posttoday
กต.ลั่นลุยฟันแก๊งลักดวงตราวีซ่า

กต.ลั่นลุยฟันแก๊งลักดวงตราวีซ่า

22 สิงหาคม 2556

บัวแก้วยันดวงตรงวีซ่าสูญ 300 แผ่นหายตั้งแต่ก.ย.55-ก.ค.56 ย้ำใครเอี่ยวดำเนินการตามกฎหมายเด็ดขาด

บัวแก้วยันดวงตรงวีซ่าสูญ 300 แผ่นหายตั้งแต่ก.ย.55-ก.ค.56 ย้ำใครเอี่ยวดำเนินการตามกฎหมายเด็ดขาด

นายจักรกฤษณ์ ศรีวลี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงกรณีพบดวงตราวีซ่าไทยหายจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ว่า จากการตรวจสอบพบว่าดวงตราวีซ่าหายไป 300 แผ่น ซึ่งหายไประหว่างเดือนก.ย. 2555-ก.ค. 2556 

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบจากข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศพบความผิดปกติของการใช้ดวงตราดังกล่าว จำนวน 259 รายแล้ว แบ่งเป็นใช้เดินทางเข้าประเทศไทย ยังไม่เดินทางออกจำนวน 55 คน

ส่วนที่เดินทางเข้ามาแล้วและออกนอกประเทศไทยไปแล้ว 49 คน และที่เหลือเป็นการพบจากการตรวจสอบของสถานทูตไทยในประเทศต่างๆ 

อย่างไรก็ตาม ทราบชื่อทั้งหมดแล้วว่าใครใช้ดวงตราวีซ่าที่หายไป แต่ไม่ยืนยันว่ารายชื่อที่ระบุในดวงตราวีซ่าจะตรงกับในหนังสือเดินทางหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบต่อไป

"ผู้ที่ใช้ดวงตราวีซ่าดังกล่าวหากตรวจพบเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะใช้ดุลยพินิจผลักดันออกนอกประเทศ และพิจารณาให้เป็นรายชื่อบุคคลต้องห้ามต่อไป"นายจักรกฤษณ์ กล่าว

อย่างไรก็ดี วานนี้ (21 ส.ค.) เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการแจ้งความกับกองบังคับการสืบสวนสอบสวนกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับผู้ที่ลักลอบนำดวงตามวีซ่ามาใช้ผ่านการตรวจลงตรา ในข้อหาการออกเอกสารทางราชการให้กับคนต่างด้าวโดยไม่มีอำนาจ

นายจักรกฤษณ์ กล่าวยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวกระทรวงได้ดำเนินการสอบสวนมาตั้งแต่เดือนก.ค. 2556 ทั้งนี้ การดำเนินการทางกฎหมายเรื่องนี้เป็นคดีอาญาจะเอาผิดกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง แม้ว่าขณะนี้ยังไม่ทราบว่าในขบวนการมีกี่คน และหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศเกี่ยวข้อง จะดำเนินการเอาผิดทางวินัยด้วย

"ลูกจ้างท้องถิ่นชาวมาเลเซียที่ทำงานในงานกงสุลที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มีจำนวน 5 คน ซึ่งอยู่ในระหว่างการสอบสวนว่าทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำผิดหรือไม่"นายจักรกฤษณ์กล่าว

นายจักรกฤษณ์ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ซึ่งปฏิบัติราชการที่ต่างประเทศ ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้กำชับว่าให้นำคนผิดมาลงโทษให้ได้ และหาแนวทางป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก เช่น การเก็บดวงตราไว้ในเซฟ เหตุการณ์ลักษณะนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นหลังจากเปลี่ยนมาใช้ระบบดวงตราวีซ่าแล้วกว่า 10 ปี และในอนาคตกำลังพัฒนาระบบวีซ่าเป็นแบบอี-วีซ่า เชื่อว่าจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ยังคงออกวีซ่าตามปกติไม่ได้หยุดทำการแต่อย่างใด  

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท