posttoday
กมธ.จี้เลขาสภาฯแจงใช้งบสูงเกินจริง

กมธ.จี้เลขาสภาฯแจงใช้งบสูงเกินจริง

23 สิงหาคม 2556

กมธ.สอบเลขาสภาฯกรณีจัดซื้อนาฬิกาดิจิตอล-เครื่องทำน้ำอุ่น-ปรับปรุงอาคารแพงเกินจริง ขณะที่ผอ.คลังสภาฯย้ำเรียกฝ่ายเกี่ยวข้องอธิบายเหตุผลติดแอร์ห้องขยะ

กมธ.สอบเลขาสภาฯกรณีจัดซื้อนาฬิกาดิจิตอล-เครื่องทำน้ำอุ่น-ปรับปรุงอาคารแพงเกินจริง ขณะที่ผอ.คลังสภาฯย้ำเรียกฝ่ายเกี่ยวข้องอธิบายเหตุผลติดแอร์ห้องขยะ

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีพล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน ได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาฯ ในการดำเนินโครงการต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปีงบประมาณ 2556 โดยเชิญ น.ส.สุนทร รักเมือง ผู้อำนวยการสำนักการคลังและงบประมาณ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เข้าชี้แจง

ทั้งนี้ กมธ.ได้ซักถามในประเด็นที่มีการนำเสนอข่าวว่าสำนักงานเลขาธิการสภาฯ มีการใช้งบประมาณจัดซื้อจัดจ้างและปรับปรุงห้องประชุมกมธ.ในราคาที่ไม่เหมาะสมและมีราคาแพง อาทิ การจัดซื้อนาฬิกาดิจิตอลแขวนผนัง เครื่องทำน้ำร้อน-น้ำเย็น และงบประมาณที่สำนักงาน ใช้เป็นค่าเช่าสำนักงานรัฐสภาจ.อุบลราชธานี ในราคา 3 ล้านบาท

น.ส.สุนทร ชี้แจงว่า โครงการจัดซื้อนาฬิกาดิจิตอล มีมูลค่าโครงการรวม 14,891,089 ล้านบาท และมีราคาต่อเรือนเพียง 40,000 บาทเท่านั้น และมียอดการสั่งซื้อจำนวน 238 เรือน แบ่งเป็นเรือนที่ติดตั้งภายในอาคาร 234 เรือนและติดตั้งภายนอกอาคาร จำนวน 4 เรือน โดยแต่ละแบบนั้นราคาไม่เท่ากัน

ส่วนงบประมาณที่ใช้นอกจากซื้อตัวนาฬิกาแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการติดตั้งระบบดาวเทียมและอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้อง โดยโครงการจัดซื้อนาฬิกาดังกล่าว เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2547 หลังจากที่กมธ.กิจการสภาฯ ไปดูงานที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วพบว่านาฬิกาที่ใช้เที่ยงตรงกันทุกเรือน ซึ่งต่างจากรัฐสภาไทยที่ใช้ระบบใส่ถ่าน และไม่มีความเที่ยงตรง อีกทั้ง ดูแลไม่ทั่วถึง สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างนั้นเป็นไปตามระเบียบรัฐสภา ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2555  โดยไม่ผ่านการอีออคชั่น

“การจัดซื้อจัดจ้างโครงการต่างๆ ทางสำนักงานหรือหน่วยงานที่มีความต้องการจะเป็นผู้นำเสนอโครงการและส่งเรื่องมายังสำนักการคลังฯ เพื่ออนุมัติการใช้เงิน โดยการจัดซื้อจัดจ้างทุกโครงการเป็นไปตามระเบียบ และมีคณะกรรมการ อาทิ ทีโออาร์ตรวจรับงาน เป็นผู้กำกับ ทั้งนี้ ไม่มีเจตนาที่จะปกปิดเอกสาร แต่เอกสารที่กมธ.ขอมีจำนวนมาก ต้องใช้เวลาในการทำสำเนา โดยในสัปดาห์หน้าจะส่งเอกสารมาให้ตรวจสอบ และไม่ตั้งใจขัดขวางการทำหน้าที่ มีความบริสุทธิ์ใจที่จะให้ตรวจสอบ เพราะอีก 5 ปี ก็จะเกษียณอายุราชการแล้วคงไม่ทำเรื่องแบบนั้น” น.ส.สุนทร กล่าว

สำหรับการจัดซื้อตู้ทำน้ำร้อน-น้ำเย็น ได้มีการจัดซื้อ 62 เครื่อง จำนวน 1 ยี่ห้อ ผ่านตัวแทนบริษัท โดยมี 3 ระบบ คือ 1.ระบบทำเฉพาะน้ำเย็น 2.ระบบทำน้ำร้อนและน้ำเย็น และ3.ระบบทำน้ำร้อน-น้ำเย็นและน้ำแข็ง ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ขอจัดส่งเป็นเอกสาร

ทั้งนี้ ในประเด็นดังกล่าว นายวิลาศ จันทรพิทักษ์ สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่ปรึกษากมธ. แย้งว่าที่ระบุว่ามีเพียง 1 ยี่ห้อนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะตรวจสอบแล้วมี 2 ยี่ห้อ ซึ่งไม่มีขายในประเทศไทย

จากนั้นน.ส.สุนทร ชี้แจงว่า ประเด็นการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ (แอร์) ในห้องเก็บขยะหลังสโมสรรัฐสภา ซึ่ง เท่าที่ทราบ สำนักรักษาความปลอดภัยที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องงานอาคารสถานที่นั้น เป็นเจ้าของโครงการและมีกระบวนการศึกษาและได้ผลรายงานว่า ห้องขยะที่ติดแอร์จะไม่มีกลิ่น และประเด็นดังกล่าวไม่ค่อยรู้เรื่อง ขอให้กมธ.เชิญผู้เกี่ยวข้องมาตรวจสอบดีกว่า

