
จัดทีมโด๊ปศก.
กิตติรัตน์เรียกประชุมสัปดาห์หน้าต่างชาติทิ้งหุ้นวันเดียว1.1หมื่นล้านนักวิเคราะห์นอกฟันธงไทยถดถอย
กิตติรัตน์เรียกประชุมสัปดาห์หน้าต่างชาติทิ้งหุ้นวันเดียว1.1หมื่นล้านนักวิเคราะห์นอกฟันธงไทยถดถอย
รัฐบาลเมินเสียงเตือนเศรษฐกิจขาลง แต่ระดมทีมหาทางอัดเงินกระตุ้น
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้รายงานต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ว่า ในสัปดาห์หน้าจะเรียกกรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาหารือเพื่อเร่งรัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการเร่งรัดการใช้จ่ายของภาครัฐให้มากขึ้น เพื่อให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อทำให้เศรษฐกิจขยายตัวตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยการเร่งรัดการเบิกจ่ายของภาครัฐ และมีมาตรการกระตุ้นการส่งออก ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
นายกิตติรัตน์ ยืนยันกับ ครม. ว่า สถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจในขณะนี้ไม่น่าเป็นห่วง หรืออยู่ในภาวะถดถอยตามที่สื่อต่างประเทศรายงาน เพราะในครึ่งปีแรกเศรษฐกิจขยายตัวได้ดีกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และช่วงที่เหลือรัฐบาลก็มีมาตรการดังกล่าว
วันเดียวกัน ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานอ้างความเห็นนักวิเคราะห์เกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ว่า เศรษฐกิจไทยกลายเป็นประเทศตลาดเกิดใหม่รายล่าสุดที่ถอยหลังเข้าสู่ภาวะหดตัว ทั้งหมดเป็นผลมาจากการส่งออก และการบริโภคภายในประเทศชะลอตัวลง การใช้นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจชั่วคราวซึ่งเป็นสิ่งที่มีความเสี่ยง เพราะส่งผลดีต่อการขยายตัวในระยะสั้นๆ
ขณะที่ วันที่ 20 ส.ค. นักลงทุนต่างชาติพากันเทขายหุ้นไทยอย่างหนักร่วม 1.1 หมื่นล้านบาท ฉุดดัชนีหุ้นไทยลดลง 27 จุด ปิดที่ 1,370.86 จุด ต่ำสุดในรอบ 8 เดือน
สาเหตุสำคัญมาจากความกังวลในเรื่องอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยทรุดต่ำกว่าที่คาดไว้ จนอาจทำให้บริษัทจดทะเบียนมีกำไรลดลงจากที่คาดการณ์ไว้
ขณะเดียวกันตลาดโดยรวมก็กังวลมาตรการคิวอีที่ธนาคารกลางสหรัฐจะประกาศหลังวันที่ 21 ส.ค.นี้ ทำให้นักลงทุนต่างชาติพากันเทขายหุ้นออกไปจากภูมิภาคเอเชีย
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นไทยแล้ว 1 แสนล้านบาท มากที่สุดในรอบ 5 ปี ฉุดให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมตลาดหุ้นไทยลดลงมาอยู่ที่ 11.95 ล้านล้านบาท ความมั่งคั่งของนักลงทุนหายไป2 ล้านล้านบาท ในเวลา 3 เดือน







