
'กิมเพลจอมโง่'
จากเสียงเล็กๆ ที่แนะนำพร้อมยัดเยียดหนังสือใส่มือมาให้อ่านแบบไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไร “กิมเพลจอมโง่”
จากเสียงเล็กๆ ที่แนะนำพร้อมยัดเยียดหนังสือใส่มือมาให้อ่านแบบไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไร “กิมเพลจอมโง่” ของนักเขียนรางวัลโนเบล อย่าง “ไอแซค บาเชวิส ซิงเกอร์” ก็เบียดขึ้นท็อปชาร์ตเรื่องสั้นในดวงใจได้แบบรวดเร็ว
พล็อตเรื่องไม่ได้สลับซับซ้อนอะไร เดินเรื่องจาก “กิมเพล” ตัวเอกของเรื่อง ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่าง “ซื่อ” กับ “โง่” วีรกรรมถูกหลอกครั้งแล้วครั้งเล่าเริ่มไต่ระดับทีละนิด จากเรื่องเล็กๆ ที่หยอกล้อกันในกลุ่มเพื่อนฝูง มาจนถึงเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิต
ลีลาเสียดสี ประชดประชัน ทำให้เรื่องที่ดูทื่อๆ แต่ลึกซึ้งสามารถสะท้อนมุมมองของ “ความจริง” เมื่อความจริงในสายตาของเราอาจไม่ใช่ความจริงของคนทั้งโลก
หลังปิดหน้าหนังสือมุมมองสิ่งรอบตัวดูจะเปลี่ยนไป พร้อมกับคำถามตามมาตลอดเวลาว่าสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้านี้เป็นของจริงหรือไม่
พลางให้ย้อนนึกถึงปรากฏการณ์เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน กับคลิปเจ้าปัญหาที่สุดท้ายถูกเฉลยตอนจบว่าเป็นกลยุทธ์โฆษณาปากต่อปาก หรือไวรัล
กระแสไซเบอร์ถาโถมถล่มผู้อยู่เบื้องหลัง คลิปซ้อมเชียร์ลีดเดอร์ และคลิปเหตุการณ์ในลานจอดรถ เมื่อความจริงปรากฏว่าเป็นแค่เพียงละครฉากหนึ่งในแผนขายของ
แรงกระเพื่อมก่อตัวรุนแรง เมื่อเหยื่อหลายคนดูจะไม่พออกพอใจที่ถูกหลอกให้ร่วมกระบวนการปลุกปั่นกระแสแบบไม่รู้ตัว ถึงขั้นทำให้แผนการเฉลยตอนจบต้องเลื่อนออกไปแบบไม่อยากจะมาร่วมแบกรับแรงเสียดทาน
นี่คงจะเป็นกรณีตัวอย่างที่หลักสูตรการศึกษาด้านโฆษณาประชาสัมพันธ์คงต้องพูดถึงกันอีกนาน
ทั้งที่ในชีวิตจริงเรื่องราวที่ผ่านหูผ่านตาทุกวันนี้ ล้วนแต่ไม่อาจจะมั่นใจได้ว่าสิ่งไหนเป็นของจริง หรือจริงทั้งหมด จริงบางส่วน หรือไม่จริงเลย
อย่าว่าแต่ไวรัลที่นิยมกันในยุคสมัยนี้ หรือการสร้างกระแส แชร์ ไลค์ วิว ที่ปลุกปั่นนำทิศทางสังคมจนซวนเซมาหลายรอบ
แค่โฆษณาปกติทางโทรทัศน์ วิทยุ สิ่งพิมพ์ ที่มีระบบการตรวจสอบคัดกรองแล้วระดับหนึ่งยังยากจะปักใจเชื่อในสิ่งที่เห็น
หลังลองผิดลองถูก ประสบการณ์ก็จะสอนให้รู้ว่า ขนมกรุบกรอบในซองของจริงจะมีอยู่แค่หยิบมือติดก้นซอง ไม่ใช่ล้นทะลักออกมาเหมือนในโฆษณา
ผงซักฟอกต่อให้พิเศษแค่ไหนก็ยากจะสกัดคราบเปื้อนได้ขาวจนเหมือนใหม่ ด้วยการขยี้เพียงไม่กี่ครั้ง
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผิวจะขาวใสวิ้งเหมือนนางแบบในจอ ได้เพียงแค่โปะครีมประทินผิวอย่างที่กล่าวอ้าง
รายละเอียดการส่งชิงโชคต่างๆ ย่อมไม่เป็นไปอย่างที่เห็นเสมอไป ต้องดูรายละเอียดใต้เครื่องหมายดอกจันที่จะระบุข้อจำกัดอีกมากมาย
ไม่ว่าจะด้วยประสบการณ์ตรงหรือประสบการณ์ทางอ้อมที่เจอะเจอ ได้พัฒนากลายภูมิคุ้มกันที่ช่วยประกอบวิจารณญาณพิจารณาข้อมูลตรงหน้าว่าจริงเท็จแค่ไหน
คล้ายๆ กับเด็กที่ถูกปล่อยปละละเลยอยู่กับดินกับทราย ซึ่งว่ากันว่าจะมีภูมิต้านทานเชื้อโรค มากกว่าเด็กที่ถูกเลี้ยงแบบประคบประหงม ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม
ภูมิคุ้มกันในยุคข้อมูลข่าวสารไหลเชี่ยว จึงเป็นสิ่งสำคัญกับการคัดกรองความจริง
เวลานี้คงไม่ต้องไปถามว่าใครจะมั่นอกมั่นใจว่าข้าวไทยไร้สารปนเปื้อน กับการติดตามนายกฯ ที่ลงทุนสวมบทเป็นพรีเซนเตอร์กินข้าวโชว์ เพื่อสยบข่าวคราวที่ฟุ้งกระจายในสังคม
เพราะลำพังข้อมูลตัวเลขจากหน่วยงานราชการที่ออกมาการันตีสารปนเปื้อน ยังยากจะทำให้ผู้บริโภคปักใจเชื่อแบบสนิทใจกับกระบวนการขั้นตอนพิสูจน์ที่ไม่รู้ว่าจะได้มาตรฐานแค่ไหน
ล่าสุด สส.จอมแฉ โดดเกาะกระแสน้ำมันรั่วลามอ่าวพร้าว ลงไปแหวกว่ายถ่ายพิสูจน์ความปลอดภัยแบบไม่ต้องรอผลสรุปการตรวจสอบ
ไปต่อไม่ถูกเมื่อข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ ตอกย้ำว่าพบสารปรอท 2.9 ไมโครกรัมต่อลิตร หรือ 29 เท่าจากค่ามาตรฐาน
ยิ่งไม่ต้องมองไกลไปถึงการติดตามสถานการณ์การเมืองที่ยากจะเสาะหาความจริงแบบไม่เจือปน เมื่อแต่ละฝ่ายล้วนแต่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง
ส่องดูข้อมูลจากการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเลขน่าตกใจเมื่อลำพังแค่งบประชาสัมพันธ์ ของสำนักนายกฯ รวมๆ แล้วสูงถึงพันล้านบาท
คำนวณแล้วอาจจะมากกว่างบลงทุน หรืองบพัฒนาความรู้ความสามารถของหลายๆ หน่วยงานแบบไม่เห็นฝุ่น
นั่นยิ่งต้องเพิ่มวิจารณญาณในการติดตามข่าวสารการเมืองมากยิ่งขึ้น
ในขณะที่บางคนหลงอยู่กับกรอบความจริงที่ปักใจเชื่อแบบไม่คิดจะเปิดรับชุดความคิดใหม่ๆ เข้ามาคะคานชั่งน้ำหนักเปรียบเทียบกับชุดความคิดเดิมๆ
หรืออาจจะเป็นอย่างที่ อัลแบรต์ กามูส์ เคยพูดไว้ “Man is always prey to his truths.”
บางที “กิมเพล” ก็อาจไม่ใช่ทั้งคนโง่และคนซื่อ แต่ก็เป็นแค่เพียงคนที่วนเวียนอยู่ในชุดความคิดที่ตัวเองปักใจเชื่อและไม่กล้าหาญพอที่จะคิดเปลี่ยนแปลง
ที่สำคัญคนอย่าง “กิมเพล” ดูจะมีจำนวนไม่น้อยในยุคนี้สมัยนี้







