม่มีมูลความจริง เช่นเดียวกับคดีกระสุนพระราชทานที่มีนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)เป็นผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งดีเอสไอก็ได้มีการกลับลำว่าคดีไม่มีมูลเช่นกัน

"ดีเอสไอควรจะมีบทบาทหน้าที่ตรวจสอบผู้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาลงโทษ แต่พอเปลี่ยนรัฐบาลกลับมีการเปลี่ยนทิศทางแบบ 360 องศา จึงเป็นความสงสัยว่าเป็นการช่วยเหลือผู้มีอำนาจหรือไม่" นายสาทิตย์ กล่าว

ทั้งนี้ นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำนปช.ได้ประท้วงการอภิปรายของนายสาทิตยว่าเป็นการพูดไม่ตรงกับความจริงในคดีผังล้มเจ้านั้นพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก และ อดีตโฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้แถลงต่อศาลเมื่อเดือนพ.ค.2554 ผังล้มเจ้าดังกล่าวไม่ได้เป็นความจริงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุน รองประธานสภาฯได้วินิจฉัยให้นายสาทิตย์อภิปรายต่อไปโดยระบุว่าประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเองว่าการอภิปรายของนายสาทิตย์เป็นอย่างไร

นายสาทิตย์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันดีเอสไอหมิ่นเหม่ต่อการทำผิดพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 เพราะในมาตรา 21/1 บัญญัติว่าหากเป็นการดำเนินคดีเกี่ยวกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองดีเอสไอจะต้องส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนภายใน 30 วัน แต่ทันทีที่ศาลอาญามีคำสั่งออกมาในคดีการเสียชีวิตของนายพัน คำกอง เมื่อวันที่ 17 ก.ย.2555 กลับแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผลกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจเป็นการกระทำที่ขัดกับกฎหมายของดีเอสไอ ดังนั้น ดีเอสไอจึงสมควรที่จะถูกตัดงบประมาณ

สำหรับการประชุมสภาฯในขณะนี้เข้าสู่การพิจารณามาตรา 19 ซึ่งเป็นงบประมาณของกระทรวงแรงงานจำนวน 30,353,226,500 บาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท