posttoday
'ชัยชนะ-หลุมพราง'กับ อนาคต 'อภิสิทธิ์'

'ชัยชนะ-หลุมพราง'กับ อนาคต 'อภิสิทธิ์'

24 เมษายน 2553

น่าแปลกใจกับกระแสสนับสนุนที่ยังมีต่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ที่หลายฝ่ายประเมินว่าหลังจากการเพลี่ยงพล้ำไปกับเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เม.ย. จนถูกตีตราให้เป็นนายกฯ มือเปื้อนเลือด และอาจถึงขั้นปิดฉากเส้นทางการเมือง

รสนา โตสิตระกูล สว.กทม. วิเคราะห์ถึงเรื่องนี้ว่า แกนนำบางคนเคยผ่านการเคลื่อนไหวของบ้านเมืองมาตั้งแต่ยุค 14 ตุลาฯ 16, 6 ตุลาฯ 19 พฤษภาทมิฬ ที่รัฐบาลอยู่ไม่ได้เมื่อมีการเสียชีวิต ทำให้มีความพยายามสร้างโมเดลเดิมๆ อย่างเดือนพฤษภาหรือใกล้เคียงกับเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ เพราะเขาคิดว่าถ้าเมื่อไหร่ที่รัฐบาลมือเปื้อนเลือดรัฐบาลก็อยู่ไม่ได้

“แต่เวลานี้มันต่างกัน การเมืองในช่วงปี 2535 เป็นมวลชนที่มาเอง โดยไม่ใช่มวลชนจัดตั้ง เวลาเกิดปัญหา เอาตัวหัวหน้ามาเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อให้สองคนนี้หยุด มวลชนทั้งหลายจะหยุดเอง แต่เวลานี้มวลชนจัดตั้งทั้งหลายเหล่านี้ต่างกันมาก มวลชนถูกเกณฑ์มาจัดตั้งมาเพื่อจะกระทำความรุนแรง โดยมวลชนไม่ต้องการจะทำความรุนแรงด้วยตัวเอง แต่เวลาอยู่ในม็อบแล้วก็มีจิตวิทยามวลชนที่จะต้องไปด้วยกัน เห็นด้วยไม่เห็นด้วยอย่างไรก็ต้องไปด้วยกัน

...เราจะเห็นเลยว่าทหารที่บาดเจ็บและรวมทั้งกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่บาดเจ็บทุกคนพูดเหมือนกันเลยว่า อยากให้เจรจากัน ไม่อยากให้ตีกัน ไม่อยากให้มีความรุนแรงกัน เรื่องตลกมากคนไม่รู้จักกันมาชกกัน คนข้างล่างอยากให้เจรจากันทั้งนั้นแหละ แต่ข้างบนไม่ยอมเจรจา เพราะมีความมุ่งหวังอย่างอื่น”

รสนา อธิบายว่า อีกประเด็นที่แตกต่างกับเหตุการณ์ในปี 2535 คือรัฐบาลขณะนั้นเป็นทหารล้วนๆ คิดว่าปราบให้จบ แต่ปรากฏว่าไม่จบ มีพวกไอ้โม่งทั้งหลายบุกเผานู่นเผานี่ มีกลุ่มเสื้อดำมาเผาให้เกิดความวุ่นวาย จนรัฐบาลอยู่ไม่ได้

แต่ต่างกันรัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่ใช่รัฐบาลทหาร และการที่มวลชนคนเสื้อแดงล้ำเส้นจุดที่เขาเรียกร้องในช่วงแรกให้มีการยุบสภา ถึงจะไม่มีเหตุผลมากเท่าไหร่แต่ก็บีบจนรัฐบาลยอมที่จะไม่อยู่จนครบวาระ แต่แกนนำไม่เอาต้องการให้ไปให้ไกลกว่านั้นคือยุบสภาทันที

“ตรงนี้เป็นผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่า เพราะคุณกะว่าจะมีมวลชนตามหัวเมืองในการสกัด กำกับให้การเลือกตั้งเป็นไปตามที่ตัวเองต้องการ เพื่อเข้าสู่อำนาจ การเรียกร้องแบบนี้ที่สร้างความตึงเครียดเพราะแกนนำเลยธงไปมาก มันเลยธงไม่ใช่สู้กับรัฐบาล แต่ไปสู้กับประชาชน เพราะฉะนั้นสถานการณ์เวลานี้จะไม่มีทางเหมือนกับปี 2535

...พวกนี้ก็ต้องการสร้างโมเดล 6 ตุลาฯ ขณะเดียวกันก็ฝังชิปพวกเดียวกันเอง หลายคนอาจจะบอกว่าเอาศพไปแห่ไม่ประสบความสำเร็จ แต่เขาประสบความสำเร็จในพวกเขา เขาอาจจะไม่เรียกมวลชนมาเพิ่ม แต่การฝังความเกลียดชังคั่งแค้นในกลุ่มของเขา ไม่ต้องมากหรอก หมื่นคนคุณก็แย่แล้วความเกลียดชังคุณจะสลายได้ไง การสลายจะต้องไม่ใช้ความรุนแรงต้องสลายโดยความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ”

รสนายังประเมินต่อไปว่า หาก “อภิสิทธิ์” ประคองตัวต่อไปดีๆ ไม่ตกไปสู่ความรุนแรงอีกครั้งก็มีโอกาสอยู่ได้ แต่ถ้าเมื่อไหร่พลาดถลำมาปราบอีกครั้ง เขาก็อยู่ไม่ได้ แม้เขาจะชนะ รวมไปถึงจะบอกว่ามวลชนทั้งหลายที่เชียร์ให้คุณไปจัดการปราบ เพราะเบื่อทนไม่ไหว แต่เขาจะไม่รับผิดชอบอะไรกับคุณทั้งสิ้นหากเกิดความสูญเสีย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท