
นครบาลย้ำส่งตร.คุมสภาเรื่องปกติ
รอง ผบช.น.แจงส่งกำลังตำรวจไปประจำที่รัฐสภาเป็นเรื่องปกติ เพื่อป้องกันเหตุร้าย ดูแลความปลอดภัย
รอง ผบช.น.แจงส่งกำลังตำรวจไปประจำที่รัฐสภาเป็นเรื่องปกติ เพื่อป้องกันเหตุร้าย ดูแลความปลอดภัย
พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น. เปิดเผยการนำกำลังตำรวจไปรักษาความสงบเรียบร้อย บริเวณรัฐสภา ภายหลังจากมีเหตุวุ่นวายในการประชุมรัฐสภา กรณี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงประธานรัฐสภา เหตุเกิดช่วงบ่าย วันที่ 20 ส.ค. ว่า วานนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้เข้าไปข้างในรัฐสภา ตำรวจอยู่เพียงด้านนอก เพราะได้รับการประสานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจของสภา ให้ไปช่วยตรวจคัดกรองข้างนอก ปกติเราไม่ได้เข้าไปข้างในอยู่แล้ว ส่วนอำนาจการเข้าไปอยู่ที่ประธานสภา เมื่อวานเป็นการประสานตามขั้นตอน เป็นการป้องกันเหตุร้าย มือที่สาม โดยกำลังด้านนอกน้อยลงเนื่องจากเข้าไปด้านใน จึงร้องขอให้ไปช่วยตรวจสอบคัดกรอง คอยรักษาความปลอดภัยด้านนอกข้างในไม่ใช่หน้าที่เราอยู่แล้ว
ถามว่ามีการอ้างว่ามีการเล่นการพนันในสภา เคยได้รับรายงานหรือไม่ พล.ต.ต.ปริญญากล่าวว่า ไม่มียังไม่ได้รับรายงาน ส่วนที่จะเกิดขึ้นภายใน หากมีการร้องขอให้ไปจับก็ไป ทุกครั้งที่เข้าไปเราต้องได้รับอนุญาตก่อน เราเข้าไปรักษาการณ์นั้นเขาอนุญาตแล้ว โดยการร้องขอกำลังเขาไปรักษาการภายในเนื่องจากกำลังของเขาไม่พอ และกำลังของเขาไม่ได้ฝึกแบบเรา เราก็จะส่งตำรวจจราจรและอำนวยความสะดวกด้านอื่นๆเข้าไป
ด้าน พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) เปิดเผยว่า ช่วงเช้าเวลาประมาณ 09.00 น. นายธีรศักดิ์ พรหมศิลา อายุ 41 ปี ตำรวจรัฐสภา ได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันกับ ร.ต.ท.ชวลิต กิ้มเฉียง พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ว่า ขณะเข้าไประงับเหตุได้เกิดการชุลมุนวุ่นวาย ได้ถูกสมาชิกรัฐสภาทำร้ายร่างกาย กระทั่งมีรอบบวมแดง แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นผู้ใด แจ้งเป็นหลักฐานเฉยๆ ขณะนี้ยังไม่ประสงค์ดำเนินคดี ภายหลังจากไปตรวจร่างกายที่ รพ.พระมงกุฎ เมื่อวานนี้ ก่อนวันนี้จะเข้าลงบันทึกประจำวัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นหลังเกิดเหตุชุลมุนในรัฐสภา และตำรวจรัฐสภาเข้าไประงับเหตุและมีการวิวาทกันนั้น ในตอนแรกจะมีการไปแจ้งความตั้งแต่ช่วงเย็น เมื่อวานนี้ แต่ก็ไปตรวจร่างกายก่อน กระทั่งเดินทางเข้าลงบันทึกประจำวันในช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยไม่ได้ระบุว่าผู้ใดที่ทำร้ายร่างกาย เนื่องจากอาจเกรงว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัยได้ แต่เชื่อว่าผู้เสียหายสามารถจำได้อย่างแน่นอน







