
ยิ่งปิดยิ่งวิกฤต
ก่อนปัญหาเกาะเสม็ด จะยิ่งสับสน ยิ่งขยายความผลกระทบจากน้ำมันรั่ว ต่อระบบนิเวศต่างๆ ทำให้ประชาชนไม่กล้ากินอาหารทะเล
ก่อนปัญหาเกาะเสม็ด จะยิ่งสับสน ยิ่งขยายความผลกระทบจากน้ำมันรั่ว ต่อระบบนิเวศต่างๆ ทำให้ประชาชนไม่กล้ากินอาหารทะเล ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากอาหารทะเล ไม่กล้าไปเที่ยวเกาะเสม็ด จ.ระยอง ไปมากกว่านี้ จึงอยากเตือนให้รัฐบาลหยุดความคิดที่จะปิดบังข้อมูล เพื่อหวังจะกลบข่าวผลกระทบจากน้ำมันรั่วที่เกาะเสม็ด
เห็นได้จากการที่คนในรัฐบาลออกคำสั่งเบรกการแถลงผลตรวจสอบครั้งที่ 2 ของกรมควบคุมมลพิษ จนต้องยกเลิกไปอย่างกะทันหัน แบบไม่สมเหตุสมผล ทั้งที่ช่วงต้นของเหตุการณ์ หน่วยงานรัฐได้ประกาศสร้างความมั่นใจว่าจะมีการตรวจสอบผลกระทบระบบนิเวศต่างๆ ที่เกิดจากน้ำมันรั่วจากการขนถ่ายน้ำมันของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมีคอล หรือ พีทีทีจีซี 54,341 ลิตร เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี
อย่างไรก็ตาม แค่การแถลงผลตรวจครั้งแรกของกรมควบคุมมลพิษ ที่เก็บตัวอย่างจากอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีค่าปรอทที่อ่าวพร้าวสูงถึง 2.9 ไมโครกรัมต่อลิตร จากค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ 0.1 ไมโครกรัม หรือสูงกว่าค่ามาตรฐานถึง 29 เท่า
ทำให้ผลการตรวจครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นการเก็บตัวอย่างของเมื่อวันที่ 8 ส.ค. หรืออีก 5 วันถัดมา ที่กำหนดจะแถลงผลการวัดค่าปรอทวันที่ 15 ส.ค. จึงมีคนในรัฐบาลออกมาตำหนิการแถลงผลการตรวจค่าปรอทครั้งก่อนอย่างรุนแรง จนข้าราชการที่เกี่ยวข้องต้องเลื่อนการแถลงผลออกไป
ท่ามกลางการเลื่อนแถลงผลดังกล่าว ได้มีข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบจากน้ำมันรั่วกระพือออกไปในเชิงลบ ถึงผลการตรวจค่าปรอท ออกไปในทางที่มีค่าปรอทเกินมาตรฐาน ขยายไปสู่อ่าวอื่นของเกาะเสม็ดมากขึ้น ที่สำคัญระบบนิเวศของเกาะเสม็ดทยอยออกมาฟ้องถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่น การฟอกขาวของปะการังที่ขยายตัวมากขึ้น การตายของปลาขนาดเล็กที่อาศัยตามแนวปะการัง ความผิดปกติของปลาที่กินปะการังเป็นอาหาร รวมทั้งปลาโลมาที่ตายมาเกยตื้นที่เสม็ด
ผลของความไม่น่าเชื่อถือดังกล่าว วัดได้จากยอดขายของอาหารทะเลแถบเกาะเสม็ด และขยายไปเกือบทั้ง จ.ระยอง ที่ยอดขายช่วง 3 สัปดาห์ที่เกิดเหตุ ยอดขายตกต่ำอย่างมาก น้ำปลา กะปิ อาหารทะเลตากแห้ง กุ้ง ปลาหมึก ที่เคยเป็นของขึ้นชื่อของระยองต่างขายไม่ได้
เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงอยากให้รัฐบาลเลิกนิสัยปกปิดข้อมูล มุบมิบหวังกลบข่าวให้ผ่านพ้นไป เพราะวิธีการดังกล่าวเป็นวิธีที่ผิด และจะขยายผลเสียให้เกิดมากขึ้นเรื่อยๆ หากมีการลือว่าคลื่นลมทำให้ค่าปรอทที่เกินมาตรฐานถึง 29 เท่าขยายไปหาดอื่นๆ ของเสม็ด หรือไปถึงหาดที่บ้านเพ หรือมีข่าวลือเกี่ยวกับอาหารทะเลต่างๆ ดังที่เคยเกิดขึ้นกับสต๊อกข้าวรัฐกว่า 17 ล้านตันมาแล้ว ว่าปนเปื้อนสารรมควันป้องกันมอดแมลง หรือมีข้าวเน่า
รัฐบาลควรรีบออกมาเปิดเผยข้อมูลที่เป็นจริง และกำหนดวิธีการแก้ไขวัดผลอย่างโปร่งใส เพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนผลน้ำมันรั่วจะขยายกลายเป็นวิกฤตที่ใหญ่เกินกว่ารัฐบาลจะมีปัญญาแก้ไข







