
คพ.ห่วง2อ่าวสารก่อมะเร็งเกินมาตรฐาน
คพ.เผยค่าปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนอ่าว “พร้าวลูกโยน” ยังเกินมาตรฐาน แนะห้ามเล่นน้ำ
คพ.เผยค่าปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนอ่าว “พร้าวลูกโยน” ยังเกินมาตรฐาน แนะห้ามเล่นน้ำ
นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า ผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลบริเวณชายหาดและพื้นที่อ่าวต่างๆ รอบเกาะเสม็ด จ.ระยอง รอบ 2 จากกรณีน้ำมันดิบรั่วพบว่าค่าปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน (TPH) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง บริเวณอ่าวพร้าวและอ่าวลูกโยนมีค่าเกินมาตรฐาน จากที่กำหนดให้ค่าความปลอดภัยสำหรับกิจกรรมนันทนาการต้องไม่เกิน 1 ไมโครกรัมต่อลิตร แต่บริเวณอ่าวพร้าวมีค่าสูงถึง 5.7 ไมโครกรัมต่อลิตร และอ่าวลูกโยนมีค่า 1.3 ไมโครกรัมต่อลิตร
นายวิเชียร กล่าวว่า กรณีที่พบส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต แต่แนะนำประชาชนและนักท่องเที่ยวให้หลีกเลี่ยงการเล่นน้ำในพื้นที่ดังกล่าวจนกว่าผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำจะอยู่ในภาวะปกติ
อย่างไรก็ตาม จากการเก็บตัวอย่างน้ำทะเลชายฝั่งบริเวณรอบเกาะเสม็ดจำนวน 12 หาด เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่าค่าความเป็นกรดด่าง ค่าออกซิเจนละลายน้ำรวมถึงผลการตรวจวัดโลหะหนักต่างและค่าสารปรอท ลดลงในระดับค่ามาตรฐานความปลอดภัยแล้ว
น.ส.บุณฑริก กุศลวิทย์ กรรมการผู้จัดการ โรงแรมเดอะซิตี้ ศรีราชา และนายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก กล่าวว่า มีกลุ่มพื้นที่ท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงเกาะเสม็ดและหันไปเที่ยวเกาะช้าง เกาะสมุย และ จ.ภูเก็ต เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวประเภทเดียวกัน
น.ส.อลิสา พันธุ์ศักดิ์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร วู้ดแลนด์ โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท พัทยา ชี้แจงว่า กรณีน้ำมันรั่วที่เกาะเสม็ดกระทบกับรายได้ร้านอาหารของโรงแรมในพัทยา เพราะนักท่องเที่ยวระมัดระวังการรับประทานอาหารทะเลมากขึ้น
ทั้งนี้ โรงแรมได้แก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการเพิ่มอาหารทางเลือกนอกเหนือจากอาหารทะเลรวมทั้งรับประกันกับลูกค้าว่าอาหารทะเลที่นำมาขายปลอดภัย โดยได้เสนอให้ภาครัฐเร่งกำหนดแนวทางรับประกันคุณภาพอาหารทะเลออกมาให้ชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับผู้บริโภคอาหารทะเล เพื่อช่วยผู้ประกอบการอีกทางหนึ่ง







