
โขกทางด่วน1ก.ย.อุ้มสัญญาเอกชน
คมนาคม เมินข้อเรียกร้องภาคประชาชน ยืนยันไฟเขียว กทพ. ขึ้นค่าทางด่วน 1 ก.ย.นี้
คมนาคม เมินข้อเรียกร้องภาคประชาชน ยืนยันไฟเขียว กทพ. ขึ้นค่าทางด่วน 1 ก.ย.นี้
พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม ในฐานะดูแลการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมคงไม่ทบทวนว่าจะขึ้นหรือไม่ขึ้นค่าทางด่วนอีกแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ได้ศึกษารายละเอียดมามากแล้ว และการปรับค่าทางด่วนที่กำหนดไว้ในวันที่ 1 ก.ย.นี้ ถือว่าเป็นไปตามสัญญาสัมปทานที่ได้ทำไว้กับเอกชน ซึ่ง กทพ. คงไม่สามารถที่จะขัดกับสัญญาได้
ขณะที่ น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขานุการคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 7 ข้อ ดังนี้ 1.ขอให้ กทพ. ทบทวนและยุติมติให้ขึ้นราคาค่าผ่านทาง โดยใช้เงื่อนไขสัญญาข้อที่ 12.2 ซึ่งบริษัทมีหน้าที่ในการทำให้การจราจรไหลเวียนได้อย่างสะดวกและปลอดภัย เช่น กรณีประเทศอาร์เจนตินา พบว่าถ้ารถยนต์รอเป็นระยะทางเกินกว่า 20 เมตร จะไม่มีสิทธิเก็บค่าผ่านทางได้
2.ขอให้ กทพ.เปิดเผยรายได้ ค่าใช้จ่าย และผลกำไร นับตั้งแต่มีสัญญาสัมปทานต่อสาธารณะเพื่อความโปร่งใส และใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาของฝ่ายบริหารในการรับภาระแทนเอกชน หากไม่จำเป็นต้องขึ้นราคา 3.ขอให้ศึกษาผลกระทบการขึ้นราคาค่าผ่านทาง (Regulation Impact Assessment) เช่น ผลกระทบต่อการขึ้นค่าบริการรถโดยสารสาธารณะ เช่น รถตู้โดยสารขนส่งมวลชนกรุงเทพ
4.ก่อนตัดสินใจขึ้นราคาค่าผ่านทาง ขอให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและองค์กรผู้บริโภค ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 61 5.ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หรือคณะรัฐมนตรี ใช้ดุลพินิจทางการปกครองในการชะลอการขึ้นราคาในครั้งนี้ ทั้งนี้เนื่องจากสัญญาโครงการระบบขั้นที่ 2 เป็นสัญญาทางปกครองที่มีผลกระทบต่อประชาชนที่ใช้ทาง รัฐต้องใช้ดุลพินิจพิจารณาปัญหาจราจรบนทางด่วนที่ไม่ไหลเวียนได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
6.ขอให้ กทพ. ไม่ต่ออายุสัญญาสัมปทาน (หลังเดือน ก.พ. 2562) โดยให้เตรียมความพร้อมและวางแผนเพื่อบริหารจัดการทางพิเศษก่อนหมดสัญญาสัมปทานอย่างน้อย 5 ปี และ 7.ในอนาคตให้ กทพ. ศึกษารูปแบบการทำสัญญาที่ดีจากประเทศต่างๆ เพิ่มเติม ในแง่ผลประโยชน์ตอบแทนต่อรัฐ และภาระของผู้บริโภคในระยะยาว







