
เหยื่อความเกลียดชัง
"การที่คนกรุงเทพฯ ออกมาแบบนี้ก็เพราะเขาเหลืออดแล้ว ตอนที่โดนคิดว่า อะไรกันวะมีแต่เลือด นี่เป็นประเทศไทยหรือเปล่า เลวร้ายมาก ทำไมรัฐบาลทำอะไรไม่เด็ดขาด กลุ่มคนเสื้อแดงเองขอให้ยุติได้แล้ว"
"การที่คนกรุงเทพฯ ออกมาแบบนี้ก็เพราะเขาเหลืออดแล้ว ตอนที่โดนคิดว่า อะไรกันวะมีแต่เลือด นี่เป็นประเทศไทยหรือเปล่า เลวร้ายมาก ทำไมรัฐบาลทำอะไรไม่เด็ดขาด กลุ่มคนเสื้อแดงเองขอให้ยุติได้แล้ว"
โดย...ชลธิชา/เบญจมาศ
ปฏิบัติการก่อการร้ายด้วยระเบิดเอ็ม 79 ถล่มใส่ประชาชนบนถนนสีลม ถือเป็นโศกนาฏกรรมไทยฆ่าไทยในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันจากเมื่อเหตุการณ์ 10 เมษาเลือดที่เพิ่งผ่านพ้นไป ญาติผู้สูญเสียและผู้ได้รับผลกระทบต่างไม่อาจยอมรับความโหดร้ายป่าเถื่อนที่เกิดขึ้นได้
ณัฐชา พิพัฒน์กุล วัย 54 ปี ญาติของ ธัญญานันท์ แถบทอง เหยื่อที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 22 เม.ย. เล่าว่า พี่สะใภ้ขายอาหารตามสั่งและต้องใช้ถนนสีลมกลับบ้านไปหาลูก ไม่ใช่ผู้ชุมนุม แต่โชคร้ายที่เขาไม่มีโอกาสกลับไปหาลูกอีก
“อยากให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีความชัดเจนว่าจะแก้ไขวิกฤตที่เกิดขึ้นอย่างไร ทำไมทำอะไรไม่เด็ดขาด จะทำอะไรก็ขอให้ทำไปเลย ควรจับแกนนำให้ได้แล้วค่อยสลายการชุมนุม ไม่ใช่ปากบอกว่าจะรักษากฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติกลับปล่อยให้ประชาชนฆ่ากัน ดิฉันอยากให้ศพธัญญานันท์เป็นศพสุดท้าย แต่หากรัฐบาลทำไม่ได้ก็ควรพิจารณาตัวเอง เพราะเราเลือกคุณมาให้ดูแลประชาชน แต่คุณกลับปล่อยให้ประชาชนต้องรับเคราะห์แบบนี้ หยุดพูดได้แล้วต้องลงมือทำบ้าง”
ณัฐชา กล่าวด้วยน้ำตาว่า การตายของธัญญานันท์ทำให้ครอบครัวนี้ลำบากแน่ เพราะเป็นเสาหลักครอบครัวที่มีลูกถึง 4 คน และน้องบิ๊กคนสุดท้อง ยังเป็นโรคดาวน์ซินโดรม ที่ติดแม่มาก ต้องนอนกับแม่ทุกวัน เมื่อคืนเขาก็ถามว่า “แม่ไปไหน ทำไมยังไม่กลับ” ต้องโกหกเขาว่า “แม่ไปขายของ” เพราะกลัวว่าเขาจะรับไม่ได้ จนไม่รู้ว่ากลับไปบ้านจะต้องโกหกเขาอย่างไรอีก
“เหมือนเป็นลางร้ายก่อนออกจากบ้าน วันเกิดเหตุธัญญานันท์ฝากบอกกับคนที่บ้านว่า ถ้าเขาเป็นอะไรไปฝากดูแลน้องบิ๊กด้วย เพราะเขาดูแลตัวเองไม่ได้ และสุดท้ายแม่ของบิ๊กไม่ได้กลับบ้านจริงๆ”
ขณะที่ สาโรจน์ กุลพฤกษ์ อายุ 55 ปี ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะและโดนสะเก็ดระเบิดตามแขน นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ วันนั้นเขาไปรอรับลูกที่สถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง ขณะระเบิดลูกแรกลงบนสถานีรถไฟฟ้า สาโรจน์มุ่งหน้าไปที่หน้าธนาคารกรุงศรีอยุธยา แต่เสียงตูมสนั่นก็ดังขึ้นอีกครั้ง และก็มีเลือดไหลออกจากศีรษะตัวเอง ขณะที่ลูกสาวก็ตะโกนว่า “พ่อหนูเจ็บที่ท้อง”
สาโรจน์ บอกว่า ห่าระเบิดที่มุ่งเอาชีวิตประชาชนครั้งนี้ถือว่าร้ายแรงที่สุดในชีวิต “ในชีวิตผมเป็นคนมีสีเดียวเท่านั้น คือสีของธงชาติและสีของในหลวงกับพระราชินี ผมเป็นเพียงคนขายก๋วยเตี๋ยวธรรมดาๆ ให้พนักงานออฟฟิศ และวันนั้นกำลังทำหน้าที่พ่อเดินมารับลูกสาวกลับบ้านเท่านั้น เพราะบ้านอยู่ใกล้ๆ กับโรงแรมดุสิต แต่ปรากฏว่าทั้งตัวเองและลูกสาวกลับต้องมารับเคราะห์ เป็นเรื่องที่รับไม่ได้
ตอนที่รถตำรวจพาผม ลูกสาวและผู้บาดเจ็บคนอื่นๆ เข้ามาโรงพยาบาล พอมาถึงประตูทางเข้าห้องฉุกเฉินมีกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนมากเอาไม้ไล่ตีรถตำรวจ แย่มากๆ การที่คนกรุงเทพฯ ออกมาแบบนี้ก็เพราะเขาเหลืออดแล้ว ตอนที่โดนคิดว่า อะไรกันวะมีแต่เลือด นี่เป็นประเทศไทยหรือเปล่า หรือมันเป็นประเทศของใครของมัน เลวร้ายมาก ทำไมรัฐบาลทำอะไรไม่เด็ดขาด กลุ่มคนเสื้อแดงเองขอให้ยุติได้แล้ว สงสารคนรุ่นต่อไปที่จะต้องมารับรู้ประวัติศาสตร์ตรงนี้ ถ้าเขาถามผมว่าอากงเป็นอะไรไป รบที่ไหนมา ทำไมถึงโดนระเบิด แล้วผมจะตอบเขาได้อย่างไรว่าคนไทยยิงระเบิดฆ่ากันเอง” สาโรจน์ กล่าว
ขณะที่ วรเวทย์ พงษ์ไพบูลย์ วัย 34 ปี เหยื่อที่โดนสะเก็ดระเบิดบริเวณด้านหลังจนทะลุปอด เล่าว่า วันเกิดเหตุไปทำงานตามปกติ ขณะที่ยืนคุยกับเพื่อนที่ไปร่วมชุมนุมไม่ถึง 5 นาที ก็เกิดระเบิดขึ้น
“ผมถึงกับฟุบลงไปเลย ขณะที่คนข้างๆ ก็ล้มกันเป็นแถบๆ แต่ที่เจ็บใจและคับแค้นมาก คือผมและคนที่ได้รับบาดเจ็บคนอื่นๆ ถูกคนเสื้อแดงยิงด้วยหนังสติ๊กกับนอตขณะนั่งรถกระบะไปโรงพยาบาล พี่คนอยู่ข้างๆ ผมเลือดออกเยอะมาก มารู้อีกทีว่าเขาตายแล้ว ทั้งที่หากไม่โดนคนเสื้อแดงสกัดเขาอาจจะไม่ตายก็ได้ อยากถามคนเสื้อแดงว่า ถ้าเป็นญาติคุณบ้างคุณจะทำอย่างไร ทำไมไม่เปิดทางให้คนเจ็บ ทำกันแบบนี้ยังเป็นคนอยู่มั้ย” วรเวทย์ กล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้า
วิโรจน์ สมประสงค์ วัย 35 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกสะเก็ดระเบิดที่แขนเป็นทางยาว บอกว่า เป็นคนคลองเตยเข้าร่วมชุมนุมกับคนเสื้อหลากสีที่สีลม เพราะไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง หลังเหตุระเบิดป่าเถื่อนครั้งนี้แล้ว ถ้ารัฐบาลยังไม่จัดการทำอะไรจะต้องมีความรุนแรงมากกว่านี้
ถัดมาที่เตียงข้างๆ นำชัย พุ่มสวัสดิ์ อายุ 25 ปี ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดจนทำให้ตับช้ำ เล่าว่า มาทำงานที่สีลมในช่วงค่ำ ไม่ได้มาเข้าร่วมการชุมนุม หลังเกิดเหตุกลุ่มคนเสื้อแดงได้ไล่ตี และใช้หนังสติ๊กยิงรถบรรทุกผู้บาดเจ็บ พร้อมทั้งโห่ด่าเสียงดังมาก
“ผมก็คิดว่าไม่ได้เกี่ยวข้องแล้วมายิงทำไม แล้วยังซ้ำเติมไม่ให้เข้าไปหาหมออีก ทำแบบนี้ทำไม ผมอยากถามว่ามันประชาธิปไตยอะไรของคุณที่มาเรียกร้องกันแบบนี้ เรากำลังใช้ประชาธิปไตยในทางที่ผิดหรือเปล่า เพราะแม้จะเห็นต่างก็ไม่ควรจะต้องฆ่ากัน” นำชัย กล่าวระบายความรู้สึก
บุญญเกียรติ์ ศรีโพธิ์งาม เหยื่อวัย 23 ปี อีกรายนั่งหย่อนขาขวาบนเตียงผู้ป่วย ข้อเท้าของเขาถูกพันด้วยผ้าก๊อซปิดบาดแผลที่ถูกสะเก็ดระเบิด ชายหนุ่มย้อนเหตุการณ์ระทึกขวัญ...“ตอนนั้นผมขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอสจากสถานีสุรศักดิ์มนตรี เพิ่งออกมาจากออฟฟิศ ซึ่งอยู่ในอาคารไทยซีซี ถนนสาทร มุ่งหน้ากลับบ้านที่ลาดพร้าว แต่พอรถไฟฟ้าจอดที่สถานีศาลาแดง ก่อนที่รถไฟฟ้าจะเปิดประตูก็มีเสียงระเบิดดังขึ้น ตอนนั้นคนในรถไฟฟ้าไม่รู้ว่าเสียงอะไร”
คล้อยหลังไม่กี่นาทีระหว่างที่เขากำลังวิ่งหนีเอาตัวรอดก็มีเสียงบึ้มครั้งที่ 2 ดังขึ้นอีก รู้ตัวอีกทีบุญญเกียรติ์ก็รู้ตัวว่า ข้อเท้าด้านขวามีเลือดไหลอาบ
แม้จะอยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน แต่ บุญญเกียรติ์ นักเล่นทวิตเตอร์ตัวยง ได้ใช้เวลาช่วงสั้นๆ ทวิตผ่านโทรศัพท์มือถือบอกเล่าเหตุการณ์ให้คนที่ติดตามทางออนไลน์ได้รับรู้ตลอดเวลา โดยเฉพาะ “โอ๊ย เปื้อนเลือด” เป็นประโยคที่สองต่อจาก “มีระเบิดที่ศาลาแดง” เพราะทราบดีว่าคนที่ตามทวิตกับบุญญเกียรติ์มีสื่อมวลชนรวมอยู่ด้วย







