
สภาฯเห็นชอบงบยธ. 1.9 หมื่นล้านบาท
‘ปชป.’ สับแหลก ‘ดีเอสไอ’ เหตุลละเลยไม่ไต่สวนคดีหมิ่นสถาบัน
‘ปชป.’ สับแหลก ‘ดีเอสไอ’ เหตุลละเลยไม่ไต่สวนคดีหมิ่นสถาบัน
เมื่อเวลา 14.00น.ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเสียงข้างมาก 288 ต่อ 109 เห็นชอบงบประมาณของกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) จำนวน 19,843,391,200 บาทในมาตรา 18 ของร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2557 โดยก่อนการลงมติได้มีสส.พรรคประชาธิปัตย์ได้อภิปราย
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเสนอปรับลดงบประมาณของดีเอสไอ จำนวน 20% เพราะได้ทำงานไม่เป็นไปตามพันธกิจที่ระบุว่าจะผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรม หลังจากพบว่านายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอไม่รักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายอย่างที่ประชาชนคาดหวังและวินิจฉัยคดีแบบกลับไปกลับมาโดยเฉพาะคดีความเกี่ยวกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
นายสาทิตย์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2553 คณะกรรมการคดีพิเศษได้สั่งรับคดีผังล้มเจ้าเข้ามาเป็นคดีพิเศษเพราะเป็นการกระทำที่เป็นภัยต่อความมั่นคง และนับจากนั้นมานายธาริตได้ย้ำต่อสาธารณะว่าคดีดังกล่าวมีมูลความจริงโดยมีกลุ่มทุนหนุนหลัง แต่ปรากฎว่าทันที่พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งและได้เป็นรัฐบาลใน 2544 นายธาริตได้มีความเห็นเมื่อวันที่ 11 เม.ย.2555 ในลักษณะกลับลำแบบ 360 องศาเปลี่ยนดำเป็นขาวว่าคดีนี้ไม่มีมูลความจริง เช่นเดียวกับคดีกระสุนพระราชทานที่มีนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)เป็นผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งดีเอสไอก็ได้มีการกลับลำว่าคดีไม่มีมูลเช่นกัน
"ดีเอสไอควรจะมีบทบาทหน้าที่ตรวจสอบผู้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาลงโทษ แต่พอเปลี่ยนรัฐบาลกลับมีการเปลี่ยนทิศทางแบบ 360 องศา จึงเป็นความสงสัยว่าเป็นการช่วยเหลือผู้มีอำนาจหรือไม่" นายสาทิตย์ กล่าว
ทั้งนี้ นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำนปช.ได้ประท้วงการอภิปรายของนายสาทิตยว่าเป็นการพูดไม่ตรงกับความจริงในคดีผังล้มเจ้านั้นพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก และ อดีตโฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้แถลงต่อศาลเมื่อเดือนพ.ค.2554 ผังล้มเจ้าดังกล่าวไม่ได้เป็นความจริงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุน รองประธานสภาฯได้วินิจฉัยให้นายสาทิตย์อภิปรายต่อไปโดยระบุว่าประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเองว่าการอภิปรายของนายสาทิตย์เป็นอย่างไร
นายสาทิตย์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันดีเอสไอหมิ่นเหม่ต่อการทำผิดพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 เพราะในมาตรา 21/1 บัญญัติว่าหากเป็นการดำเนินคดีเกี่ยวกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองดีเอสไอจะต้องส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนภายใน 30 วัน แต่ทันทีที่ศาลอาญามีคำสั่งออกมาในคดีการเสียชีวิตของนายพัน คำกอง เมื่อวันที่ 17 ก.ย.2555 กลับแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผลกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจเป็นการกระทำที่ขัดกับกฎหมายของดีเอสไอ ดังนั้น ดีเอสไอจึงสมควรที่จะถูกตัดงบประมาณ
สำหรับการประชุมสภาฯในขณะนี้เข้าสู่การพิจารณามาตรา 19 ซึ่งเป็นงบประมาณของกระทรวงแรงงานจำนวน 30,353,226,500 บาท







