
ผ่างบสำนักนายกฯพีอาร์ยิ่งลักษณ์พันล้าน
สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง สส.ประชาธิปัตย์
โดย...ทีมข่าวการเมือง
สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง สส.ประชาธิปัตย์ เน้นหนักอภิปรายความไม่ชอบมาพากลของ มาตรา 5 ในส่วนสำนักนายกรัฐมนตรี 31,742 ล้านบาท ในหลายด้านโดยเฉพาะงบประชาสัมพันธ์ ซึ่งสูงถึงพันล้านบาท
สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า งบประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ 550 ล้านบาท กมธ.ปรับลดได้ 15 ล้านบาท และงบการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์รัฐบาล 500 ล้านบาท ปรับลดไม่ได้เลย สูงสุดในประวัติศาสตร์การเมืองท่ามกลางสภาวะประเทศเป็นหนี้
ทั้งนี้ หากดูเฉพาะในส่วนงบประชาสัมพันธ์ 119 ล้านบาท ใช้ซื้อสื่อโทรทัศน์ 60 ล้านบาท สื่อหนังสือพิมพ์สูงถึง 16 ล้านบาท แต่สำหรับเรื่องคนจน อย่างธนาคารที่ดิน 17 ล้านบาท กลับถูกกตัดทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นที่บอกว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากคนจนจึงไม่ใช่เรื่องจริง
นอกจากนี้ ภารกิจเดินทางไปต่างประเทศที่วางแผนเดินทางเกือบทุกเดือนใช้งบ 71 ล้านบาท กมธ.ตรวจสอบหรือไม่ ว่าที่ไปมาแล้วเจรจามาแล้วได้อะไรมาบ้าง และที่กำลังจะไปว่ามีวิธีการเลือกประเทศเลือกอย่างไร เปิดแผนที่โลกแล้วหลับตาจิ้ม หรือเลือกประเทศที่ยังไม่ได้ไปแล้วอยากไป
พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การจัดซื้อเครื่องบินซึ่งในส่วนของเครื่องบินพระราชพาหนะนั้นไม่มีปัญหา เชื่อว่าเพื่อถวายความปลอดภัย นั้นคนไทยทุกคนไม่ติดใจ แต่การจัดซื้อเครื่องบินบุคคลสำคัญ 2 ลำ เกือบ 3,000 ล้าน ทำไมต้องมาจัดซื้อในหมวดสำนักนายกฯ ไม่ให้กองทัพอากาศจัดซื้อ
นอกจากนี้ จากการสอบถามใน กมธ.ก็ไม่มีความชัดเจนว่าบุคคลสำคัญที่จะใช้เครื่องบินเป็นใคร และระบุว่ายังรวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งเรื่องนี้ไม่อยากให้เอาเบื้องสูงมากล่าวอ้าง เพราะแค่คิดก็ผิดแล้ว ซึ่งเครื่องบิน 2 ลำ ที่จัดถวายพระบรมวงศานุวงศ์ แล้วจะให้คนทั่วไปใช้ด้วย ความบังควรจะอยู่ที่ไหน
พุทธิพงษ์ กล่าวว่า โครงการพัฒนาเมือง 400 ล้านบาท แต่ในชั้น กมธ.แปรเพิ่มอีก 1,500 ล้านบาท เชื่อว่าโครงการนี้ต้องเกี่ยวข้องกับโครงการพื้นที่ กทม. แต่ไม่รู้ว่าวิธีไหน หรือเป็นเพราะผู้ว่าฯ กทม.เป็นของประชาธิปัตย์ จึงต้องเพิ่มงบก้อนนี้เข้าไปสร้างคะแนนเสียงให้เฉพาะฝั่งรัฐบาลหรือไม่
อภิชาติ ศักดิเศรษฐ์ สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า น่าสงสัยในส่วนของเงินราชการลับ 60 ล้านบาท ซึ่งปีที่ผ่านๆ มา 54-56 ตั้งไว้เพียงแค่ 20 ล้านบาท จึงต้องถามว่าเอาเงินราชการลับไปทำอะไรถึงได้เพิ่มมากถึงสามเท่า ต้องถามว่าปีนี้มีเรื่องต้องปกปิด เพราะงบลับนั้นไม่สามารถตรวจสอบได้ มีเพียงแค่นายกฯ คนเดียวที่รู้
สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ชี้แจงว่า การเยือนต่างประเทศของนายกฯ นั้นเพื่อเจรจาให้มาลงทุนค้าขายกับไทย หลังเกิดวิกฤตการเมือง โดยการเลือกประเทศไม่ได้ หลับตาแล้วจิ้มอย่างที่กล่าวหา แต่เลือกประเทศมีศักยภาพ อัตราการเจริญเติบโตภูมิภาค จีดีพีประมาณ 510% โดยไปหาความร่วมมือกับต่างประเทศ ไม่ยึดวิธี การทำงานเหมือนรัฐบาลที่ผ่านๆ มาไปประชุมเพียงแค่อย่างเดียว ซึ่งเป็นเรื่องง่ายๆ







