
บ้านเมืองเลอะเทอะ
ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองผู้มีประสบการณ์ด้านความมั่นคงและการทูตบางท่าน ทุกท่านมีความรู้สึกตรงกันและตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองในขณะนี้ เอาแค่เฉพาะการแก้ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่รัฐบาลเป็นผู้ริเริ่มขอเปิดฉากพูดคุยกับกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดน ก็ดูเหมือนจะวุ่นวายเลอะเทอะและเละเทะกันไปหมด
ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองผู้มีประสบการณ์ด้านความมั่นคงและการทูตบางท่าน ทุกท่านมีความรู้สึกตรงกันและตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองในขณะนี้ เอาแค่เฉพาะการแก้ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่รัฐบาลเป็นผู้ริเริ่มขอเปิดฉากพูดคุยกับกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดน ก็ดูเหมือนจะวุ่นวายเลอะเทอะและเละเทะกันไปหมด
ท่านให้ความเห็นว่า คำว่า “ผู้อำนวยความสะดวก” หรือ Facilitator นั้น เราไปกำหนดขึ้นมาเอง สภาพของมันมีบุคคลที่สามเข้ามาจัดให้คู่กรณีพบปะพูดจากัน หากตัวเองไม่ได้อยู่ในที่ประชุมด้วยก็เรียกว่า Good Offices แต่ถ้าบุคคลที่ 3 อยู่ในที่ประชุมก็เป็น Mediator หรือ Intermediary ดังเช่นที่มาเลเซียทำอยู่เวลานี้ ซึ่งเขาต้องการบทบาทของคนกลางหรือผู้ไกล่เกลี่ยมานานแล้ว ตัวแทนมาเลเซียนั่งอยู่ในที่ประชุมพูดคุยสันติภาพตลอดเวลา สภาพจึงคล้ายกับมาเลเซียเป็นคนกลางไปแล้ว ซึ่งตรงกับความประสงค์ของมาเลเซีย เราก็ไปยอมรับสถานะนั้น มีอะไรก็ต้องถามมาเลเซียก่อน คล้ายกับมาเลเซียเป็นผู้ควบคุมการพูดคุยอย่างนั้น ในขณะที่มาเลเซียถูกมองว่าเป็น “นายหน้า” และเป็น “ผู้แนะนำ” บีอาร์เอ็นในการต่อรองกับไทยตลอดมา
ท่านให้ความเห็นว่า ในหลักการ การจะขอให้ประเทศไหนมาเป็นคนกลางนั้น ประเทศนั้นต้องไม่มีส่วนได้เสียด้วย แต่มาเลเซียมีส่วนได้เสีย เพราะมาเลเซียถูกใช้พื้นที่เป็นที่หลบซ่อนตัว พักพิง ฐานปฏิบัติการของกบฏแบ่งแยกดินแดนมาโดยตลอด มาเลเซียอยากเข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อให้หลุดพ้นข้อกล่าวหาว่าให้ที่พักพิงแก่ศัตรูของประเทศไทย ไม่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น โลกก็จะมองมาเลเซียในลักษณะเช่นนี้ มาเลเซียถึงพยายามตลอดมาขอให้รัฐบาลไทยมีหนังสือเชิญมาเลเซียเป็นคนกลางในการพูดคุย จะได้มีความชอบธรรมในการเข้ามาเกี่ยวข้องและหลุดพ้นจากข้อกล่าวหาดังกล่าว
เชื่อว่าคนไทยสังเกตได้ว่า ในการพูดคุยตั้งแต่แรก ฮาซัน ตอยิบ พูดจาท้าทาย ข่มขู่ ผู้แทนไทยมาตลอด หลายฝ่ายมองอย่างไม่เข้าใจว่า เราไปยอมเขาได้อย่างไร ทีเรื่องเขมร เราปลุกอารมณ์ภายใน แต่เรากลับโฆษณาให้บีอาร์เอ็น เรื่องดินแดนนั้น ไม่มีรัฐบาลประเทศไหนเขายอม แต่เรายอมให้บีอาร์เอ็นมากำหนดดินแดนเรา ขยายไปยังบางส่วนของ จ.สงขลา ด้วย มันมีความหมายเพราะเวลาจะตั้งเขตปกครองตนเอง เขาจะรวมเอาทั้งหมด ไม่ใช่แค่ 3 จังหวัดเท่านั้น ต่อไปถ้าฝ่ายเขาต้องการพื้นที่ไหนก็ไปก่อเหตุรุนแรงและเรียกร้องให้มารวมกับ 3 จังหวัด แต่เราไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้โดยทันที ต่างประเทศก็แปลกใจกับท่าทีของรัฐบาลไทยเช่นกัน ผู้แทนไทยอ่อนหมดเพียงเพื่อหวังผลทางการเมือง ยอมๆ กันไปเพื่อให้การพูดคุยสำเร็จผล แต่นี่เป็นเรื่องบ้านเมือง ไม่ใช่เรื่องการเมือง คนเป็นหัวหน้าคณะมองผลทางการเมืองเป็นสำคัญ เหมือนกับว่า นายสั่ง นายไว้ใจ ทำให้นาย ส่วนบ้านเมืองมาทีหลัง
การพูดคุยกันตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงครั้งล่าสุด บีอาร์เอ็นข่มขู่ เรียกร้อง หรือดีมานด์เรามาตลอด เราก็นั่งเป็นเบื้อ แล้วมาอ้างว่าอยู่ในระยะต้องรู้จักท่าทีกัน ฯลฯ แต่อีกฝ่ายไม่ใช่อย่างนั้นเลย เพราะเขาเปิดฉากรุกมาตั้งแต่ต้น เราเป็นฝ่ายรับมาจนถึงทุกวันนี้ บีอาร์เอ็นช่วงชิงความได้เปรียบตลอด ข้อเสนอของบีอาร์เอ็นเหมือนให้ไทยยอมรับไม่ได้ เป็นการเสนอเพื่อให้เราปฏิเสธ ฝ่ายไทยไม่มีการเสนอกลับเลย ดูเหมือนจะเกรงใจฝ่ายโจรตลอด เตรียมอะไรไปก็ไม่กล้าเสนอ ส่วนบีอาร์เอ็นต่อสู้เพื่อยกระดับทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศมุสลิมด้วยกัน และเราก็ช่วยยกระดับการยอมรับของเขาไปเรียบร้อยแล้ว ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองปรารภว่าไม่เคยเห็นช่วงเวลาไหนที่ประเทศไทยถูกเหยียบย่ำแบบนี้ อีกฝ่ายเขียนป้ายมาด่า เอาธงชาติไทยมาผูกเล่น
ที่ฮาซันว่า เขาเป็น “องค์การ” ไม่ใช่กลุ่มก่อการร้าย แสดงว่าเขาร้อนตัว หากต่างประเทศมองว่าบีอาร์เอ็นเป็นองค์การก่อการร้าย เขาจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศอิสลามและโอไอซี สิ่งที่เกิดขึ้นเห็นได้ชัดว่าเป็น “พฤติกรรมก่อการร้าย” ทั้งสิ้น เราใช้ประโยชน์จากตรงนี้น้อยไป นอกจากนั้น ให้สังเกตด้วยว่าเวลาบีอาร์เอ็นใช้คำว่า Nation จะมีวงเล็บคำว่า BONZA อยู่ด้วยเสมอ คำนี้คือ “พงษา” ของไทย บีอาร์เอ็นคิดถึงแต่เฉพาะกลุ่มเล็กๆ ของตนเท่านั้น ไม่ใช่พูดถึง “ชาติ” โดยรวม แต่ไปเน้นเรื่อง “ชาติพันธุ์” มากกว่า
ท่านผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองปรารภว่า มองดูผู้นำของเราแล้วมันเศร้า เรื่องสำคัญเกี่ยวกับอธิปไตยแห่งดินแดนของประเทศกลับไม่ค่อยสนใจ รัฐมนตรีแต่ละคนพยายามหลีกเลี่ยงที่จะรับผิดชอบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ประเทศอื่นนั้น หากคนของเขาตายเป็นเบือแบบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้นำของเขาจะเป็นเดือดเป็นแค้นเพราะเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่เราเอาเรื่องพี่ชายกลับบ้านเป็นหลัก เอาเรื่องดินแดนเป็นรอง ทั้งที่เป็นเรื่องความเป็นความตายของประเทศ ท่านไม่เข้าใจว่ารัฐบาลจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนกันอย่างไร
ท่านมองว่า การแก้ปัญหา 3 จชต. มันเละเทะหมดแล้วทั้งสองฝ่าย (1) บีอาร์เอ็นตอนนี้ก็เกิดความสับสน แต่ก็เป็นเรื่องภายในของบีอาร์เอ็น อาจมีความพยายามเปลี่ยนตัว ฮาซัน ตอยิบ ก็ได้ (2) เราเอาตัวเองไปผูกติดกับมาเลเซียมากเกินไป ความจริงเป็นเรื่องภายในของเรา แต่ทักษิณเป็นคนไปเดินเกม แล้วเลยไปผูกกับมาเลเซีย .. ควรผูกแต่พอดี คนของเราเล่นไพ่ไม่เป็น ดีแต่พูด แต่หลงทางไปหมด ตัวเราเลอะเทอะไปใหญ่แล้ว (3) การกลับมาทบทวนข้อตกลงล่าสุด ช่วงเดือนรอมฎอน บีอาร์เอ็นไม่รักษาสัญญา หากเราลองเสนอยุติการเจรจาชั่วคราวแล้วดูปฏิกิริยา โดยให้มาเลเซียทราบเสียหน่อย หากจะฟื้นการพูดคุยอีกก็ว่ามา เพราะมีหลายกลุ่มที่อยากพูดคุยกับเราอยู่แล้วเพื่อสร้างราคาให้ตัวเอง
แต่ปรากฏว่าบีอาร์เอ็นช่วงชิงจังหวะก่อน กล่าวหาว่าไทยละเมิดข้อตกลงและข่มขู่จะหยุดการพูดคุย เราตามเกมเขาไม่ทันเลย เวลานี้หัวหน้าคณะฝ่ายไทยเป็นตัวตลกไปแล้ว ถูกวิจารณ์ว่าเหมือนผีเจาะปากมาพูด ลอยหน้าลอยตาพูด นายก็สติแตก ประเทศกำลังจะฉิบหาย
เมื่อติดกระดุมผิดเม็ดแรก เม็ดต่อไปก็ผิดไปหมด ทั้งที่มีคนออกมาเตือนตั้งแต่แรกว่าติดกระดุมเม็ดแรกผิดก็ยังไม่ฟัง มีคนออกมาท้วงตั้งแต่แรกว่า คนที่ถูกมาเลเซียอุปโลกน์ขึ้นมานั้นเป็น “ตัวปลอม” ก็ไม่ฟัง ดึงดันไปจนบ้านเมืองเสียหายจนได้ แค่ปัญหาชายแดนภาคใต้ยังขนาดนี้ แล้วปัญหาบ้านเมืองโดยรวมจะเลอะเทอะขนาดไหน







