
อย่าลืมคนซื้อเพื่ออยู่
การตื่นตัวขึ้นมา เพิ่มมาตรการคุมโครงการอสังหาริมทรัพย์ ป้องกันไม่ให้เกิดฟองสบู่อสังหาฯ นับเป็นเรื่องดี แต่อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยละเอียดในการแยกแยะ ผู้ที่ต้องการซื้อบ้านไว้อาศัยจริงๆ แต่ยังมีรายได้น้อย ออกจากกลุ่มเก็งกำไร เพื่อให้มาตรการป้องกันปัญหา ไม่ไปตัดโอกาสผู้ที่ปากกัดตีนถีบ อยากมีบ้านเพื่อความภูมิใจในชีวิต
การตื่นตัวขึ้นมา เพิ่มมาตรการคุมโครงการอสังหาริมทรัพย์ ป้องกันไม่ให้เกิดฟองสบู่อสังหาฯ นับเป็นเรื่องดี แต่อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยละเอียดในการแยกแยะ ผู้ที่ต้องการซื้อบ้านไว้อาศัยจริงๆ แต่ยังมีรายได้น้อย ออกจากกลุ่มเก็งกำไร เพื่อให้มาตรการป้องกันปัญหา ไม่ไปตัดโอกาสผู้ที่ปากกัดตีนถีบ อยากมีบ้านเพื่อความภูมิใจในชีวิต
เห็นได้จากช่วง 12 ปีที่ผ่านมา จากโครงการอสังหาฯ ต่างๆ สามารถปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมที่เกิดขึ้นตามแนวรถไฟฟ้าย่านใจกลางเมือง ที่บางโครงการเปิดขายกว่า 1,000 ยูนิต สามารถขายได้หมดภายในพริบตา 12 ชั่วโมง เกิดการขายใบจองต่อ ฟันกำไรกันอย่างครึกครื้น
จากนั้นจึงเกิดคำถามว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นสัญญาณเตือนว่าเกิดการเก็งกำไรอสังหาฯ อาจนำไปสู่ภาวะฟองสบู่ ซึ่งหากยังปล่อยให้เก็งกำไรกันไปอีกหลายทอด พอถึงจุดหนึ่งฟองสบู่อสังหาฯ ย่อมแตกเหมือนที่เคยเกิดขึ้น ภาคธุรกิจอสังหาฯ ก็จะฉุดให้สถาบันการเงินที่ปล่อยกู้แย่ตามลงไปด้วย กระทบเป็นลูกโซ่ ดังนั้น ทางผู้ประกอบการจึงออกมาอธิบายว่าในวงการอสังหาฯ ยังไม่มีการเก็งกำไร มีเพียงบางทำเลที่การผลิตล้นตลาดหรือโอเวอร์ซัพพลาย ไม่ใช่ฟองสบู่
อย่างไรก็ตาม จากนั้นมามาตรการคุมอสังหาฯ ก็เริ่มเข้มข้นขึ้นเมื่อสถาบันการเงินเริ่มปฏิเสธการปล่อยกู้ผู้ซื้อที่เข้าข่ายซื้อเพื่อเก็งกำไรบ้านหลังที่ 2 หลังที่ 3 ขึ้นไป รวมทั้งกลุ่มผู้ซื้อที่มีภาระหนี้มาก ผ่อนทั้งรถยนต์ ผ่อนทั้งบ้าน ผ่อนทั้งบัตรเครดิต ผ่อนบัตรกดเงินสด แต่รายได้กลับเพิ่มขึ้นไม่ทัน
ถัดจากนั้น สถาบันการเงินและผู้ประกอบการอสังหาฯ ต้องลดความเสี่ยง ด้วยการเพิ่มเงินดาวน์ผู้ซื้อ จากเดิมที่เคยปล่อยกู้ให้ 100% หรือ 110-120% เรียกว่าไม่ต้องมีเงินดาวน์ แถมยังให้กู้ไปใช้ตกแต่งบ้านหรือคอนโด แต่ปัจจุบันโครงการคอนโดได้เพิ่มเงินดาวน์สูงกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือแบงก์ชาติประกาศใช้มาตรการวงเงินสินเชื่อต่อมูลค่าหลักทรัพย์ (แอลทีวี) จากวางดาว 57% เพิ่มเป็นดาวน์ 12% ส่วนอสังหาฯ ประเภทอื่น เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ หลายโครงการ เพิ่มเงินดาวน์จาก 10-15% ขึ้นเป็น 18-25%
นอกจากนี้ ก่อนปล่อยกู้ผู้ประกอบการเพื่อสร้างโครงการยังเข้าไปตรวจเข้ม โดยให้โครงการแสดงตัวเลขการผ่อนดาวน์ไปแล้ว 34% ถึงยอมปล่อยสินเชื่อให้โครงการไปใช้ก่อสร้าง
จากภาพรวมทั้งหมด เห็นได้ว่า การเข้ามาคุมอสังหาฯ ไม่ให้ต้องเสี่ยงเข้าสู่ภาวะฟองสบู่ นับเป็นเรื่องดีและควรสนับสนุนให้เอาจริงเอาจังอย่างต่อเนื่อง แต่ก็อยากจะฝากทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยละเอียดในการคัดเลือกผู้ที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงๆ อย่าให้ต้องโดนลูกหลงจากมาตรการป้องกันหนี้เน่าอสังหาฯ ครั้งนี้







