
รัฐแดงซ้อนรัฐอภิสิทธิ์บีบมาร์คเร่งจัดการ
สภาพเช่นนี้หากยังเกิดขึ้น ท้าทายกฎหมายอยู่เรื่อย ก็ยิ่งบีบให้อภิสิทธิ์ไม่มีทางอื่นนอกจากเร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ก่อนที่ประเทศจะไร้ขื่อแป เป็นภาวะ “เสื้อแดงใหญ่คับประเทศ”
สภาพเช่นนี้หากยังเกิดขึ้น ท้าทายกฎหมายอยู่เรื่อย ก็ยิ่งบีบให้อภิสิทธิ์ไม่มีทางอื่นนอกจากเร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ก่อนที่ประเทศจะไร้ขื่อแป เป็นภาวะ “เสื้อแดงใหญ่คับประเทศ”
โดย...ทีมข่าวการเมือง
วิกฤตการเมืองวันนี้มีคำถามมากมายว่าจะจบอย่างไร
ไม่มีใครตอบได้ แม้แต่ตัวละครการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาล ผู้นำกองทัพ กระทั่งแกนนำเสื้อแดงและบิ๊กเพื่อไทยก็ยังตอบไม่รู้ว่า เกมเผาบ้านชิงเมืองจะออกหน้าไหน
ปฏิวัติ ยุบสภา สงครามกลางเมือง นองเลือดสูญเสียหลายสิบศพกันอีกรอบ
ทุกฝ่ายต่างก็กังวลต่อสถานการณ์กับเมฆดำที่ปกคลุมประเทศไทยอยู่
กลุ่มองค์กร เครือข่าย ภาคส่วนต่างๆ ในสังคม พยายามหาทางออกเฉพาะหน้าให้กับวิกฤต ทั้งเดินทางพบแกนนำเสื้อแดงหลังเวทีเสนอให้เปิดการเจรจา กับฝ่ายรัฐถึงกรอบเงื่อนไข การยุบสภา
แต่แกนนำแดงกลับปิดตายการเจรจา ทำให้ปลายอุโมงค์ยังมืดมิดไม่เห็นแสงสว่าง
ขณะที่ฝ่ายรัฐ มอบดาบให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. รับผิดชอบปัญหาม็อบแดง โดยเริ่มใช้มาตรการจิตวิทยา ออกข่าวขู่จะสลายการชุมนุมทุกวัน ปิดล้อมทางเข้าออกที่ราชประสงค์เหมือนโมเดลที่ใช้ในสงกรานต์เลือดเมื่อปีที่แล้ว
อารมณ์ของแกนนำเสื้อแดงจึงอยู่ในภาวะตึงเครียด ถึงเครียดที่สุด
เครียดทั้งคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เครียดทั้งข่าวจะถูกล้อมจับ เครียดกับการถูกล้อมสลาย!!
ราชประสงค์แหล่งเศรษฐกิจสำคัญในกรุงเทพฯ วันนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็น “สมรภูมิรบในเมืองหลวง” ระหว่างคนเสื้อแดงกับทหาร ตำรวจและกลุ่มม็อบไม่เอาเสื้อแดงไปแล้ว
เสื้อแดงบอก รัฐบาลมีแผนล้อมปราบเหมือน 6 ตุลา 2519 ทำให้คนเสื้อแดงต้องสร้างป้อมค่ายไม้รวก ถังแก๊ส กำแพงยางรถยนต์ขึ้นกลางเมืองหลวง ล้อมรอบเส้นทางต่างๆ ไม่ให้ทหารเข้ามาผลักดันการชุมนุม
แผนของเสื้อแดงในภาวะที่ถูกตีกรอบ มวลชนจึงไม่กล้าเข้าร่วมชุมนุมและยกระดับการเคลื่อนไหวใหญ่ไม่ได้ สถานการณ์แดงจึงอยู่ในภาวะ “ตั้งรับ” เพื่อไม่ให้ถูกสลาย
กระนั้น ในหลายจุดเสื้อแดงก็ใช้วิธีตอบโต้ รุกกลับฝั่งรัฐเพื่อทำให้เห็นว่า พลังของเสื้อแดงยังกดดันรัฐบาลได้อยู่ ไม่ได้เกรงกลัวแผนจิตวิทยาของกองทัพในการขอพื้นที่คืน
แกนนำแดงยังมีอำนาจต่อรอง เพราะได้จับกลุ่มทุน คนงาน ห้างร้าน นับหมื่นชีวิตย่านราชประสงค์ สยาม ประตูน้ำ เป็นตัวประกัน
อีกด้านพลังต่างๆ ที่กดดันคนเสื้อแดง ไม่ว่าคนชั้นกลาง กลุ่มคนไม่เอาเสื้อแดง ผ่านปรากฏการณ์จากม็อบสีชมพู ม็อบหลากสี หรือม็อบสีลม ม็อบเฟซบุ๊ก หรือกลุ่มคณาจารย์ เอ็นจีโอ ภาคเอกชน ทำให้เสื้อแดงขยับไม่ออกเพราะยิ่งโผล่ไปตรงนั้นทีตรงนี้ทีก็ยิ่งถูกต่อต้านหนักขึ้น
แม้ว่าจะพยายามสร้างอิทธิฤทธิ์มากมายเท่าใด แต่ภาพเสื้อแดงในสายตาคนกรุงและกลุ่มพลังต่างๆ กลายเป็นผู้สร้างปัญหาให้กับบ้านเมือง เพราะเป็นการชุมนุมได้ล้ำเส้น เกินความเหมาะสม มีการใช้ความรุนแรง ซ่องสุมอาวุธขัดกับหลักรัฐธรรมนูญ
แต่แกนนำเสื้อแดงพยายามดิ้นสู้เพื่อทำให้เห็นว่าไม่ได้ตกเป็นฝ่ายตั้งรับ จึงใช้ยุทธวิธี “รุกเพื่อรับ”
ภาพของเสื้อแดงจึงเหมือนการสร้าง “รัฐอิสระ” ขึ้นใช้พื้นที่ราชประสงค์เป็นศูนย์บัญชาการใหญ่ สร้างบล็อก สร้างกำแพงติดอาวุธ ไม้ไผ่ปลายแหลม บั้งไฟ ตะลัย ระเบิดเพลิง ถังแก๊ส อาวุธชีวภาพ กระทั่งอาวุธสงครามของทหารที่หายไป 300 กระบอก ระหว่างที่คนเสื้อแดงปลดอาวุธทหารเมื่อวันที่ 10 เม.ย.
อ้างว่าเพื่อใช้ป้องหากทหารสลายการชุมนุม
ไม่เพียงนั้น เสื้อแดงยังทำตัวเป็นมีผู้อำนาจเหนือทหาร ตำรวจ กับปฏิบัติการล่าสุดที่คนเสื้อแดงขอนแก่นนับพันคนซึ่งได้รับคำสั่งจากแกนนำในกรุงเทพฯ และ สส.เพื่อไทย
ฮึกเหิมถึงขั้นเข้าปิดล้อมสถานีรถไฟขอนแก่น เพื่อยึดรถไฟบรรทุกรถยีเอ็มซีทหาร 21 คัน และกักตัวทหาร 80 นาย ไม่ให้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อ้างการข่าวว่า ทหารกลุ่มนี้ถูกส่งเพื่อไปสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ ทั้งที่ข้อเท็จจริงไปสับเปลี่ยนกำลังที่ จ.ปัตตานี
พร้อมกับสั่งกักตัวทหารไว้ 5 วัน ก่อนที่จะยอมปล่อย และส่งตัวแทนเสื้อแดงขึ้นขบวนเพื่อดูว่าไปปัตตานีจริงหรือไม่
ทหารซึ่งทำหน้าที่รักษาความมั่นคงของชาติหมดสภาพ เพราะถูกคนเสื้อแดงออกคำสั่งปลดอาวุธเรียบ ซึ่งเป็นแนวทางที่เสื้อแดงใช้อำนาจดิบประกาศศักดาไม่มีใครหยุดเสื้อแดงได้
แม้แต่ทหารหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจดังที่ใช้ประจันหน้ากับทหารไม่ว่าก่อนเกิดเหตุการณ์ 10 เมษาเลือด ที่สถานีไทยคม ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี หรือการทลายด่านทหารที่วัดบริเวณรอบทำเนียบรัฐบาล และทำการปลดอาวุธโชว์ด้วยความสะใจ
กระทั่งเหตุการณ์ 10 เมษาทมิฬ ที่คนเสื้อแดงตลบหลัง เพราะมีรายงานว่าอาวุธปืนทราโว เอ็ม16 ลูกซอง รวม 62 กระบอก หายไประหว่างมีปฏิบัติการสลายการชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
หากเป็นเช่นนั้นก็เป็นพฤติกรรมไม่ต่างจากโจรใต้ที่มีการปล้นอาวุธปืนทหารเพื่อใช้ก่อการสร้างความไม่สงบ
นอกจากนี้ เสื้อแดงจับทหารเป็นตัวประกันไว้หลังเวที กว่าจะปล่อยตัวก็ล่วงอยู่หลายวันจนทหารอยู่ในสภาพอ่อนเพลีย
นี่เป็นวิธีการที่แกนนำเสื้อแดงประกาศว่าจะใช้ยุทธวิธีนี้ต่อไป กระทั่งล่าสุดยังขู่ว่าจะไปทลายด่านทหารตามจุดต่างๆ รอบพื้นที่ราชประสงค์แน่
และหากมีการสลายการชุมนุมจริง ก็จะให้คนเสื้อแดงจับตัวผู้ว่าราชการจังหวัดไว้ต่อรองเป็นตัวประกัน
กฎหมู่ของเสื้อแดงจึงอยู่เหนือกฎหมาย
ยังไม่รวมการลอบวางระเบิดตามสถานที่ต่างๆ นับตั้งแต่มีการชุมนุมวันที่ 12 มี.ค. จนถึงวันนี้ร่วมเดือนกว่า ก็ยังไม่หยุดและนับวันยิ่งรุนแรงเข้าข่ายวินาศกรรมป่วนเมือง ไม่ว่าหลังเกิดเหตุเมษาเลือดเพียง 3 วัน มือมืดได้ลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าแรงสูงที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา หวังทำให้กรุงเทพฯ ตกอยู่ในภวังค์ความมืด
ล่าสุด การใช้ “อาร์พีจี” ยิงจากมอเตอร์เวย์ ถล่มคลังน้ำมันแทปไลน์ของปิโตรเลียมไทย ที่ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เดชะบุญ รปภ.คุมสถานการณ์ไว้ได้ ไม่งั้นเป็นข่าวดังไปทั่วโลก
สภาพเช่นนี้หากยังเกิดขึ้น ท้าทายกฎหมายอยู่เรื่อย ก็ยิ่งบีบให้อภิสิทธิ์ไม่มีทางอื่นนอกจากเร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ก่อนที่ประเทศจะไร้ขื่อแป เป็นภาวะ “เสื้อแดงใหญ่คับประเทศ”







