
ผวาน้ำเหนืออยุธยาผุดเขื่อนกันน้ำท่วม
ภาคเหนือฝนตกหนักทำให้โรงเรียนริมแม่น้ำเจ้าพระยาเร่งสร้างเขื่อนป้องกันน้ำเอ่อท่วม
ภาคเหนือฝนตกหนักทำให้โรงเรียนริมแม่น้ำเจ้าพระยาเร่งสร้างเขื่อนป้องกันน้ำเอ่อท่วม
ภาคเหนือฝนตกหนักเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดเริ่มสร้างความหวั่นวิตกให้กับประชาชชาวจ.พระนครศรีอยุธยาที่อยู่ท้ายน้ำหวั่นจะได้รับผลกระทบจากน้ำเหนือไหลหลาก ล่าสุดเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เริ่มระบายน้ำเหนือลงมาบ้างแล้ว ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองโผงเผง รวมถึงคลองบางบาล มีระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น
นายไมตรี ปิตินานนท์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ระดับน้ำในเขื่อนเจ้าพระยาได้เริ่มปล่อยน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้น จากเดิมเมื่อวันที่ 14 ส.ค.ปล่อยน้ำที่ 275 ลบ.ม./วินาที แต่เช้าวันที่ 15 ส.ค.ได้เพิ่มการปล่อยน้ำที่ 626 ลบ.ม./วินาที และพบว่าระดับน้ำไหลผ่านที่จ.นครสวรรค์ มีมากถึง 898 ลบ.ม./วินาที
ทั้งนี้เชื่อว่าจะมีการปล่อยน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอีกซึ่งเป็นการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเตรียมความพร้อม ด้วยการพร่องน้ำเหนือเขื่อนลงท้ายเขื่อนเพื่อรอรับเหนือเหนือที่จะไหลมาก และถือว่าเป็นไปตามเงื่อนไขเวลาของช่วงฤดูฝน ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เพราะปกติถึงแม้ว่าบางพื้นที่ของจ.พระนครศรีอยุธยาจะลุ่มต่ำ แต่หากน้ำจะสูงล้นตลิ่งท่วมชุมชนนั้น เขื่อนเจ้าพระยาต้องมีการปล่อยน้ำท้ายเขื่อนที่มากกว่า 1,500 -1,800 ลบ.ม./วินาที ขึ้นไป
ด้าน นายสมพงษ์ อารีย์เจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดตะกู หมู่ที่ 4 ต.วัดตะกู อ.บางบาล กล่าวว่า โรงเรียนได้รับผลกระทบน้ำท่วมเกือบทุกปี และเคยหนักสุดเมื่อปี 2554 ท่วมสูง 3 เมตร ล่าสุดเกิดปัญหาตลิ่งพังลึกเข้ามาเกือบถึงอาคารเรียนที่เป็นโครงสร้างปูนผสมไม้ และเป็นอาคารเก่าที่เคยปรับปรุงมาแล้ว ขนาดความกว้าง 8 เมตร ยาว 72 เมตร และเป็นที่เรียนของนักเรียนระดับชั้นอนุบาล-ประถม 6 รวมจำนวน 79 คน
ขณะที่นายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้จัดงบประมาณกว่า 8 ล้านบาทมาเร่งดำเนินการสร้างเขื่อนริมน้ำหน้าโรงเรียนติดคลองโผงเผง ซึ่งกำหนดเดิมจะสร้างแล้วเสร็จในปลายปีนี้ แต่ช่วงนี้คนงานต้องเร่งดำเนินการก่อสร้าง หากสร้างเสร็จจะสามารถรักษาอาคารเรียนไว้ได้ ตลอดทั้งยังสามารถป้องกันตลิ่งพัง รวมถึงป้องกันน้ำท่วมในระดับ 1 เมตรได้เช่นกัน







