posttoday
ทางสองแพร่ง...ไต่เส้นลวดฝ่าวิกฤต

ทางสองแพร่ง...ไต่เส้นลวดฝ่าวิกฤต

24 เมษายน 2553

"การเมืองเรื่องมายา แต่ชีวิตคนเป็นเรื่องจริงที่คุณต้องรักษาไว้ คนที่พูดว่าเราต้องยอมตายเพื่อได้ประชาธิปไตยเหลวไหลทั้งสิ้น พวกนี้ส่วนใหญ่ไม่ตายหรอก มันหนีก่อน ปล่อยให้ประชาชนเป็นเหยื่อ"

"การเมืองเรื่องมายา แต่ชีวิตคนเป็นเรื่องจริงที่คุณต้องรักษาไว้ คนที่พูดว่าเราต้องยอมตายเพื่อได้ประชาธิปไตยเหลวไหลทั้งสิ้น พวกนี้ส่วนใหญ่ไม่ตายหรอก มันหนีก่อน ปล่อยให้ประชาชนเป็นเหยื่อ"

โดย...ทีมข่าวการเมือง

ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในสังคม เกิดการเผชิญหน้าระหว่างรัฐบาลและกลุ่มผู้ชุมนุมจนนำมาสู่การสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ซ้ำเติมด้วยความ “รุนแรง” จากกองกำลังไม่ทราบฝ่ายที่หนักข้อขึ้นทุกที แต่อีกด้านหนึ่งกลับเกิดการตื่นตัวของภาคสังคมที่ออกมารวมพลังแสดงออกช่วยกันหา “ทางออก” คลี่คลายวิกฤตในปัจจุบัน

โอกาสนี้ รสนา โตสิตระกูล สว.กทม. เจ้าของแนวคิด “นิรโทษกรรม” ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเปิดรูระบายก่อนนำไปสู่ “สงครามการเมือง” ให้สัมภาษณ์แสดงความเห็นกับสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ว่า การชุมนุมของ “เสื้อแดง” เวลานี้ ไม่ได้กำลังต่อสู้กับรัฐบาลเท่านั้น แต่เบนเข็มมาต่อสู้กับคนกรุงเทพฯ หวังว่าจะทำให้คนกรุงเทพฯ หันไปบีบรัฐบาล หรือทำให้คนกรุงเทพฯ โกรธจนต้องเข้าไปกระทำความรุนแรง และในที่สุดจะเกิดเป็นสภาพสงครามที่คุมไม่ได้?

 

ทางสองแพร่ง...ไต่เส้นลวดฝ่าวิกฤต

“รัฐบาลจะอยู่ในสภาพที่กดดัน เพราะทุกฝ่ายก็จะกดดันรัฐบาลว่าปล่อยให้ทำผิดกฎหมายได้ไง ข่มขู่ ก่อความวุ่นวายได้ไง เศรษฐกิจเสียหายลงทุกวัน ชาร์ตทางเศรษฐกิจที่เขียนว่าหากชุมนุมอีก 1 เดือนเสียหาย 2–3 หมื่นล้านบาท หากชุมนุมต่ออีก 1 เดือนจะเสียหาย 7 หมื่นล้านบาทถึงแสนล้านบาท มีผลต่อจีดีพี 0.5-1%

...แต่ก็เพิ่มอุณหภูมิของบ้านเมืองที่ต้องการให้จัดการอะไรสักอย่างให้รวดเร็ว เพราะเศรษฐกิจทนไม่ได้ แต่เรามองอนาคตของบ้านเมือง สมมติประชาชนถูกยั่วเย้าในการจะไปใช้ความรุนแรงจนเกิดการฆ่ากัน เกิดสงคราม เราจะสูญเสียทางเศรษฐกิจเท่าไหร่ คนในครอบครัวจำนวนมากมีทั้งเสื้อเหลืองและเสื้อแดง ลูกเสื้อลายจุด เสื้อขาว จะเกิดความแตกร้าวถึงครอบครัว ตรงนี้มีคนประเมินกันไหม”

รสนา ตั้งคำถามต่อว่า หากรัฐบาลคิดจะปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมแบบเด็ดขาด รัฐบาลอยู่ได้ไหม เพราะถ้ามีคนตายเพิ่ม แม้จะชนะปราบสำเร็จแต่มีคนตาย รัฐบาลก็ต้องออก พอออกก็เกิดสุญญากาศ คราวนี้ก็ฆ่ากันมั่ว จะมีการเข้ามาสู่อำนาจโดยการใช้ความรุนแรง การเลือกตั้งอาจมีการยิงหัวกัน การข่มขู่ กกต.หรือหากคนนี้จะชนะจะเกิดกีฬาสีไหม ปีต่อไปจะเป็นสีเหลืองขึ้นมาอีกไหม สีลายดอก หรือสีอะไรอีก

“เวลานี้ทุกคนเกิดความเครียด ดูเหมือนบ้านเมืองไม่มีทางออก ส่วนที่เราคุ้นเคยมากที่สุดก็คือใช้ความรุนแรงตอบโต้ และถ้าเกิดว่ารัฐบาลควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ เกิดรัฐประหาร ที่ผ่านมา รัฐประหารปี 2549 ก่อให้เกิดผลพวงทำให้เกิดความแตกแยกในบ้านเมือง ทำให้เกิดการปลุกปั่นเอาประเด็นความเหลื่อมล้ำ ซึ่งมีอยู่จริงในสังคมมาปลุกให้เกิดความเกลียดชัง อันนี้เป็นเรื่องที่ร้ายกาจที่สุด

...คุณจะโกงคอร์รัปชันมันเลวร้ายแล้ว แต่การปลุกความเกลียดชังพร้อมจะฆ่าเพื่อนมนุษย์นี่ร้ายกว่า เขาพยายามสร้างโมเดล 6 ตุลาฯ ขึ้นมา แต่เป็นโมเดล 6 ตุลาฯ ที่กลับข้าง สังคมก็ถูกปลุกเร้าด้วยสื่อ สถานียานเกราะสถานีเดียวสามารถปลุกจนเอาคนมาแขวนคอ ทุบตีโดยที่ประชาชนยืนดูเฉย สะใจ เอาไปเผานั่งยางแบบสดๆ ประชาชนที่เป็นชาวพุทธไม่รู้สึกอะไรเลย มันใกล้ๆ รวันดา คนที่ถูกกระทำ แค้นฝังหุ่นมา 30 ปี ยังไม่หายเลย”

รสนา เปรียบเทียบว่า เวลานี้เป็นผู้โดยสารโดยรถคันเดียวกัน ผู้โดยสารบนรถคันนี้มีทั้งประชาชนชาวเสื้อแดงที่อาจจะมาเรียกร้องความเป็นธรรม มีกลุ่มนักการเมืองที่อยากจะเรียกร้องทรัพย์สินอำนาจตัวเอง มีกลุ่มทหารที่เสียประโยชน์ เกลียดชังบูรพาพยัคฆ์ เกลียดชัง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ร่วมอยู่ในรถขบวนเดียวกัน ก็อาจจะมีพวกแค้นฝังหุ่นตั้งแต่ 6 ตุลาฯ หรือพวกที่อยากจะล้มสถาบันทั้งหลายของบ้านเมือง

ฉะนั้น สถานการณ์แบบนี้ไม่ง่ายในงานจัดการ คล้ายกับหนังเรื่อง “สปีด” ที่เอาระเบิดผูกติดกับรถ แล้วบังคับต้องวิ่งในอัตราไม่ต่ำกว่า 50 ไมล์ ไม่เช่นนั้นจะระเบิด เอาประชาชนในรถเป็นตัวประกันแล้วพร้อมจะวิ่งไปพุ่งชนทำลาย แต่อันนั้นยังจัดการง่ายกว่าเรา เนื่องจากผู้โดยสารในรถคันนั้นเขาไม่เต็มใจที่จะอยู่บนรถคันนั้น พยายามดิ้นหนีจากรถ แต่กรณีของเราผู้โดยสารกับคนขับเป็นพวกเดียวกัน ไม่ต้องการลงจากรถ โดยไม่รู้ว่าคนขับจะไปจอดให้ลงป้ายที่ตัวเองต้องการหรือเปล่า

“คิดแต่เพียงว่ายุบสภา แต่ความจริงการยุบสภาเป็นเรื่องของการคืนอำนาจให้กับการเมืองภาคตัวแทน ไม่คืนความเป็นธรรมให้ประชาชนแน่นอน แต่วิกฤตการณ์นี้ก็ก่อให้เกิดความเติบใหญ่ของการเมืองภาคพลเมืองขึ้นมา เพราะการเขย่าของเสื้อแดงทำให้คนเห็นปัญหา คนจำนวนมากไม่ว่าสีไหนมาพูดคุยกัน แล้วมองว่าอนาคตบ้านเมืองเราจะปฏิรูปประเทศไทยอย่างไร

...ถ้าหากเรามีกระบวนการดึงเสื้อแดง ชาวบ้านที่เข้ามาต่อสู้เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม เป็นประชาชนบริสุทธิ์ที่ไม่มีวาระแอบแฝง ออกมาแก้ปัญหาแล้วกำหนดว่าสิ่งเราอยากเห็นประเทศไทยเป็นอย่างไร ก็อาจจะเป็นนโยบายที่นักการเมืองจะต้องมาซื้อ และหากภาคประชาชนเข้มแข็งจริงๆ คุณจะสามารถกำกับนักการเมืองได้ เพราะช่วง 3-4 ปี วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นวิกฤตการแย่งชิงอำนาจของนักการเมืองภาคตัวแทน แต่ประชาชนไม่มีส่วนร่วมอะไรเลย เป็นหญ้าแพรกทางการเมือง ที่ถูกช้างสารชนกันเหยียบย่ำจนแหลก”

ถ้าดูซีนาริโอทั้งหมด สุดท้ายเราอาจจะต้องกลับมาทบทวนว่า เราอาจจะต้องเลือกหนทางที่สูญเสียน้อยที่สุด เหมือนพุทธพจน์ที่ว่า เราต้องยอมเสียสละทรัพย์ เพื่อรักษาอวัยวะ และอาจจะต้องเสียสละอวัยวะ เพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ เหมือนกับที่เสนอแนวคิดให้นิรโทษกรรมแลกกับการยุติการชุมนุม ซึ่งเธอบอกว่ามีคนต่อว่าเยอะ บางคนบอกว่า “รสนาขายตัวไปแล้วหรือรับไม่ได้” กินยาผิดหรือเปล่า อ่อนหัด ไร้สมอง คิดแบบนี้ได้ไง ผิดหวังคราวหน้าไม่เลือกแล้ว

ทว่า สิ่งที่เธอต้องการนำเสนอนั้นเพื่อเป็นทางออกไม่ให้นำไปสู่ “สงครามการเมือง” ซึ่งยากจะฟื้นฟู โดยเฉพาะกับความแตกร้าวจะลงไปในจิตใจ ความเกลียดชังที่จะเกิดขึ้น วันนี้เราเกลียดชังเพราะเพียงแต่คุณใส่เสื้อสี เราปลุกปั่นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นเรื่องมาเป็นเรื่อง และถ้าเรามองให้ไกลออกไปว่าคนที่หวังร้าย ถ้าเขามองประเทศเป็นบริษัท เขาก็หวังจะทุบเหมือนทุบหุ้นให้มันต่ำสุด แล้วมาช้อนซื้อเป็นไปได้ไหม

“เราคนไทยเรามองสิ่งตรงนี้บ้างไหม เรามองไกลออกไปไหม หรือเราจะแก้ปัญหาเพียงแค่กิเลส ความโกรธ ความสะใจ แต่เราบอกว่าสติสังคมต้องกลับมา เราต้องเผชิญกับภาวะต้องไต่เส้นลวด ถ้าไต่ไม่ดีมีโอกาสตกเหว แต่ถ้าไต่ดีๆ ก็มีโอกาสถึงฝั่งฝันของคุณได้เหมือนกัน เพราะท่ามกลางวิกฤตที่ร้ายแรง ขณะนี้ก็เกิดโอกาสใหม่ๆ เพียงแต่เราต้องรักษาอารมณ์โกรธ
เกลียด อย่างที่เขาอยากยั่วเย้าให้คุณโกรธเพื่อคุณจะได้เดินมาติดกับดัก”

รสนา หยิบยก “สามก๊ก” ขึ้นมาเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ปัจจุบันว่า “สุมาอี้” แม้จะถูก “ขงเบ้ง” ยั่วยุให้ออกมารบอย่างไร ก็ไม่ออกไปรบ เพราะรู้ว่าฉลาดสู้ขงเบ้งไม่ได้ สุดท้าย “ขงเบ้ง” ก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องถอยทัพกลับไป แต่กรณีปัจจุบัน แค่มีคนมายั่วที่กองทัพภาค 1 ก็ถูกล่อออกมาติดกับทันที ที่สำคัญเขากำลังจะล่อประชาชนให้มาตีกันเอง

“ขณะนี้เป็นเรื่องของบ้านเมืองไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล ทำอย่างไรสังคมจะได้รับการเตือนสติ ให้เราเป็นน้ำหล่อเย็นของปฏิกรณ์ปรมาณู ที่พร้อมจะระเบิดเมืองไม่ให้คนที่มีความหวังร้ายต่อบ้านเมืองมาขุดหลุมล่อให้เดินไปตกหลุม เราอยู่ในทางสองแพร่งที่จะไปเหว กับทางที่เราไต่เส้นลวดดีๆ เรามีโอกาสข้ามฝั่ง ข้ามพ้นการเมืองภาคตัวแทนน้ำเน่าที่เล่นแต่เรียลิตีโชว์อยู่ในสภาทุกวันนี้

