
อัยการยังไม่สั่งสอบเพิ่มคดีเอกยุทธ
รองผบช.น.เผยพนักงานอัยดารยังไม่สั่งสอบประเด็นเพิ่มเติมในคดีเอกยุทธ หลังได้รับสำนวน ทนายความ "สมชาย" สรุปฟ้อง "สุวัตร" 20ส.ค.
รองผบช.น.เผยพนักงานอัยดารยังไม่สั่งสอบประเด็นเพิ่มเติมในคดีเอกยุทธ หลังได้รับสำนวน ทนายความ "สมชาย" สรุปฟ้อง "สุวัตร" 20ส.ค.
เมื่อวันที่ 18 ส.ค. พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. ฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีการเสียชีวิตนายเอกยุทธ อัญชัญบุตร นักธุรกิจชื่อดัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางพนักงานอัยการยังไม่ได้มีการสั่งให้สอบประเด็นอะไรเพิ่มเติมภายหลังจากส่งสำนวนคดีดังกล่าวให้กับอัยการไปแล้วเมื่อวันที่ 18 ส.ค. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ทางพนักงานสอบสวนได้มีการสอบปากคำนายสมชาย จิตปรีดากร กรรมการบริษัททรีวิวจำกัด ที่ถูกกล่าวอ้างไว้แล้ว ซึ่งได้เข้ามาแสดงความบริสุทธิ์ใจ แล้วจะนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาต่อไป
เมื่อถามถึงประเด็นที่ทำถามว่าทำไมนายสุวัตร อภัยภักดิ์ อดีตทนายความส่วนตัวของนายเอกยุทธอ้างถึงคำให้การขอนายสันติภาพ เพ็งด้วง ผู้ต้องหาที่กลับคำให้การรวมถึงกรณีมีการว่าจ้างเงิน 3 ล้าน รวมถึงประเด็นอื่นๆ ที่ยังคงเหลืออยู่นั้น พล.ต.ต.อนุชัย กล่าวว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ได้สั่งการให้พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บก.น. ทำการสืบสวนและดำเนินการให้ทราบภายใน 7 วัน ทั้งนี้ ยืนยันว่าพนักงานสอบสวนได้เตรียมพร้อมไว้ทั้งหมดแล้ว หากผู้ต้องหาจะกลับคำรับสารภาพหรือไม่ก็ตาม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขั้นตอนการดำเนินการเกี่ยวกับสำนวนคดีนั้น ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนคดีให้พนักงานอัยการไปแล้ว ยังคงอยู่ระหว่างที่พนักงานอัยการตรวจสอบว่าจะเพิ่มเติมประเด็นไหน จะมีความเห็นสั่งพนักงานสอบสวนพิจารณารวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมต่อไป ดังนั้น พนักงานสอบสวนจะไม่มีอำนาจในการดำเนินการเกี่ยวกับสำนวนดังกล่าว
ด้านนายเอกนรินทร์ ชูเลี่ยง ทนายความส่วนตัวของนายสมชาย จิตปรีดากร กรรมการบริษัททรีวิวจำกัด กล่าวถึงการดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีนายสุวัตรว่า ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายยังอยู่ระหว่างการปรึกษาหารือกันว่าจะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีส่วนไหนอะไรบ้าง เพราะยังอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานและตรวจสอบว่ามีผู้เกี่ยวข้องบ้าง คาดว่าน่าจะสามารถสรุปภายในวันที่ 20 ส.ค. นี้อย่างแน่นอน ส่วนจะแจ้งความดำเนินคดีกันที่ใดนั้น ขณะนี้ทีมทนายความกำลังพิจารณาอยู่ เนื่องจากมีพื้นที่คาบเกี่ยวกันหลายที่ ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่า จะแจ้งความที่สถานีตำรวจที่เกี่ยวข้อง หรืออาจจะไปแจ้งความดำเนินคดีที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ต่อไป