ส่วนประเด็นการใช้เงิน 3 ล้านบาท เพื่อเช่าอาคารใช้เป็นสำนักงานรัฐสภาจ.อุบลราชธานี ซึ่งข้อเท็จจริงมีการจ่ายค่าเช่าไป 1 เดือน คิดเป็นเงิน 2.5 แสนบาท โดยมีการทำสัญญาเช่าเพียง 3 เดือนในปีงบประมาณ พ.ศ.2556 เท่านั้น  ส่วนอีก 9 เดือนนั้น ทางสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ได้ดำเนินการหาสถานที่อยู่แล้ว

ส่วนเหตุผลที่ต้องไปเช่าอาคารอื่นแทนที่จะใช้พื้นที่ของหน่วยราชการนั้น เนื่องจากทางองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ได้ทำหนังสือมาถึงสำนักงานก่อนวันเปิดงานรัฐสภาจังหวัดอย่างเป็นทางการว่า ไม่ให้ใช้พื้นที่ ทำให้นายสุวิจักขณ์ ต้องไปหาพื้นที่ใหม่ เพื่อให้ทันต่อการเปิดรัฐสภาจังหวัดทั้ง 5 แห่ง

ขณะที่ ประธานกมธ. ซักค้านว่า นายสมศักดิ์ ระบุไม่ให้มีการเช่าสถานที่ และให้ใช้พื้นที่ของหน่วยราชการ นอกจากนั้นแล้วในวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ กล่าวในที่ประชุมกมธ.สามัญจำนวน 35 คณะ และสั่งให้ยกเลิกการเช่าดังกล่าว แล้วยังระบุว่าการขยายรัฐสภาจังหวัดเพิ่มเติมให้ระงับ เพื่อให้มีการประเมินผลรัฐสภาจังหวัดที่นำร่องไปทั้ง 6 แห่งก่อน

ด้านนายสุพล ฟองงาม สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ปรึกษากมธ. กล่าวว่า เดิมอบจ.อุบลราชธานีให้ใช้พื้นที่ได้ และเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการปรับปรุงแล้ว แต่การเจรจารอบสุดท้าย นายสุวิจักขณ์ไปดำเนินการเช่าอาคารซึ่งเดิมเป็นศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย ทั้งนี้ ได้ท้วงติงผ่านเจ้าหน้าที่ไปแล้ว แต่นายสุวิจักขณ์ยังดำเนินการ ส่วนประเด็นที่ระบุว่าเช่าอาคารเพียง 3 เดือน เชื่อว่าไม่เป็นความจริง ดังนั้น อยากขอเอกสารเกี่ยวกับสัญญาเช่าด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กมธ.ได้ซักถามน.ส.สุนทร อย่างหนักเป็นเวลานานเกือบ 3 ชั่วโมง ก่อนที่เลิกประชุม นายวิลาศ ได้สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการเบิกเบี้ยประชุมของกรรมการที่แต่งตั้งโดยนายสุวิจักขณ์ ซึ่งน.ส.สุนทร ยืนยันว่า นายสุวิจักขณ์ได้แก้ไขระเบียบของรัฐสภา เพื่อให้มีอำนาจในการลงนามแต่งตั้งกรรมการชุดต่างๆ ขึ้นได้ด้วยตัวเองผ่านก.ร. และขณะนี้ได้รับการอนุมัติแล้ว

ทั้งนี้ ไม่ทราบว่าระเบียบที่มีผลบังคับใช้ มากว่า 3 เดือน มีการแต่งตั้งไปแล้วกี่คณะ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการที่ตั้งโดยนายสุวิจักขณ์นั้น จะได้รับเบี้ยประชุมต่อคนจำนวน 1,600 บาท และอนุกรรมการฯ จะได้เบี้ยประชุมต่อคนจำนวน 1,200 บาทโดยไม่จำกัดจำนวนครั้งใน1วัน โดยเป็นไปตามระเบียบราชการ

เมื่อกมธ.รับฟังประเด็นดังกล่าว ต่างอุทานด้วยความตกใจ พร้อมกับระบุว่า สส.ที่เป็นกมธ.ถูกจำกัดให้เข้าประชุมได้เพียงวันละ 2 คณะ และได้รับเบี้ยประชุมคณะละ 800 บาท และรับได้วันละ 1 ครั้ง ต่อ 1 คณะเท่านั้น แต่ข้าราชการรัฐสภาที่ทำหน้าที่เจ้าหน้าที่ในกมธ.ที่ทำงานเกินเวลา ได้รับค่าล่วงเวลาเพียงชั่วโมงละ 50บาท และ 1 วัน ได้รับไม่เกิน 200 บาทเท่านั้น อีกทั้ง พบว่าข้าราชการที่ไปเป็นอนุกรรมการบางคน มีเงินซื้อรถยี่ห้อบีเอ็มดับเบิ้ลยู รุ่นเอ็กซ์วัน ขับได้

ด้าน พล.ต.ท.วิโรจน์ กล่าวขึ้นว่า “ทีเราขอตั้งอนุกมธ.เพิ่ม 1 คณะ เขาไม่ให้ บอกว่าไม่มีห้องประชุมแล้ว แต่นี่กลับอนุญาตตั้งกรรมการ ให้คนของตนเองเข้าไป” ขณะที่นายธีระชาติ ปางวิรุฬรักษ์ สส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า แบบนี้เป็นการใช้เงินภาษีของประชาชนเพื่อไปสร้างบารมีให้ลูกน้อง แบบนี้ไม่ลงทุน และจะต้องตรวจสอบให้ถึงที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท