
สภาหักดิบตัดสิทธิ57สส.-สว.อภิปรายรธน.
รัฐสภาลงมติตัดสิทธิ์ 57 สส.-สว.อภิปรายชำแหละร่างแก้รัฐธรรมนูญรื้อวุฒิสภา อ้างเหตุเสนอคำแปรญัตติล้มเลือกตั้งสว.ขัดข้อบังคับ
รัฐสภาลงมติตัดสิทธิ์ 57 สส.-สว.อภิปรายชำแหละร่างแก้รัฐธรรมนูญรื้อวุฒิสภา อ้างเหตุเสนอคำแปรญัตติล้มเลือกตั้งสว.ขัดข้อบังคับ
เมื่อเวลา 11.30น. การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของสว.ในวาระที่ 2 ได้เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมอย่างเป็นทางการ ภายหลังได้ใช้เวลานานกว่า 1.30ชั่วโมงในการประท้วงการทำหน้าที่ประธานที่ประชุมของนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภาในฐานะรองประธานรัฐสภา
ทั้งนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ ได้อ่านรายงานการพิจารณาของคณะกมธ.โดยได้มีข้อสังเกตว่าเนื่องจากมีสมาชิกรัฐสภาจำนวน 57 คนจากทั้งหมด 202 คนได้เสนอคำแปรญัตติเพื่อแก้ไขถ้อยคำในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ขัดกับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อที่ 96 วรรค 3 กำหนดไว้ว่าการเสนอแก้ไขถ้อยคำที่ขัดกับร่างแก้ไขในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านการขั้นตอนการรับหลักการจะกระทำไม่ได้
"สมาชิกรัฐสภาทั้ง 57 คนได้เสนอคำแปรญัตติที่หลากหลาย เช่น การเสนอตัดบทบัญญัติทุกมาตรา และให้การได้มาซึ่งสว.กลับไปสู่ระบบสรรหาผสมกับการเลือกตั้ง ซึ่งถือว่าขัดกับหลักการของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐสภาได้รับเอาไว้ โดยในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 1 ที่รัฐสภารับหลักการไว้ คือ ให้สว.มาจากการเลือกตั้ง ดังนั้น การเสนอคำแปรญัตติเพื่อยกเลิกบทบัญญัติดังกล่าวจะไม่สามารถกระทำได้" นายสามารถ กล่าว
นายสามารถ กล่าวว่า ดังนั้นในฐานะประธานคณะกมธ.จึงขอเสนอให้ที่ประชุมเป็นผู้ตัดสินว่าจะให้สมาชิกรัฐสภาทั้ง 57 คนสามารถใช้สิทธิ์อภิปรายในที่ประชุมรัฐสภาได้หรือไม่ต่อไป
ด้านนายนิคม กล่าวว่า การวินิจฉัยในปัญหานี้จะต้องดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อที่ 117 ที่กำหนดให้ใช้เสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภาที่มีอยู่ดำเนินการวินิจฉัยให้เด็ดขาด
ต่อมา สส.พรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายธนา ชีรวินิจ สส.กรุงเทพมหานคร อภิปรายเรียกร้องให้นายสามารถชี้แจงว่าทำไมถึงไม่บรรจุคำแปรญัตติของนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ไว้ในรายงานของคณะกมธ.เพื่อให้นายนิพิฏฐ์มีสิทธิ์อภิปรายในรัฐสภาในฐานะผู้เสนอคำแปรญัตติแก้ไขถ้อยคำในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
นายสามารถ ชี้แจงว่า ปัญหาของนายนิพิฏฐ์มาจากการที่นายนิพิฏฐ์ไม่ได้ส่งคำแปรญัตติภายในเวลา15 วันตั้งที่ประชุมรัฐสภามีมติรับหลักการเมื่อวันที่ 4 เม.ย.ซึ่งครบกำหนดในวันที่ 19 เม.ย. ดังนั้น ในเมื่อนายนิพิฏฐ์เสนอคำแปรญัตติไม่ทันตามกำหนดคณะกมธ.ก็ไม่สามารถดำเนินการบรรจุคำแปรญัตติของนายนิพิฏฐ์ได้
ขณะที่ นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า การเสนอคำแปรญัตติของตนเองเป็นการยึดตามมติของที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 18 เม.ย. ซึ่งเป็นการประชุมรัฐสภานัดพิเศษหลังจากการประชุมเมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ไม่สามารถดำเนินการกำหนดระยะเวลาแปรญัตติได้เพราะองค์ประชุมล่ม ดังนั้น ส่วนตัวจึงยึดถือตามมติของที่ประชุมรัฐสภาในวันที่ 18 เม.ย. ซึ่งเท่ากับว่าวันสิ้นสุดครบกำหนดการเสนอคำแปรญัตติจะครบกำหนดในช่วงต้นเดือนพ.ค.เท่านั้น
สส.พัทลุง กล่าวอีกว่า ที่สำคัญรัฐธรรมนูญมาตรา 291 กำหนดให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องดำเนินการเป็น 3 วาระ ในเมื่อวาระที่ 1 ยังไม่เสร็จสิ้นทั้งกระบวนการ คือ ลงมติรับหลักการและการกำหนดวันแปรญัตติ จะทำให้รัฐสภาไม่สามารถพิจารณาในวาระถัดไปได้ แต่หากรัฐสภายังยืนยันที่จะดำเนินการต่อไปก็เท่ากับว่ากำลังกระทำการที่ขัดกับรัฐธรรมนูญและสามารถเป็นประเด็นส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้
จากนั้นในเวลา 13.00 น.สส.พรรคประชาธิปัตย์จำนวนมากได้เรียกร้องให้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา เปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภาผู้เสนอคำแปรญัตติจำนวน 57 คนได้ใช้สิทธิ์ชี้แจงต่อที่ประชุมว่าทำไมถึงได้เสนอคำแปรญัตติที่มีลักษณะขัดกับข้อบังคับการประชุมรัฐสภา แต่นายสมศักดิ์ ไม่เห็นด้วยโดยอ้างว่าในทางปฏิบัติไม่สามารถกระทำได้ เพราะหากให้สมาชิกรัฐสภาทั้ง 57 คนอภิปรายจะใช้เวลานานเกินไปจนไม่สามารถเข้าสู่เนื้อหาเป็นรายมาตราได้
"ถ้าว่ากันตามข้อบังคับจริงๆท่านประธานคณะกรรมาธิการสามารถใช้ดุลยพินิจได้เลยโดยไม่ต้องเสนอมาให้ที่ประชุมตัดสินว่าจะให้สมาชิกรัฐสภาทั้ง 57คนอภิปรายในสภาได้หรือไม่ แต่ที่ท่านสามารถทำเพราะต้องการให้เกียรติสภา ดังนั้น ในฐานะประธานสภาขอใช้ดุลยพินิจให้ที่ประชุมลงมติ เป็นไงก็เป็นกัน" นายสมศักดิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการให้ที่ประชุมรัฐสภาลงมติทันทีว่าจะให้สมาชิกรัฐสภาทั้ง 57 คนมีสิทธิ์อภิปรายหรือไม่โดยที่ยังไม่สมาชิกรัฐสภาเหล่านั้นได้ใช้สิทธิ์อภิปรายชี้แจงก่อน
อย่างไรก็ตาม นายสมศักดิ์ได้ตัดสินใจให้ที่ประชุมรัฐสภาลงมติว่าสมาชิกรัฐสภาทั้ง 57 คนได้แปรญัตติขัดกับหลักการหรือไม่ ผลปรากฏว่าที่ประชุมรัฐสภามีมติเสียงข้างมาก 339 ต่อ 15 คะแนนเห็นว่าการแปรญัตติของสมาชิกรัฐสภา 57 คนขัดกับหลักการตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อที่ 96 และไม่สามารถอภิปรายในรัฐสภาได้







