posttoday
ย้อนรอยเหตุคุกคาม"ตรวจสอบ-เห็นต่าง"อาจอันตราย

ย้อนรอยเหตุคุกคาม"ตรวจสอบ-เห็นต่าง"อาจอันตราย

20 สิงหาคม 2556

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับสื่อและนักการเมืองนับวันยิ่งเพิ่มขึ้น หากตร.ไม่สามารถหาตัวคนร้ายได้ ความสงสัยก็จะตกอยู่ที่รัฐบาล

โดย...ทีมข่าวในประเทศ

เหตุการณ์คนร้ายเอาลูกระเบิดแบบเกลี้ยง ชนิด vc10 นำมาแขวนไว้ที่ประตูรั้วบ้านของภัทระ คำพิทักษ์ บรรณาธิการ นสพ.โพสต์ทูเดย์ พร้อมยิงกระสุนอาวุธปืนขนาด .38 เข้าไปในบ้านพักทะลุกระจกรถยนต์เสียหาย โดยตำรวจตั้งปมไว้ 2 ประเด็น คือ การทำหน้าที่สื่อมวลชนตรวจสอบผู้มีอำนาจ และเรื่องส่วนตัวของคนภายในบ้าน ได้สร้างความสะเทือนขวัญให้กับคนในวงการสื่อ

การใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับ บรรณาธิการนสพ.โพสต์ทูเดย์ ไม่ใช่ครั้งแรกที่สื่อมวลชนต้องตกอยู่ในอาณาจักรแห่งความกลัว ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หากจะมองให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ไล่เรียงเริ่มต้นจากที่รัฐบาลชุดปัจจุบันเกิดเหตุคุกคามกับ “หน่วยงาน” และ “บุคคล” ที่เห็นต่างกันมาแล้วหลายครั้ง

เริ่มจากเหตุปาประทัดยักษ์และลูกเปตองที่หน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน มาถึงหน้าป้อมยามก็ปาประทัดยักษ์เข้าใส่ และขี่รถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่ สมชัย กตัญญุตานันท์ หรือ “ชัย ราชวัตร” นักเขียนการ์ตูนการเมืองชื่อดัง เขียนเฟซบุ๊กส่วนตัววิจารณ์นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ทำให้คนของพรรคเพื่อไทยแจ้งความเอาผิดดำเนินคดี แต่กลุ่มคนร้ายซึ่งได้ภาพจากกล้องวงจรปิดก็ยังคงลอยนวลจนถึงขณะนี้ ขณะที่การดำเนินคดีกับ “ชัย ราชวัตร” ข้อหาหมิ่นประมาท ตำรวจได้เดินหน้าทำสำนวนอย่างเต็มที่

หรือกรณีของนักข่าวการเมืองช่อง 7 สี สมจิตต์ นวเครือสุนทร หลังจากที่เธอปฏิบัติหน้าที่สื่อด้วยการตั้งคำถามยิงเพื่อสร้างความกระจ่างให้กับสังคมไปยังนายกฯ ยิ่งลักษณ์ กระทั่งตัวนายกฯ ต้องเดินหนี เธอจึงตกเป็นเป้า เมื่อพรทิพย์ ปักษานนท์ ประธานกลุ่มคนเสื้อแดงเพชรบุรี ส่งอีเมลข่มขู่ ด้วยการโพสต์ภาพถ่าย และระบุข้อมูลส่วนตัว ทั้งชื่อและนามสกุล ว่าเป็นผู้ซักถามนายกรัฐมนตรีจนต้องเดินหนี

รวมไปถึง เฉลิมชัย ยอดมาลัย บรรณาธิการข่าวหน้า 1 และคอลัมนิสต์ นสพ.แนวหน้า ถูกทุบรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งเจ้าตัวเชื่อว่าสาเหตุเกิดจากที่เขียนวิจารณ์รัฐบาลยิ่งลักษณ์ จนไปสร้างความไม่พอใจให้กับบางกลุ่ม

