posttoday
นปช.ประณามมือบึ้ม!สีลม

นปช.ประณามมือบึ้ม!สีลม

23 เมษายน 2553

ณัฐวุฒิ ยัน เสื้อแดงไม่เอี่ยวระเบิดเอ็ม 79 ย้ำเป็นไปไม่ได้วิถียิงมาจากสวนลุมฯ จี้สอบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด พร้อมให้ตรวจสอบอาวุธแดง ยกทวิตเตอร์ผู้สื่อข่าวช่อง 3 อ้างพลทหารเอาปืนจ่อหัวพ.ต.ท.หลังตามจับตัวมือปาระเบิดสีลมเมื่อคืน

ณัฐวุฒิ ยัน เสื้อแดงไม่เอี่ยวระเบิดเอ็ม 79 ย้ำเป็นไปไม่ได้วิถียิงมาจากสวนลุมฯ จี้สอบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด พร้อมให้ตรวจสอบอาวุธแดง ยกทวิตเตอร์ผู้สื่อข่าวช่อง 3 อ้างพลทหารเอาปืนจ่อหัวพ.ต.ท.หลังตามจับตัวมือปาระเบิดสีลมเมื่อคืน

เวลา 10.35 น. ที่สี่แยกราชประสงค์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. กล่าวว่า หลังจากเกิดการยิงระเบิดเมื่อคืนวันที่ 22 เม.ย. ทำให้มีผู้บาดเจ็บ ดังนั้นในนาม นปช. เราขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอแสดงความห่วงใยต่อผู้ที่บาดเจ็บ เราไม่ประสงค์และรู้สึกเจ็บปวดที่จะให้มีคนไทยต้องบาดเจ็บล้มตายในวิกฤติความขัดแย้งนี้ เพราะสิ่งที่เราคาดหวังคืออยากให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ให้ประเทศไทยกลับคืนสู่ประชาธิปไตยอย่างสันติวิธี ดังนั้นไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีก พอแล้วสำหรับการบาดเจ็บล้มตายในสถานการณ์เช่นนี้ ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าการยิงระเบิด ขว้างระเบิด หรือการก่อเหตุความรุนแรงเมื่อคืนที่ผ่านมา ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนเสื้อแดง เรายังยืนยันที่จะใช้หลักสันติวิธี และไม่ว่าผลการต่อสู้จะออกมาเป็นเช่นไร เราจะไม่เปลี่ยนแนวทางการดำเนินการ อย่างไรก็ตามขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบสวนหาผู้ก่อเหตุ นำมาลงโทษให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ขอประณามว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นย่อมไม่เกิดผลดีกับประเทศไทย ถ้าเรียกร้องได้ ตนอยากให้ยุติความรุนแรงโดยทันที

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า มีความพยายามจากฝ่ายรัฐบาลที่จะโยงความรุนแรง โดยเฉพาะเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาว่าเกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดง และที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ ผอ.ศอฉ. ระบุว่า จุดที่ยิงเอ็ม 79 มาจากพื้นที่ลานอนุสาวรีย์ ร.6  นั้น ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นที่อยู่ของกลุ่มคนเสื้อแดง ตนเห็นว่าการพูดของนายสุเทพ ถ้าเป็นการกล่าวหากันของฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง แม้จะเป็นเรื่องน่ารังเกียจ แต่ก็พอเข้าใจได้ เพราะการเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น และเป็นพฤติกรรมโดยปกติของพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้ว แต่ทั้งนี้การพูดที่ผ่านมา นายสุเทพอยู่ในฐานะรองนายกฝ่ายความมั่นคง จึงเป็นเรื่องที่เรารับไม่ได้ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นยังไม่มีกระบวนการวิทยาศาสตร์ในการพิสูจน์หลักฐาน เป็นการอนุมานและกล่าวหาลอยๆ ซึ่งทำลายความชอบธรรมของกลุ่มคนเสื้อแดง 

"บริเวณนั้นมีคนอยู่มากมาย มีสื่อมวลชนอยู่ตลอด จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะมีการซุ่มกำลังยิงอาวุธปืนเอ็ม 79  และการยิงเอ็ม 79 จะต้องมีการประทับยิง จะแอบทำโดยเล็ดลอดสายตาผู้คนได้อย่างไร เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นอย่างที่นายสุเทพกล่าวหา จะรอดคลิปวิดีโอได้อย่างไร นอกจากนี้ถ้าดูจากจุดที่ระเบิดเอ็ม 79 ตกนั้น ต้นไม้ที่อยู่หน้าธนาคารกรุงศรีอยุธยา มุมที่ต้นไม้โดนกระสุนหันหน้าไปยังตึกสูง เช่น โรบินสัน รพ.จุฬา แต่หันหลังให้สวนลุมพินี จึงเป็นไปได้กรณีเดียวคือคนยิงยิงแบบสกรูถอยหลัง คือยิงเลยแล้วย้อนกลับมา ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นคนยิงต้องไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธสงครามเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเชี่ยวชาญในการเล่นสนุกเกอร์ด้วย ทั้งนี้ยืนยันว่าจะไม่ยอมให้ฝ่ายใดใช้พื้นที่ของเราก่อเหตุความรุนแรงด้วย" นายณัฐวุฒิกล่าว

แกนนนำ นปช. กล่าวว่า ตนมีข้อเท็จจริงที่ได้รับทราบจากผู้สื่อข่าวที่แสดงความรู้สึกผ่านทวิตเตอร์ ที่คับแค้นใจที่ไม่สามารถบรรยายความรู้สึกได้ คือ "คุณฐปนีย์ เอียดสีชัย ที่ทวิตเตอร์ข้อความว่า เมื่อนักข่าวไม่สามารถรายงานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นได้ หรือรายงานงานแล้วไม่มีคนเชื่อก็น่าเห็นใจสังคมไทยจริงๆ และนี่คือข้อเท็จจริงจากปากคำตำรวจยอมรับไล่กลุ่มชาย ฉกรรจ์20 คนที่ปาระเบิดขวดวิ่งหนีไปหลังแนวทหารแต่กลับถูกทหารเอาปืนจ่อหัวบอกไม่ต้องตามต่อไป ถามทหารแล้วไม่พูดอะไร แต่ตำรวจที่ถูกเอาปืนจ่อหัวเป็น ระดับรองผกกและผบหมู่แต่ก็นั่นแหละเขาไม่ยอมเปิดเผยใบหน้าก็ทำได้เท่านี้ ย้ำว่าแค่บอกในสิ่งที่เห็นถ้าเหตุการณ์จริง" ดังนั้นเห็นได้ชัดว่าในประเทศไทยปืนทหารใหญ่กว่ากฎหมายของประเทศไทยแล้ว จึงอยากถามว่าถ้าเป็นเช่นนี้เราจะอยู่ในประเทศได้อย่างไร  ซึ่งเรื่องนี้ไปสอดคล้องกับการที่นายจตุพร พรหมพันธ์ ที่ระบุว่า  มีการปฏิบัติการของรัฐบาล โดยถ้าเมื่อคือที่ผ่านมาหากตำรวจจับผู้ก่อการได้จะทำให้ความแตก และจะสารภาพหมดว่ากองทัพกำลังทำอะไรอยู่  ซึ่งนายตำรวจที่ถูกทหารนำปืนจ่อหัวนั้น คือ พ.ต.ต.วิทวัท ชินคำ รองผู้กำกับการ สน.ทุ่งมหาเมฆ  ดังนั้นตนอยากถามกลับว่าเรื่องนี้รัฐบาลจะอธิบายเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างไร  หรือประเทศนี้กำลังพิกลพิการ รัฐไทยกำลังถูกทำลายย่อยยับ และตนเกรงว่าคนเสื้อแดงกำลังตกอยู่ในอันตราย เพราะรัฐบาลชุดนี้อำมหิตเหลือเกินนอกจากนี้ขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกมาพูดด้วยตนเองว่าข้อเท็จจริงในเรื่องนี้เป็นอย่างไร ไม่ต้องพูดผ่านนายสุเทพ หรือ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ.  

อย่างไรก็ตาม ขอเรียกร้องให้ทหารถอนกำลังออกไป เนื่องจากกลุ่มคนเสื้อแดงยืนยันแล้วว่าจะไปบุกไปเด็ดขาด หรือการจัดตั้งกองกำลังทหารเป็นไปเพื่อปกป้องคนร้ายที่ก่อเหตุที่มาทำลายความชอบธรรมของกลุ่ม นปช.  และวันนี้ทุกฝ่ายต้องจริงใจ รัฐบาลต้องออกมาชี้แจงเรื่องกองกำลังที่ปฏิบัติการเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งหากรัฐบาลมีความชัดเจน กลุ่มคนเสื้อแดงก็ไม่มีปัญหาที่จะมีการตรวจค้นอาวุธ

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ตลอดคืนที่ผ่านมาได้ตนได้คุยโทรศัพท์กับนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการขอพื้นที่คืนบริเวณแยกศาลาแดงหลังจากการเกิดเหตุ ซึ่งตนได้ถามนายกอร์ปศักดิ์ไปว่า ถ้าคืนพื้นที่แล้ว จะมีการรับรองความปลอดภัยให้กลุ่มคนเสื้อแดงหรือไม่ เพราะอาจจะเป็นช่องว่างให้กลุ่มคนเสื้อหลากสีเข้ามาประชิด และทำร้ายคนเสื้อแดงได้ ซึ่งนายกอร์ปศักดิ์ก็ไม่สามารถรับประกันได้ ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงยังไม่สามารถคืนพื้นที่ดังกล่าวได้ แต่ทั้งนี้มีการปรับเปลี่ยนให้ถอยร่นจากแนวป้องกันเข้ามา 150-200 เมตร เพื่อความปลอดภัยแล้ว

จตุพร ระบุ สุเทพ โกหกกล่าวหาแดงปลุกมวลชนร่วมชุมนุม ขณะที่เสธแดง โผล่ หลังเกิดเหตุระเบิด

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงบริเวณแยกราชประสงค์ ช่วงเช้าหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งกำลังเข้ากดดันบริเวณแยกศาลาแดง สวนลุมพินี บรรยากาศด้านหลังเวทีและการชุมนุมโดยรวมอยู่ในภาวะที่ตึงเครียด และหวั่นเกรงว่าเจ้าหน้าที่จะใช้กำลังสลาย โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. ขึ้นประกาศว่า บริเวณแยกศาลาแดง สวนลุมพินี มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตั้งด่านเตรียมเข้าผลักดันกลุ่มผู้ชุม แต่ขอให้ยังมีผู้ชุมนุมคอยประจำอยู่หน้าเวทีหลักเนื่องจากเกรงว่าอาจมีการส่งกำลังเข้ามาสลายหากมีผู้ชุมนุมเหลือน้อย

อย่างไรก็ตาม แกนนำคนสำคัญของ นปช. อาทิ นายณัฐวุฒิ นายจตุพร พรหมพันธ์ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง มาประจำการอยู่ทีเวทีตั้งแต่ช่วงเช้า ต่างจากทุกวันที่ผ่านมา ที่กว่าแกนนำจะเข้ามาริเวณหลังเวทีก็เป็นช่วงสาย นอกจากนี้ในสถานที่ชุมนุม พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ได้ปรากฏตัว โดยโฆษกบนเวทีได้ประกาศยินดีต้อนรับ จากนั้น เสธ.แดงจึงได้ผ่านหลังเวที แต่ไม่ได้เข้าไปหาแกนนำที่อยู่ในบริเวณที่กั้นไว้เฉพาะ

ทั้งนี้ นายจตุพร พรหมพันธ์ กล่าวว่า เวลานี้เห็นชัดเจนว่ารัฐบาลใช้วิชามารทุกวิชา เอาทหาร เสื้อเหลือง และ คนของประชาธิปัตย์มาอ้างเป็นคนสีลม และสุดท้ายเมื่อทำอะไรไม่ได้จึงสร้างสถานการณ์ขึ้น เหตุการณ์เมื่อคืน เกิดหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ ออกแถลงการณ์ให้ระวังคนสวมเสื้อขาว เรื่องนี้เหมือนพล็อตเมื่อครั้งสงกรานต์เลือด การที่สีลมพังพินาศในครั้งนี้ก็เป็นฝีมือของรัฐบาล

นายจตุพร กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สีลมเมื่อคืน และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตี บอกว่ายิงมาจากหลังพระบรมราชานุสาวรีย์ เป็นการโกหกของนายสุเทพ เพราะระยะยิงของเอ็ม 79 อยู่ที่ 400 เมตรเท่านั้น แต่บริเวณหลังพระบรมราชานุสาวรีย์กับจุดที่ตกห่างกันเกินกว่านั้น ยิงอย่างไรก็ยิงไม่ถึงนอกจากยิงแล้วนายสุเทพจะเอามือไปรับแล้วยิงใหม่ สักห้าทอดจึงจะถึง และการระบุของนายสุเทพนั้นบอกก่อนที่ ตำรวจจะสรุปการยิงนั้น ตนบอกเลยว่ามาจากตึกสูโดยรอบ ซึ่งมีแต่ทหารเท่านั้นที่ทางรัฐบาลนำไปประจำการอยู่

นายจตุพร กล่าวว่า ทันทีที่ศาลแพ่งคำสั่งคุ้มครอง ก็มีเหตุการ์ระเบิดยิงเอ็ม 79 ดังนั้นแม้จะมีคำสั่งศาลแพ่งคุ้มครองเราก็ยังประมาทไม่ได้ พี่น้องต้องออกมา ร่วมชุมนุม เรายังมีภารกิจที่ยังไม่จบ เพราะเราก็ไม่แน่ใจว่าท้ายที่สุดรัฐบาลจะฟังศาลหรือไม่ หากฟังเขาคงไม่เอากำลังมาแต่เช้า นี่เป็นเครื่องส่งสัญญาณว่าเขาไม่ฟังใครทั้งนั้น วันนี้เราอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ข่าวคราวที่เกิดขึ้นหตุการณ์ มวลชนปะทะกันเป็นสูตรรัฐประหาร เมื่อเดือน ก.ย. 2549

นายจตุพร กล่าวว่า เป้าประสงค์ของการอ้างว่ายิงระเบิดมาจากฝั่งการชุมนุมของคนเสื้อแดง และความพยายามผลักดันที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.6 เพราะมีเป้าประสงค์คือต้องการรื้อบริเวณดังกล่าว เพื่อเอากำลังทหารเข้ามาที่สวนลุมพินี เพราะ ต้องการสร้างรังที่บริเวณดังกล่าวและนำมาสลายการชุมนุม


 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี