
ปชป.จี้นายกฯเลิกบินนอกเร่งแก้ปัญหาในประเทศ
"กษิต"จี้นายกฯ เลิกบินต่างชาติ หันมาเเก้การเมือง-คอร์รัปชันในบ้าน วราเทพยันงบภารกิจ "ปู"โปร่งใส ยังไม่ตั้งงบทำสภาปฏิรูป
"กษิต"จี้นายกฯ เลิกบินต่างชาติ หันมาเเก้การเมือง-คอร์รัปชันในบ้าน วราเทพยันงบภารกิจ "ปู"โปร่งใส ยังไม่ตั้งงบทำสภาปฏิรูป
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 15 ส.ค. ที่รัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 มาตรา 4 งบบกลาง 3.4 แสนล้านบาท โดยนายเจะอามิง โตะตาหยง สส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า ขอปรับลดงบกลาง 10% เพราะเป็นงบประมาณที่ตรวจสอบยาก และบางโครงการที่รัฐบาลนำงบไปดำเนินการไม่คุ้มค่ากับงบประมาณ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ประสบความล้มเหลว เพราะการเจรจากับกลุ่มบีอาร์เอ็นไม่สามารถลดเหตุความรุนแรงได้ เนื่องจากกลุ่มบีอาร์เอ็นไม่สามารถสั่งการอาร์เคเคหรือกลุ่มจรยุทธ์ขนาดเล็กได้ส่งผลให้สถานการณ์บานปลายมากกว่าเดิม
นายเจะอามิง กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีกลุ่มอาร์เคเค 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มาโดยมีเป้าหมาย อุดมการณ์ชัดเจนว่าต้องการอะไร แต่อาร์เคเคอีกกลุ่มที่มาโดยความเจ็บแค้น จากนโยบายของคุณทักษิณ (ชินวัตร อดีตนายกฯ) ส่งผลให้อาร์เคเคกลุ่มนี้แฝงในกลุ่มอาร์เคเคที่มีอุดมการณ์ ดังนั้นคุยอย่างไรก็ไม่จบ จึงอยากฝากไปยังกรรมาธิการว่าจะจัดการงบส่วนนี้อย่างไร เพราะอาจสูญเปล่า เพราะนายกฯ ในฐานะ รมว.กลาโหมและ ผอ.กอ.รมน.ยังไม่มีความเข้าใจปัญหาความไม่สงบอย่างลึกซึ้ง
นายเจะอามิง กล่าวด้วยว่า แนวทางสภาปฏิรูปทางการเมืองที่นายกฯ ประกาศหาทางออกให้แก่ประเทศ โดยเชิญนายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ และนายโทนี แบลร์ อดีตนายกฯ แห่งสหราชอาณาจักรนั้นได้ใช้งบประมาณจากงบกลางหรือไม่ และใช้งบประมาณในการเชิญนายโทนีจำนวน 20 ล้านบาทจริงหรือไม่ และใช้งบประมาณของปีงบประมาณ 25565 หรือ 2557
จากนั้น นายกษิต ภิรมย์ สส.บัญชีรายชื่อ ปชป.อภิปรายเสนอขอตัดงบประมาณ 3% เพราะเห็นว่ารัฐบาลมีการนำงบประมาณส่วนนี้จำนวนมากใช้ในการเดินทางต่างประเทศของนายกรัฐมนตรีที่เดินทางกว่า 40 ประเทศ โดยเห็นว่าหลังจากนี้นายกฯ ควรหยุดเดินทางไปต่างประเทศ และเดินทางไปเฉพาะการประชุมสำคัญเฉพาะการประชุมระดับอาเซียน และการประชุมระดับสหประชาชาติเท่านั้น
ส่วนภารกิจนอกเหนือจากนั้น ขอให้นายกฯ มอบหมายให้ รมว.ต่างประเทศ เดินทางไปแทน ส่วนนายกฯ ควรดูแลปัญหาภายในทั้งเสถียรภาพทางการเมืองและปัญหาคอร์รัปชันภายในประเทศจะส่งผลดีต่อต่างชาติมากกว่า
อีกทั้ง นายกษิต ยังเรียกร้องให้เปิดเผยงบประมาณการเดินทางของ นายกรัฐมนตรีด้วย
ขณะที่ นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯและรมช.เกษตรฯ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่า งบฉุกเฉินและจำเป็นนั้น นายกฯไม่สามารถให้ความเห็นชอบเพียงผู้เดียวได้ เพราะต้องผ่านการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ และนำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.)อนุมัติก่อน ซึ่งก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ขอมาเสมอไป ส่วนกรณีที่นายกฯ เดินทางไปต่างประเทศเป็นเพราะมีภารกิจจำเป็นในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศภายหลังชนะการเลือกตั้ง เพราะน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯครั้งแรก จึงอาจต้องเดินทางไปครบทุกประเทศโดยเฉพาะในแถบภูมิภาคอาเซียน
นายวราเทพ ยืนยันว่า หลายภารกิจนายกฯ หลีกเลี่ยงไม่ได้จะต้องไปเอง โดยเฉพาะการไปประชุมและเดินทางไปตามคำเชิญจากต่างประเทศ ซึ่งกรรมาธิการฯ ฟังแล้วเห็นว่านายกฯ เดินทางตามหลักเกณฑ์ จึงไม่ได้ติดใจในเรื่องนี้ ส่วนค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จะหนักไปทางค่าเครื่องบินเดินทาง ทั้งนี้มีการตั้งงบไว้ปี 2553 ตั้งไว้จำนวน 31 ล้านบาท ปี 2554 ตั้งไว้ 61 ล้านบาท ปี 2555 ตั้งไว้ 61 ล้านบาท ปี 2556 ตั้งไว้ 80 ล้านบาท และปี 2557 ตั้งงบเหลือเพียง 55 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศของนายกฯนั้น อยู่ในระเบียบราชการและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ซึ่งการเดินทางไปต่างประเทศโดยเฉพาะผู้นำประเทศ คิดว่าการจะใช้เงินผิดไปจากระเบียบราชการเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน
“ที่ตั้งคำถามว่าเป็นการจัดงบประมาณกลางแบบกระจุกไม่กระจายนั้น ยืนยันว่ารัฐบาลพิจารณาตามความเดือดร้อนของประชาชนแต่ละพื้นที่อย่างเท่าเทียมกัน ส่วนงบประมาณสภาปฏิรูปการเมือง ที่ผมเเละนายพงษ์เทพ เทพกาญจนาประสานงานนั้น ขณะนี้ยังไมมีการตั้งงบประมาณเพื่อใช้แต่อย่างใด”นายวราเทพกล่าว







