
แล้วเราจะทำอย่างไรกัน
...จำลอง บุญสอง
...จำลอง บุญสอง
การต่อสู้ระหว่าง ขบวนการเหลือง ที่มีผู้ปกครอง
“ชนชั้นสูง” อยู่เบื้องหลัง กับ ขบวนการแดง ที่มีผู้ปกครอง “ชนชั้นนายทุน” อยู่เบื้องหลัง ย่อมทำให้ กลไกรัฐ และ ประชาชน ต้องบาดเจ็บล้มตายผันแปรไปตามแรง ปะทะ ที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆ อย่างที่ไม่มีท่าทีว่าจะจบลงง่ายๆ ที่มันจบลงไม่ง่ายก็เพราะการต่อสู้ของผู้ปกครองตั้งอยู่บน “สถานการณ์ปฏิวัติกระแสสูง” สถานการณ์การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายจึง ยืดเยื้อ ยาวนาน และแหลมคมยิ่งขึ้นทุกวันๆนี่คือส่วนหนึ่งของ Civil War หรือ
“สงครามกลางเมือง” ที่คอลัมน์นี้ได้พร่ำเรียนต่อผู้ปกครองทั้งสองชนชั้นที่สลับหน้ากันเข้ามาปกครองประเทศนานแล้วได้เคยเรียนต่อนัก
“ลัทธิรัฐธรรมนูญนิยม” (Constitutionalism) นักประชาธิปไตยทารก ผู้ “ค้ำ” ระบอบเผด็จการระบบรัฐสภา อาชญากรชาติให้คงอยู่ได้ด้วยการ “อม” วลี ปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปประเทศ มาพ่นใส่ประชาชนเพื่อ “ชะลอ” ความต้องการประชาธิปไตยของประชาชน (พวก Counter Revolution พวกนี้ร้ายยิ่งกว่าเผด็จการตัวจริง)เคยเรียนต่อนักสันติวิธีไร้เดียงสา ที่มุ่งเน้น
“วิธีการ” (มักจะออกมาสำแดงบทบาทหลังเกิดเหตุปะทะแล้ว (ตั้งรับ)) มากกว่ามุ่งเน้นไปที่การแก้ไขหลักการ (ผิด) ซึ่งเป็นปฐมเหตุแห่งปัญหาชาติ (รุก)เคยเรียนต่อ
“นักรัฐประหารเครื่องมือชนชั้นสูงชนชั้นสูง” ในรูปแบบเอกสารและอื่นๆ ไปแล้วว่า “สงครามประชาชน” เกิดขึ้นแล้วโดยพฤตินัย ถ้าท่านไม่ปฏิวัติประชาธิปไตยด้วยตัวท่านเอง ประชาชนก็จะลุกขึ้นมาปฏิวัติสร้างความพินาศให้แก่บ้านเมืองเป็นอย่างสูง แต่ “ชนชั้นสูง” ก็ไม่ไยดีด้วยคิดว่าตัวเอง “มีอำนาจล้นฟ้า” ชี้ทางสว่างให้กับ “ชนชั้นนายทุนผูกขาด” แต่พวกเขาก็ไม่ไยดี เพราะได้ช่องหาประโยชน์จากการเลือกตั้ง ชี้ให้ “อวิชากรทางการเมือง” เห็น พวกเขาก็ไม่ไยดีก็เพราะไม่เข้าใจคำว่าประชาธิปไตยคืออะไร คิดว่าประชาธิปไตยคือการเลือกตั้ง คือเสรีภาพ คือรัฐธรรมนูญ ทั้งๆ ที่เรื่องที่กล่าวเป็นเรื่องรอง เรื่องหลักคืออำนาจอธิปไตยปวงชนหลายคนอ่านคำเตือนแล้ว แต่ก็
“ไม่เชื่อ” เพราะไม่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้น บ้างก็ไม่เชื่อเพราะเห็นว่า “คอลัมนิสต์” ตัวเล็กๆ จะรู้อะไรดีกว่านักวิชาการ นักการเมือง ชนชั้นสูงผู้มีฐานะแล้ว
“สงครามประชาชน” ก็เกิดขึ้น เกิดเหมือนที่เกิดกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก หลังเปลี่ยนยุคจาก Sufficiency Economy เข้าสู่ยุค Capitalistแม้การต่อสู้ระหว่างผู้ปกครองชนชั้นเหลืองโง่แกมหยิ่ง กับผู้ปกครองชนชั้นแดงฉลาดแกมโกงเพื่อช่วงชิงอำนาจและผลประโยชน์ในครั้งนี้ ถึงจะจบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ก็ไม่ได้หมายความว่าความขัดแย้งในชาติจะจบลงได้ ที่
“จบ” ลงไม่ได้ก็เพราะ “ความขัดแย้งหลัก” ของชาติไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งระหว่างชนชั้นสูงกับชนชั้นกลาง (นายทุน) ในวันนี้ แต่เกิดจากความขัดแย้งระหว่างนายทุนกับกรรมกร ซึ่งเป็น 2 กลุ่มผลประโยชน์ใหญ่ในสังคมทุนนิยม การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งชาติจึงต้องแก้ไขจากคู่ขัดแย้งนี้ ไม่ใช่แก้ไขจากคู่ขัดแย้งรอง“
ทหาร” เป็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่ได้ฉันใด “ทหาร” ก็เป็นของพรรคใดพรรคหนึ่งไม่ได้ฉันนั้น การที่พรรคประชาธิปัตย์เอาทหารออกมาปกป้องความเป็นรัฐบาลคนส่วนน้อยของตนเอาไว้ด้วยการใช้ “ความไม่มั่นคง” มาเป็นเหตุ ผมอยากจะให้หันกลับไปดูประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสดูบ้าง ก็ทหารไปรับใช้ส่วนตัวไม่ใช่หรือจึงเกิด Great Revolutionการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง ก็จริงอยู่ แต่
“น้ำครำ” ก็ไม่สามารถแก้ “ความเป็นน้ำครำ” ให้หายไปได้ การเอาพรรค เผด็จการ มาแก้ไขความขัดแย้ง (อันเนื่องจากระบอบเผด็จการ) ย่อมแก้ไขปัญหาชาติไม่ได้ มีแต่การปกครองแบบประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะแก้ปัญหาของระบอบเผด็จการได้สมัยคอมมิวนิสต์ทำสงครามประชาชนกับรัฐบาลไทย รัฐบาลไทยเรียกฝ่ายตรงข้ามว่า
“ผู้ก่อการร้าย” ดุจเดียวกันกับรัฐบาลไทยชุดปัจจุบันเรียกมุสลิมใต้และส่วนหนึ่งของผู้ชุมนุม ผลของการเรียกในครั้งกระโน้นคือ เราต้องไปเผาศพทหารกันที่วัดมหาธาตุบางเขนเป็นร้อยเป็นพันศพในแต่ละปี นโยบาย 66/23 แก้ไขวลี ผู้ก่อการร้ายให้เป็น “ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” ให้แล้ว แต่ทหารและพรรคประชาธิปัตย์ยังจะกินยาผิดซองกันอยู่อีกฝ่ายแดงมักจะบอกว่าทหารเป็นเผด็จการ แต่แดงไม่รู้หรือว่านายทุนก็เป็นเผด็จการได้ด้วยเช่นกัน
ปัญหาประเทศไทยแก้ง่ายนิดเดียว แค่เปลี่ยนความเข้าใจผิดว่าประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยแล้วเท่านั้น ทุกสิ่งก็จะโน้มนำไปสู่การแก้ไขปัญหาชาติทันที







