posttoday
หนี้ภาคครัวเรือนนั้นสำคัญไฉน?(1)

หนี้ภาคครัวเรือนนั้นสำคัญไฉน?(1)

16 สิงหาคม 2556

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หนี้ภาคครัวเรือนซึ่งครอบคลุมสินเชื่อที่ปล่อยให้กับภาคครัวเรือนจากสถาบันการเงินต่างๆ เร่งตัวขึ้น โดยเฉพาะในระยะหลัง โดยหนี้ภาคครัวเรือนขยายตัวในระดับที่สูงกว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ส่งผลให้สัดส่วนหนี้สินภาคครัวเรือนต่อ GDP เร่งขึ้นจาก 63.3% ในปี 2553 เป็น 77.5% ในไตรมาสแรกปี 2556 (ตารางที่ 1) ซึ่งหนี้ภาคครัวเรือนมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยถึง 17% ในช่วงปี 2554ไตรมาสแรกปี 2556 ปรับสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า (ปี 2547-2553) ที่มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ย 13% ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ค่อนข้างสูงอยู่แล้ว หนี้ส่วนใหญ่ปล่อยกู้โดยธนาคารพาณิชย์ถึง 43% รองลงมาคือสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีสัดส่วน 30.9% ที่เหลือเป็นของสถาบันการเงินอื่นๆ เช่น สหกรณ์ออมทรัพย์ บริษัทเงินทุน บริษัทประกัน บริษัทบัตรเครดิต โรงรับจำนำ ฯลฯ ประมาณ 26.1% และที่สำคัญในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีบทบาทในการให้สินเชื่อแก่ภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้น

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หนี้ภาคครัวเรือนซึ่งครอบคลุมสินเชื่อที่ปล่อยให้กับภาคครัวเรือนจากสถาบันการเงินต่างๆ เร่งตัวขึ้น โดยเฉพาะในระยะหลัง โดยหนี้ภาคครัวเรือนขยายตัวในระดับที่สูงกว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ส่งผลให้สัดส่วนหนี้สินภาคครัวเรือนต่อ GDP เร่งขึ้นจาก 63.3% ในปี 2553 เป็น 77.5% ในไตรมาสแรกปี 2556 (ตารางที่ 1) ซึ่งหนี้ภาคครัวเรือนมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยถึง 17% ในช่วงปี 2554ไตรมาสแรกปี 2556 ปรับสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า (ปี 2547-2553) ที่มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ย 13% ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ค่อนข้างสูงอยู่แล้ว หนี้ส่วนใหญ่ปล่อยกู้โดยธนาคารพาณิชย์ถึง 43% รองลงมาคือสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีสัดส่วน 30.9% ที่เหลือเป็นของสถาบันการเงินอื่นๆ เช่น สหกรณ์ออมทรัพย์ บริษัทเงินทุน บริษัทประกัน บริษัทบัตรเครดิต โรงรับจำนำ ฯลฯ ประมาณ 26.1% และที่สำคัญในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีบทบาทในการให้สินเชื่อแก่ภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้น

แม้การเพิ่มขึ้นของหนี้ครัวเรือนบางส่วนเป็นผลจากการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบที่มากขึ้น แต่หากพิจารณาจากภาพรวมของสภาพคล่องของภาคครัวเรือนหรือสัดส่วนสินทรัพย์ทางการเงินต่อหนี้สินของภาคครัวเรือนได้ปรับลดลงจากอดีตจากระดับ 2.5 เท่าในช่วงปี 2547-2553 มาอยู่ที่ระดับ 2.3 เท่า ในช่วงปี 2554ไตรมาสแรกปี 2556

จากสถานการณ์การก่อหนี้ที่เร่งตัวสูงขึ้นจากในอดีต ประกอบกับสภาพคล่องของภาคครัวเรือนที่ปรับลดลง จึงนำมาซึ่งคำถามที่ว่าหนี้ภาคครัวเรือนของไทยน่ากังวลมากแค่ไหน

บทความนี้ได้ศึกษาทฤษฎีต่างๆ ที่อธิบายถึงสาเหตุการก่อหนี้ของภาคหนี้ครัวเรือน ปัจจัยส่งเสริมที่ทำให้การขยายตัวของหนี้ภาคครัวเรือนเร่งขึ้นมากทั้งกรณีของไทยและต่างประเทศ ระดับของหนี้ภาคครัวเรือนที่เหมาะสม รวมถึงการวิเคราะห์เครื่องชี้วัดต่างๆ เพื่อใช้ประกอบการประเมินเสถียรภาพของภาคครัวเรือน

1.เหตุใดครัวเรือนจึงเป็นหนี้? การที่ภาคครัวเรือนต้องมีการพึ่งพาแหล่งเงินกู้ต่างๆ และก่อให้เกิดภาระหนี้สินนั้น สามารถอธิบายได้ด้วยทฤษฎีต่างๆ ดังนี้

1) การก่อหนี้เพื่อรักษาระดับการบริโภคของภาคครัวเรือน (Consumption Smoothing Framework) ตามทฤษฎี Permanent Income Hypothesis (Friedman, 2499) ได้อธิบายไว้ว่า ครัวเรือนสามารถกู้ยืมเงินเพื่อรักษาระดับการบริโภคที่เหมาะสมของตนเองได้ โดยในช่วงเวลาที่ครัวเรือนมีรายได้น้อยและไม่เพียงพอกับรายจ่าย ครัวเรือนจะสามารถกู้ยืมเพื่ออุปโภคบริโภค รวมทั้งการกู้ยืมเพื่อลงทุนและประกอบธุรกิจ อันจะนำมาซึ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต และเมื่อระดับรายได้ของครัวเรือนเพิ่มขึ้นถึงระดับที่เพียงพอและมากกว่ารายจ่าย ครัวเรือนจะสามารถเก็บออมและสะสมความมั่งคั่งเพื่อไว้ใช้ในยามชราที่ไม่สามารถหารายได้ต่อได้