...ทุกคนเอาการเมืองมาเล่นเพื่อชิงอำนาจ เอาการเมืองมาเล่นเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว โดยไม่คิดถึงบ้านเมือง? ทุกคนอยากชนะ และคิดว่าบ้านเมืองเป็นซีโร่ซัมเกม คือมีฝ่ายหนึ่งชนะ มีฝ่ายหนึ่งแพ้ คุณบอกว่าจะชนะอยู่แล้ว โดยไม่สนใจเลยว่าบ้านเมืองจะฉิบหายแล้ว เหมือนคุณดึงเด็ก คุณไม่คิดเลยว่าหากต่างคนต่างดึงเด็กมันตาย ถ้าเป็นลูกคุณคุณจะกล้าทำไหม ยกเว้นแต่ยักษ์เท่านั้นแหละ ที่มันไม่สนใจเพราะจะกินเนื้ออยู่แล้ว ไม่ได้จะเอามาเลี้ยง”

รสนา ยังฝากไปถึงรัฐบาลอีกว่า ไม่ควรจะมีแค่สถานการณ์ฉุกเฉินทางการเมือง ความมั่นคงเท่านั้น แต่ต้องทำนโยบายสถานการณ์ฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ ต้องเข้าไปช่วยกลุ่มต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อป้องกันไม่ให้คนเหล่านี้เข้าไปสมทบ กลายเป็นน้ำหลากที่จะเข้ามาสมทบ คุณจะต้องกั้นฝาย หากไม่สามารถสร้างเขื่อนได้ ก็ต้องทำฝายเล็กๆ กันไม่ให้น้ำหลากเข้ามา แล้วต้องหาทางปล่อยน้ำออกจากตรงนั้นให้ได้

นอกจากนี้ รัฐบาลยังปฏิบัติตัวเหมือนกับอยู่ในสถานการณ์ปกติ พูดแต่ว่ามีนโยบายอยู่แล้ว รอให้ม็อบเสร็จก่อนแล้วรอให้มาจัดการ อันนี้เข้าทางเขามาก แต่คุณต้องสร้างนโยบายเฉพาะกิจ เฉพาะหน้าตอบสนองต่อการที่คุณจะแยกน้ำออกจากปลา

“เวลานี้การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเหมือนกับปฏิกรณ์ปรมาณู แต่มันแทนที่จะเอาพลังงานตรงนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ มาทำพลังงานหุงข้าวให้เป็นอาหารกับประชาชน แต่มันต้องการจะมาระเบิดเมือง สังคมทั้งสังคมต้องทำตัวเป็นน้ำหล่อเย็น เพื่อกำกับปฏิกรณ์ปรมาณูนี้ให้ได้ แล้วเอาพลังตรงนี้มาใช้ เพื่อบีบให้การเมืองภาคตัวแทนมาทำในสิ่งที่ความต้องการของประชาชน ที่สร้างสรรค์ แกัปัญหาความเหลื่อมล้ำทั้งหลายที่มีอยู่จริง”

ทั้งนี้ การเมืองเรื่องมายา แต่ชีวิตคนเป็นเรื่องจริงที่คุณต้องรักษาไว้ คนที่พูดว่าเราต้องยอมตายเพื่อได้ประชาธิปไตยเหลวไหลทั้งสิ้น พวกนี้ส่วนใหญ่ไม่ตายหรอก มันหนีก่อน ปล่อยให้ประชาชนเป็นเหยื่อ เห็นมาเยอะแล้ว

“เราต้องเลือกทางที่เหมือนไต่เส้นลวด แต่การไต่เส้นลวดอันนี้มันมีโอกาสที่จะข้ามฝั่งไปอีกฝั่งหนึ่งซึ่งเป็นฝั่งของประชาชนที่เติบโตและมีจิตสำนึก ถ้าคุณข้ามฝั่งนี้ไปได้ บ้านเมืองฟื้นฟูได้ การสูญเสียบางส่วนเราอาจจะเจ็บแค้น ที่ปล่อยให้คนทำผิดกฎหมายแล้วปล่อยให้ลอยนวลได้ไง แต่ปัญหานี้เราต้องพยายามมองว่าการเสียส่วนน้อย เพื่อรักษาส่วนใหญ่ เหมือนกับการตัดมือที่เป็นบาดทะยัก เพื่อรักษาชีวิตไม่ให้วิ่งเข้าสู่หัวใจ”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท