
ภาษีที่ดินผ่านด่านแรกรื้อใหม่วัดใจอีกรอบ
ความกังวล คือความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะมีรายได้มากขึ้นจากการจัดเก็บภาษี และการสร้างการยอมรับจากภาคประชาชน
ความกังวล คือความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะมีรายได้มากขึ้นจากการจัดเก็บภาษี และการสร้างการยอมรับจากภาคประชาชน
โดย...ทีมข่าวการเงิน
ถือเป็นการเริ่ม “ตั้งไข่” นโยบายการกระจายความเป็นธรรมในสังคม ลดความเหลื่อม|ล้ำระหว่างคนจนคนรวย
เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 เม.ย. ที่ผ่านมา เห็นชอบในหลักการเกี่ยวกับ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ถือเป็นการเริ่มต้นเพียงนับหนึ่งเท่านั้น
แต่ “ไส้ใน” ร่างกฎหมายที่กระทรวงการคลังจัดทำตุ๊กตามาให้นั้น ไม่ว่าจะเก็บภาษีที่ดินที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย จัดเก็บภาษีไม่เกิน 0.1%
ยกเว้นที่ดินที่อยู่อาศัยขนาดเนื้อที่ไม่เกิน 50 ตารางวา และมีมูลค่าไม่เกิน 1 ล้านบาท ฯลฯ จะต้องโละทิ้งทั้งหมด
เรียกว่าในหลักการกฎหมายผ่าน แต่ในรายละเอียดต้องไปว่าอีกยก เนื่องจากจะเกิดความสับสนในสังคม และโยงเป็นประเด็นทางการเมือง
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจึงต้องสั่งให้เก็บรายละเอียดร่างกฎหมายทั้งหมดไปก่อน
โดยบรรยากาศประชุม ครม. พิจารณาเรื่องนี้ใช้เวลาเพียง 30 นาที โดยนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นห่วงว่า หาก ครม. เห็นชอบกฎหมายฉบับนี้ไปอาจทำให้ถูกหยิบยกไปเป็นประเด็นทางการเมืองและโจมตีรัฐบาลว่าจ้องที่จะรีดเงินภาษีจากเกษตรกรและประชาชน จากเดิมไม่เคยเสียภาษีจะต้องเสียภาษี
ถึงขนาดรัฐมนตรีบางคนเสนอให้ถอนวาระนี้ไปก่อน แต่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีเห็นว่า หาก ครม. เห็นชอบในครั้งนี้ก็จะเป็นการแสดงความกล้าหาญ และแสดงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการแก้ปัญหาลดความเหลื่อมล้ำในสังคม น่าจะได้เสียงสนับสนุนจากประชาชน และหากไม่ผลักดันกฎหมายออกมาจะถูกมองว่าเอาใจบรรดาเศรษฐีนายทุน
ขั้นตอนหลังจากนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาจะจัดทำรายละเอียดเพิ่มเติมและต้องจัดทำประชาพิจารณ์ในหลายเรื่องก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ต่อไป ที่สำคัญต้องทำให้ประชาชนในสังคมได้รับรู้และเข้าใจการปฏิรูปกฎหมายภาษีที่ดินฉบับนี้ว่ามีผลดีอย่างไร และจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมอย่างไร
อย่างน้อยต้องใช้เวลา 1 ปี และกว่า 2 ปี กว่ากฎหมายจะมีผลบังคับใช้ ยังไม่นับรวมจะต้องฝ่ามรสุมในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร
โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้ออกมาแถลงผลการประชุม ครม. ด้วยตนเอง ที่อนุมัติในหลักการร่างภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่ จะแก้ไขปัญหาความเป็นธรรมในการถือครองที่ดิน ทำให้เกิดการพัฒนาที่ดินรกร้างว่างเปล่าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์
และยังคงยืนยันว่าเกษตรกรและคนที่มีที่อยู่อาศัยขนาดเล็ก จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี และโปรยยาหอมรายได้ส่วนหนึ่งของการจัดเก็บภาษีครั้งนี้จะนำมาจัดตั้งเป็นกองทุนธนาคารที่ดินเพื่อเป็นช่องทางให้รัฐหาที่ดินมาจัดสรรให้กับผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกินต่อไป
ตอกย้ำว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้รังแกคนจน ตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาความยากจน และสร้างความเป็นธรรมในสังคม
ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวจะเป็นร่างที่จะมาทดแทนการจัดเก็บภาษี 2 ส่วนที่จัดเก็บอยู่ ณ ปัจจุบัน ได้แก่ ภาษีบำรุงท้องที่ และภาษีโรงเรือน ซึ่งมองว่ามีข้อบกพร่องอยู่และมีความจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเมื่อมองจากโครงสร้างภาษีของประเทศไทยในปัจจุบัน ซึ่งอิงกับการจัดเก็บรายได้จากรายได้ของประชาชนมากกว่าจากความร่ำรวยของประชาชน
แม้ว่าการนำเสนอ พ.ร.บ.ภาษีฯ ในช่วงเวลานี้จะมีความสุ่มเสี่ยงต่อความล้มเหลว เพราะความสำเร็จจากการผลักดันกฎหมายเพิ่งผ่านเพียง ครม.เห็นชอบ แต่จะฉลุยจริงๆ ยังต้องเข้าสภาผู้แทนราษฎรก่อน
ซึ่งก็ชัดเจนว่าสภาผู้แทนราษฎรทุกยุคสมัยไม่เคยอนุมัติภาษีที่ดินแม้แต่ชุดเดียว เพราะเป็นกฎหมายที่สะเทือนต่อเงินในกระเป๋าบรรดาเศรษฐีที่ดินทั้งหลาย
ด้านประโยชน์ต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การจัดเก็บภาษีทรัพย์สินเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่ทำให้ อปท. ทำให้มีงบประมาณของตนเองเพิ่มมากขึ้น ไม่ต้องพึ่งพารัฐบาล ซึ่งมีความไม่แน่นอน
นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างความรับผิดชอบต่อประชาชนในท้องถิ่นมากขึ้น โดยต้องยอมรับการตรวจสอบจากภาคประชาชน ดังนั้นการทำ ให้ท้องถิ่นมีอิสระในเชิงการคลังมากยิ่งขึ้นทำให้ลดการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองลง
ส่วนประโยชน์ต่อภาคประชาชน การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเปิดโอกาสให้สามารถเป็นเจ้าของทรัพย์สินได้มากขึ้น เพราะช่วยชะลอการเพิ่มราคาทรัพย์สิน นอกจากนี้ยังเป็นปัจจัยเสริมการตรวจสอบจากภาคประชาชนมากยิ่งขึ้น
แต่ความกังวล คือความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะมีรายได้มากขึ้นจากการจัดเก็บภาษี และการสร้างการยอมรับจากภาคประชาชนก็เป็นสิ่งสำคัญ
นายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวว่า การปฏิรูปภาษีที่ดินเป็นเรื่องที่ยากมาก และต้องเห็นใจรัฐบาลเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เป็นเรื่องปฏิวัติภาษี การทำอะไรจะเจอปัญหามาก
“ก็ดีที่พยายามศึกษาปรับปรุงแต่ปัญหายังมีอีกแยะ อย่าไปคำนึงรายได้เข้ารัฐอย่างเดียว การจัดเก็บภาษีดูพิจารณาจากมูลค่าสินทรัพย์เพียงอย่างเดียวจะเกิดปัญหามาก” นายกิตติ ระบุ
ยกตัวอย่าง คนที่มีบ้านอยู่ในเมือง เกษียณอายุแล้วไม่มีรายได้ จะจ่ายภาษีได้อย่างไร หรือแม้กระทั่งเกษตรกรที่บางปีเกิดปัญหาทำไร่ทำนาขาดทุนต้องจ่ายภาษีหรือไม่
คนจนหรือเกษตรกรที่ไม่เคยจ่ายภาษีและไม่มีกำลังที่จะจ่ายภาษีถูกเรียกเก็บ จะเกิดปัญหาต่อต้านอย่างนี้รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาอย่างไร
“วัตถุประสงค์หนึ่งที่รัฐบาลตั้งไว้ในการปฏิรูปภาษีต้องการรายได้จากการเก็บภาษีที่ดินมากขึ้น และต้องการหารายได้ให้องค์การบริหารท้องถิ่น ถ้ามีการปรับปรุงแล้วเก็บภาษีได้น้อยลงจะทำอย่างไง ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องคิดเผื่อไว้ด้วย” นายกิตติ ระบุ
กระทรวงการคลังคาดว่าหลังมีการบังคับใช้กฎหมายจะทำให้จัดเก็บภาษีที่ดินได้ไม่น้อยกว่า 2 หมื่นล้านบาทต่อปี
จะไป ล้วงกระเป๋าเศรษฐี ที่ถือครองที่ดินในส่วนที่ไม่เคยจ่ายให้ออกมาจ่าย หรือไปล้วงกระเป๋าคนจนที่ไม่เคยจ่ายภาษีต้องมาแบกรับภาระภาษีเพิ่ม
หากเป็นเช่นนี้ยิ่งจะเป็นการสร้างแรงกดดันให้เกิดการต่อต้านรัฐว่ามีสองมาตรฐานมากขึ้น!!