2) การกู้ยืมของภาคครัวเรือนตามวัฏจักรเศรษฐกิจ (Household debt and businesscycle) ในช่วงขาขึ้นของวัฏจักรเศรษฐกิจที่เศรษฐกิจมีการขยายตัวดี สถาบันการเงินมีความเต็มใจที่จะให้สินเชื่อแก่ภาคเอกชน ทำให้ทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น ในขณะที่ช่วงขาลงของวัฏจักรเศรษฐกิจมีการชะลอตัวลงและมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ลดลง ส่งผลให้ระดับรายได้ของภาคเอกชนทั้งภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนปรับลดลง ภาคครัวเรือนจึงมีความต้องการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น

3) การเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financialaccess) ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา เมื่อระบบการเงินมีพัฒนาการมากขึ้น ทั้งความหลากหลายของสถาบันการเงินและความสะดวกสบายในการเข้าถึงบริการทางการเงิน ประกอบกับภาคครัวเรือนมีความรู้ความเข้าใจทางการเงินที่ดีขึ้น จะทำให้ภาคครัวเรือนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้มากขึ้น

2. ปัจจัยที่เอื้อให้ภาคครัวเรือนมีการก่อหนี้เร่งสูงขึ้นในช่วงปี 2554-2555 พบว่า ปัจจัยหรือสาเหตุที่เอื้อให้ภาคครัวเรือนมีการก่อหนี้สูงขึ้นและนำมาซึ่งปัญหาหนี้ภาคครัวเรือน ประกอบด้วย

2.1 ภาวะการเงินที่เอื้อต่อการก่อหนี้ อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน กระตุ้นให้ภาคครัวเรือนมีการก่อหนี้เพิ่มขึ้น โดยภายหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 อัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินอยู่ที่ 35% จาก 1015% ในช่วงก่อนวิกฤต (BIS Paper, 2009) เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกาที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำภายหลังภาวะฟองสบู่ในภาคธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศแตก (Dotcombubble) ในปี 2543 ธนาคารกลางสหรัฐ (US FederalReserve : Fed) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอย่างต่อเนื่องจาก 6.5% ในปี 2543 จนเหลือ 12% ในช่วงปลายปี 25442547 ซึ่งเป็นระยะเวลาค่อนข้างนาน จึงเป็นสาเหตุร่วมสำคัญที่ทำให้หนี้ครัวเรือนของประเทศปรับสูงขึ้น (NBER, 2009)

2.2 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ มีส่วนสนับสนุนให้ภาคครัวเรือนก่อหนี้เพิ่มขึ้น เช่น สหรัฐอเมริกามีนโยบายให้เงินสนับสนุนการซื้อที่อยู่อาศัย ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจซับไพรม์มีการขยายตัวอย่างมาก รวมทั้งสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยมีการขยายตัวสูงขึ้นมาก (NBER, 2009)

2.3 การแข่งขันในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินต่างๆ

สำหรับประเทศไทย หนี้ภาคครัวเรือนที่ขยายตัวสูงขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตนั้น พบว่า อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ ตั้งแต่ปี 2552 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อาทิ มาตรการคืนภาษีรถยนต์คันแรก สินเชื่อ Soft Loan 2 และการแข่งขันกันปล่อยสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นของสถาบันการเงินผ่านกลยุทธ์ส่งเสริมการขายต่างๆ เป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้สินเชื่อภาคครัวเรือนจากสถาบันการเงินต่างๆ เร่งตัวขึ้นมาก โดยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อส่วนบุคคลมีการขยายตัวในระดับสูง โดยตั้งแต่ปี 2554 ไตรมาสแรกปี 2556 อัตราการขยายตัวเฉลี่ยอยู่ที่ 29.1% และ 25% ตามลำดับ ซึ่งสินเชื่อทั้งสองประเภทคิดเป็น 45.6% ของสินเชื่ออุปโภคบริโภคทั้งหมด

การเร่งตัวขึ้นของหนี้ภาคครัวเรือนดังกล่าวส่งผลให้ภาคครัวเรือนมีสภาพคล่องลดลงและมีภาระในการชำระหนี้เพิ่มขึ้น ซึ่งสร้างความเปราะบางมากขึ้นให้แก่ภาคครัวเรือน และหากเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ รายได้ของภาคครัวเรือนหดตัวลง ขณะเดียวกันสถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ย่อมส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของภาคครัวเรือน จนทำให้การบริโภคของภาคครัวเรือนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอลงในที่สุด

อย่างไรก็ดี การขยายตัวที่เพิ่มขึ้นของหนี้ภาคครัวเรือนที่ผ่านมา อาจสะท้อนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่อที่ปล่อยโดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ จึงเป็นประเด็นคำถามต่อมาว่าระดับการก่อหนี้ที่เหมาะสมของภาคครัวเรือนควรพิจารณาจากปัจจัยอะไรบ้าง ซึ่งจะกล่าวถึงในสัปดาห์หน้า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท