
ไตรมาส3ฟื้นตัวแน่
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะถดถอยตามเทคนิค หลังอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจติดลบติดต่อกัน 2 ไตรมาส แต่เมื่อวิเคราะห์สาเหตุ พบว่าส่วนหนึ่งมาจากฐานการคำนวณที่ผิดปกติ จากการที่พม่าหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้โรงงานอุตสาหกรรมต้องหยุดการผลิตเป็นจำนวนมาก
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะถดถอยตามเทคนิค หลังอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจติดลบติดต่อกัน 2 ไตรมาส แต่เมื่อวิเคราะห์สาเหตุ พบว่าส่วนหนึ่งมาจากฐานการคำนวณที่ผิดปกติ จากการที่พม่าหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้โรงงานอุตสาหกรรมต้องหยุดการผลิตเป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม จากศักยภาพของเศรษฐกิจไทยควรมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 4.5% และตามหลักการจีดีพีของไทยควรดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจสหรัฐและญี่ปุ่นที่ฟื้นตัวดีขึ้น โดยคาดว่าในไตรมาส 3 จีดีพีจะขยายตัวได้เพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นการเติบโตจากฐานที่ต่ำในปีที่ผ่านมา แต่ก็ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจโลกด้วย
อย่างไรก็ตาม สศค.ประเมินว่าจีดีพีไตรมาส 4 จะชะลอตัวลงอีกครั้ง จากฐานการเติบโตที่สูงในปีที่ผ่านมา แต่หากสามารถเร่งการใช้จ่ายภาครัฐ ทั้งงบประมาณที่ยังค้างอยู่ 1.7 แสนล้านบาท และงบประมาณปี 2557 ก็สามารถช่วยกระตุ้นจีดีพีในไตรมาส 4 ให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้
ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เสนอต่อรัฐบาล สศค.ให้ความสำคัญต่อการกระตุ้นการลงทุน เพราะไม่สามารถกระตุ้นการบริโภคต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับกรณีของสหรัฐที่เร่งการบริโภคติดต่อกันเป็นเวลานานเกินไป
ขณะที่ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การที่สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่าเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะถดถอยหรือรีเซสชันนั้น อาจเป็นเพียงการคำนวณหยาบๆ ยังไม่ได้ปรับปัจจัยด้านฤดูกาลออก เพราะถ้าดูข้อมูลอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ปี 2555 จะเห็นว่าโตสูงมาก ซึ่งเมื่อตัดปัจจัยฤดูกาลออกแล้วเศรษฐกิจไทยก็ไม่ได้ติดลบ
“ถึงแม้ตามนิยามรีเซสชันจะบอกว่า ถ้าจีดีพีใน 2 ไตรมาสเติบโตติดลบ เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส แต่คาดว่าไตรมาส 3 ปีนี้จีดีพีไม่น่าจะโตติดลบ เพราะจากข้อมูลการลงทุนก็ยังมีอยู่ แม้ว่าการบริโภคจะชะลอลงบ้าง แต่ก็ยังสามารถขยายตัวได้ จึงเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถฟื้นตัวได้ในครึ่งปีหลัง” ประสาร การันตี
ชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) กล่าวว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ใน mai จำนวน 86 บริษัท จาก 88 บริษัท ได้นำส่งงบการเงินไตรมาส 2 มีกำไรสุทธิ 964 ล้านบาท ลดลง 46.77% จากงวดเดียวกันปีก่อน
ส่งผลให้งวด 6 เดือน มีกำไรสุทธิ 3,193 ล้านบาท ลดลง 4.32%