เหตุการณ์ข้างต้นที่เกิดขึ้นถือเป็นตัวบ่งชี้ชัดว่าการทำงานของสื่ออาจจะไม่อิสระอีกต่อไป เพราะหากไปเหยียบตาปลาผู้มีอำนาจเข้า เมื่อนั้นชีวิตก็ต้องตกอยู่ในอันตราย ที่สำคัญ คดีความเหล่านี้ตำรวจยังตามมือใครมาดมไม่ได้แม้แต่รายเดียว

ไม่เพียงแต่สื่อมวลชนที่ถูกคุกคาม บุคคลที่อยู่ฝั่งตรงข้ามรัฐบาลก็ถูกข่มขู่สั่งสอน บ้างสาหัส บ้างอาการหนักปางตาย

ราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ หนึ่งในทีมกฎหมายของพรรค ถูกสองคนร้ายลอบดักใช้ของแข็งทุบหัวจนหมดสติปลายปีที่แล้ว ขณะที่เจ้าตัวกำลังลงจากรถเมื่อถึงคอนโดมิเนียมย่านบางนา พรรคประชาธิปัตย์เชื่อว่าสาเหตุเกิดจากปมเรื่องการเมืองอย่างแน่นอน เพราะราเมศเป็นทีมกฎหมายตัวสำคัญของพรรค และรับผิดชอบคดีการตรวจสอบการทุจริตต่างๆ และอีกหลายคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล และจนถึงขณะนี้ ตำรวจก็ยังไม่ได้แม้แต่เงาของคนร้าย

รวมถึงเหตุสนับมือกะซวกเข้าหน้าของ ภิญโญ พงษ์เจริญ หรือโหรภิญโญ โหรการเมืองชื่อดัง ที่ตกเป็นข่าวหน้า 1 ไม่กี่เดือนมานี้ ทั้งนี้ โหรภิญโญจัดรายการวิพากษ์วิจารณ์พยากรณ์ดวงเมืองของรัฐบาล และอาจไม่เข้าหูใครบางคนหรือไม่ เป็นเหตุให้ถูกมือมืดดักใช้สนับมือซัดเข้าให้จนสาหัสไปตามๆ กัน

ส่วนเหตุดังสะท้านเมือง คงหนีไม่พ้นกรณีของ เอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดัง ที่จบชีวิตลงจากการถูกฆ่าชิงทรัพย์ตามสำนวนการสอบสวนของตำรวจ แต่ข้อมูลจากแพทย์ชันสูตรศพเอกยุทธ กลับหักล้างว่า เอกยุทธถูกฆ่าโดยทีมฆ่าพิเศษ จนมีการขยายผลว่าคนมีสีอยู่เบื้องหลังฆ่าเอกยุทธ โดยมีมูลเหตุสำคัญที่เชื่อคือ เพราะเอกยุทธอยู่ฝั่งตรงข้ามรัฐบาล และมักมีข้อมูลวงในเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้มีอำนาจฟ้องต่อสังคม

สุนัย ผาสุก ที่ปรึกษาองค์กร ฮิวแมนไรท์ วอทช์ ระบุว่า กรณีคนร้ายแขวนระเบิดหน้าบ้านภัทระ ถือเป็นงานหลักที่ตำรวจและรัฐบาลต้องออกมาสร้างความกระจ่างให้เกิดขึ้น เพราะภัทระ นอกจากเป็นประชาชนทั่วไปแล้ว ยังสวมหมวกอีกใบในฐานะสื่อมวลชนที่สำคัญของประเทศ หากไม่มีความชัดเจนจะยิ่งเป็นผลเสียกลับมายังรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสายตาของต่างประเทศ

“อย่าลืมว่าสังคมกำลังจับตาอยู่ หากตำรวจช้าไปก็จะยิ่งเป็นผลเสียต่อหน่วยงานของรัฐเอง”สุนัย กล่าว

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับสื่อมวลชนและนักการเมืองที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลนับวันยิ่งเพิ่มขึ้น หากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถหาตัวคนร้ายได้ ความสงสัยก็จะตกอยู่ที่ตัวรัฐบาลที่มีหน้าที่ดูแลความสงบ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท