posttoday
แล้วเราจะทำอย่างไรกัน

แล้วเราจะทำอย่างไรกัน

23 เมษายน 2553

 ...จำลอง บุญสอง

 ...จำลอง บุญสอง

การต่อสู้ระหว่าง ขบวนการเหลือง ที่มีผู้ปกครอง “ชนชั้นสูง” อยู่เบื้องหลัง กับ ขบวนการแดง ที่มีผู้ปกครอง “ชนชั้นนายทุน” อยู่เบื้องหลัง ย่อมทำให้ กลไกรัฐ และ ประชาชน ต้องบาดเจ็บล้มตายผันแปรไปตามแรง ปะทะ ที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆ อย่างที่ไม่มีท่าทีว่าจะจบลงง่ายๆ ที่มันจบลงไม่ง่ายก็เพราะการต่อสู้ของผู้ปกครองตั้งอยู่บน “สถานการณ์ปฏิวัติกระแสสูง” สถานการณ์การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายจึง ยืดเยื้อ ยาวนาน และแหลมคมยิ่งขึ้นทุกวันๆ

นี่คือส่วนหนึ่งของ Civil War หรือ “สงครามกลางเมือง” ที่คอลัมน์นี้ได้พร่ำเรียนต่อผู้ปกครองทั้งสองชนชั้นที่สลับหน้ากันเข้ามาปกครองประเทศนานแล้ว

ได้เคยเรียนต่อนัก “ลัทธิรัฐธรรมนูญนิยม” (Constitutionalism) นักประชาธิปไตยทารก ผู้ “ค้ำ” ระบอบเผด็จการระบบรัฐสภา อาชญากรชาติให้คงอยู่ได้ด้วยการ “อม” วลี ปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปประเทศ มาพ่นใส่ประชาชนเพื่อ “ชะลอ” ความต้องการประชาธิปไตยของประชาชน (พวก Counter Revolution พวกนี้ร้ายยิ่งกว่าเผด็จการตัวจริง)

เคยเรียนต่อนักสันติวิธีไร้เดียงสา ที่มุ่งเน้น “วิธีการ” (มักจะออกมาสำแดงบทบาทหลังเกิดเหตุปะทะแล้ว (ตั้งรับ)) มากกว่ามุ่งเน้นไปที่การแก้ไขหลักการ (ผิด) ซึ่งเป็นปฐมเหตุแห่งปัญหาชาติ (รุก)

เคยเรียนต่อ “นักรัฐประหารเครื่องมือชนชั้นสูงชนชั้นสูง” ในรูปแบบเอกสารและอื่นๆ ไปแล้วว่า “สงครามประชาชน” เกิดขึ้นแล้วโดยพฤตินัย ถ้าท่านไม่ปฏิวัติประชาธิปไตยด้วยตัวท่านเอง ประชาชนก็จะลุกขึ้นมาปฏิวัติสร้างความพินาศให้แก่บ้านเมืองเป็นอย่างสูง แต่ “ชนชั้นสูง” ก็ไม่ไยดีด้วยคิดว่าตัวเอง “มีอำนาจล้นฟ้า” ชี้ทางสว่างให้กับ “ชนชั้นนายทุนผูกขาด” แต่พวกเขาก็ไม่ไยดี เพราะได้ช่องหาประโยชน์จากการเลือกตั้ง ชี้ให้ “อวิชากรทางการเมือง” เห็น พวกเขาก็ไม่ไยดีก็เพราะไม่เข้าใจคำว่าประชาธิปไตยคืออะไร คิดว่าประชาธิปไตยคือการเลือกตั้ง คือเสรีภาพ คือรัฐธรรมนูญ ทั้งๆ ที่เรื่องที่กล่าวเป็นเรื่องรอง เรื่องหลักคืออำนาจอธิปไตยปวงชน

หลายคนอ่านคำเตือนแล้ว แต่ก็ “ไม่เชื่อ” เพราะไม่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้น บ้างก็ไม่เชื่อเพราะเห็นว่า “คอลัมนิสต์” ตัวเล็กๆ จะรู้อะไรดีกว่านักวิชาการ นักการเมือง ชนชั้นสูงผู้มีฐานะ

แล้ว “สงครามประชาชน” ก็เกิดขึ้น เกิดเหมือนที่เกิดกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก หลังเปลี่ยนยุคจาก Sufficiency Economy เข้าสู่ยุค Capitalist

แม้การต่อสู้ระหว่างผู้ปกครองชนชั้นเหลืองโง่แกมหยิ่ง กับผู้ปกครองชนชั้นแดงฉลาดแกมโกงเพื่อช่วงชิงอำนาจและผลประโยชน์ในครั้งนี้ ถึงจะจบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ก็ไม่ได้หมายความว่าความขัดแย้งในชาติจะจบลงได้ ที่ “จบ” ลงไม่ได้ก็เพราะ “ความขัดแย้งหลัก” ของชาติไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งระหว่างชนชั้นสูงกับชนชั้นกลาง (นายทุน) ในวันนี้ แต่เกิดจากความขัดแย้งระหว่างนายทุนกับกรรมกร ซึ่งเป็น 2 กลุ่มผลประโยชน์ใหญ่ในสังคมทุนนิยม การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งชาติจึงต้องแก้ไขจากคู่ขัดแย้งนี้ ไม่ใช่แก้ไขจากคู่ขัดแย้งรอง

“ทหาร” เป็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่ได้ฉันใด “ทหาร” ก็เป็นของพรรคใดพรรคหนึ่งไม่ได้ฉันนั้น การที่พรรคประชาธิปัตย์เอาทหารออกมาปกป้องความเป็นรัฐบาลคนส่วนน้อยของตนเอาไว้ด้วยการใช้ “ความไม่มั่นคง” มาเป็นเหตุ ผมอยากจะให้หันกลับไปดูประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสดูบ้าง ก็ทหารไปรับใช้ส่วนตัวไม่ใช่หรือจึงเกิด Great Revolution

การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง ก็จริงอยู่ แต่ “น้ำครำ” ก็ไม่สามารถแก้ “ความเป็นน้ำครำ” ให้หายไปได้ การเอาพรรค เผด็จการ มาแก้ไขความขัดแย้ง (อันเนื่องจากระบอบเผด็จการ) ย่อมแก้ไขปัญหาชาติไม่ได้ มีแต่การปกครองแบบประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะแก้ปัญหาของระบอบเผด็จการได้

สมัยคอมมิวนิสต์ทำสงครามประชาชนกับรัฐบาลไทย รัฐบาลไทยเรียกฝ่ายตรงข้ามว่า “ผู้ก่อการร้าย” ดุจเดียวกันกับรัฐบาลไทยชุดปัจจุบันเรียกมุสลิมใต้และส่วนหนึ่งของผู้ชุมนุม ผลของการเรียกในครั้งกระโน้นคือ เราต้องไปเผาศพทหารกันที่วัดมหาธาตุบางเขนเป็นร้อยเป็นพันศพในแต่ละปี นโยบาย 66/23 แก้ไขวลี ผู้ก่อการร้ายให้เป็น “ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” ให้แล้ว แต่ทหารและพรรคประชาธิปัตย์ยังจะกินยาผิดซองกันอยู่อีก

ฝ่ายแดงมักจะบอกว่าทหารเป็นเผด็จการ แต่แดงไม่รู้หรือว่านายทุนก็เป็นเผด็จการได้ด้วยเช่นกัน

ปัญหาประเทศไทยแก้ง่ายนิดเดียว แค่เปลี่ยนความเข้าใจผิดว่าประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยแล้วเท่านั้น ทุกสิ่งก็จะโน้มนำไปสู่การแก้ไขปัญหาชาติทันที

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท