
การแทรกซึมทางวัฒนธรรม
Asian Cinema เป็นรายการ TV ที่ออกอากาศจากเดือน พ.ค.นี้ไปจนถึงสิ้นปีในอาร์เจนตินา โดยนำหนังไทยไปออกอากาศให้ผู้ชมชาวละตินอเมริกาหรืออเมริกาใต้ได้ชม
Asian Cinema เป็นรายการ TV ที่ออกอากาศจากเดือน พ.ค.นี้ไปจนถึงสิ้นปีในอาร์เจนตินา โดยนำหนังไทยไปออกอากาศให้ผู้ชมชาวละตินอเมริกาหรืออเมริกาใต้ได้ชม
58 ก.ย.นี้ กำลังจะมีเทศกาลภาพยนตร์ไทยที่ประเทศชิลีอีกครั้ง โดยจะมีหนังไทย 10 เรื่องไปจัดฉายให้ชาวชิลีได้ชม
30 ส.ค.1 ก.ย.นี้ จะมีเทศกาลภาพยนตร์ไทยที่มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ มีหนังไทยไปฉายจำนวน6 เรื่อง
ปีนี้ หนังเรื่อง “คนโขน” ได้ไปฉายในเทศกาลหนังย้อนยุคอาเซียน ใน Asean Retro in Ceske Budejiovice ซึ่งจัดเป็นครั้งแรกในกรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก ปีก่อน “คนโขน” ก็ไปฉายในสหรัฐ
เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา “ก้านกล้วย ทั้งภาค 1 และ 2” ถูกนำไปฉายในงานภาพยนตร์ไทย ที่โอมาน
เนปาล ต้นปีนี้ มีการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์ไทย ณ กรุงกาฐมาณฑุ ครั้งที่ 3 มีหนังไทย 5 เรื่องไปฉายให้ชาวเนปาลชม
ที่โซล เกาหลีใต้ ระหว่างที่เราฉลองสงกรานต์กันปีนี้ หนังไทย “เอคโค่ จิ๋วก้องโลก” ได้ไปฉายและถูกส่งเข้าประกวดในงาน Green Film Festival ครั้งที่ 10
ปีที่แล้ว เดือน ต.ค. “รถไฟฟ้ามาหานะเธอ” หนังไทยโรแมนติกถูกนำไปฉายที่เม็กซิโกและเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว “ทวิภพ” กับ “ความจำสั้น แต่รักฉันยาว” หนังไทยอีก 2 เรื่อง ก็ได้เข้าฉายในกรุงซันติอาโก ประเทศชิลี
ก่อนหน้านั้น หนังสยองขวัญ “ลัดดาแลนด์” เข้าฉายที่กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา เมื่อเดือน ก.ค.
หนัง “คนโขน” กับ “ปัญญาเรณู” และ “ไชยา”ถูกนำไปฉายที่เชนไน ประเทศอินเดีย เมื่อหน้าฝนของไทย ปีที่แล้ว
แม้แต่เกาหลีเหนือ ซึ่งจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเปียงยาง เมื่อ ก.ย.ปีที่แล้ว ก็เชิญค่ายหนังให้ไปร่วมกิจกรรม แต่ดูเหมือนยังไม่มีใครกล้าไป
ไม่นับหนังไทยที่ไปฉายในพม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และจีน อยู่เป็นประจำนะครับ
แปลว่าในรอบปีมานี้ หนังของไทยได้ไปปรากฏสู่สายตาของชาวเมืองต่างๆ ในที่ห่างไกลบ่อยขึ้น ปีก่อนก็มีไปที่แปลกอย่าง โรมาเนีย เนปาล ภูฏาน เคนยา ตามคำขอมาแล้ว
อุตสาหกรรมภาพยนตร์นั้น มีผลิตในเกือบทุกประเทศแหละครับ...แต่ที่ได้ออกไปเข้าโรงฉายในต่างประเทศนั้น ยังมีน้อย...ส่วนมากทำกันเอง...ดูกันเอง
สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ได้รับการติดต่อประสานแจ้งจากกระทรวงการต่างประเทศบ่อยๆ ว่า สถานทูตของไทย สถานกงสุลใหญ่ ได้รับคำขอให้ส่งหนังไทยไปฉายที่นู่นที่นี่อยู่เป็นประจำ อาศัยการฉายหนังไทยนี่แหละไว้เป็นตัวดึงให้เกิดการมารวมตัวกันของคนไทยในต่างแดนบ้าง ชักชวนคู่ค้าคู่เจรจากับไทยในประเทศนั้นมาร่วมบ้าง สร้างกิจกรรม ชวนชมชื่นชอบและผูกพัน
หนังสนุก หนังดี นี่นะครับ...จะนำไปสู่คำบอกเล่า ปากต่อปากรวดเร็ว ยิ่งเดี๋ยวนี้มีอินเทอร์เน็ตช่วยด้วยมีเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ และอื่นๆ ที่ส่งต่อบอกข่าวสารให้กันได้ฟรีๆ ยิ่งแพร่กระจายได้เร็ว
ผมเห็นว่าการที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ ประจำประเทศไทย ปีนี้จัดงานฉลอง วันชาติ ซึ่งเผอิญตรงกับการฉลอง 180 ปี ความสัมพันธ์ไทยสหรัฐ ด้วยการใช้แนวคิดเรื่องอุตสาหกรรมฮอลลีวูดมาเป็นแกนเรื่อง น่าจะบอกใบ้ถึงความสำคัญของอำนาจที่แทรกซึมได้ลึกอย่างวัฒนธรรม
ดูคลิปสงกรานต์ และคลิปปีใหม่ที่สถานทูตสหรัฐ ทำออกมาเผยแพร่ทางเน็ตใน 2 ปีนี้สิครับ...เข้าถึงประชาชนคนไทย...เข้าถึงจิตใจชาวบ้านและเข้าถึงวัยรุ่นในไทยมากกว่าเอกสารและประกาศทางการของสถานทูตที่เคยมีออกมานับ 10 ปี เป็นไหนๆ
จีนก็มีนโยบายใช้ Soft Power มากขึ้น เพราะวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือของประชาชน ในขณะที่กฎหมายและการเจรจาการค้านั้น หากเชื่อมเกี่ยวก็เป็นการเชื่อมเกี่ยวผู้มีอำนาจเท่านั้น เพราะกฎหมายและการค้า คือผลลัพธ์ของการต่อรอง ใครมีอำนาจมากกว่าก็ได้เปรียบทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง
วัฒนธรรม 2 แผ่นดิน (ไม่ว่าจะแผ่นดินไทยกับแผ่นดินไหน) นั้น ดูเผินๆ เหมือนจะเท่ากันในศักดิ์ศรี และเหมือนไม่มีการต่อรองอะไร แต่ที่จริงถ้าบริหารดีๆ จะรู้ว่าพลังทะลุทะลวงไม่เบาเหมือนกัน
จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน ทุกวันนี้ส่งนักแสดง นาฏศิลป์ ผาดโผน ช่างเขียนภาพ นักดนตรีออกไปตระเวนแสดงตลอดปี มีการขยายระบบการสอนภาษากระจายไปทุกที่ทั่วโลก เพราะเห็นแล้วว่า เอกลักษณ์อันน่าภาคภูมิและทำเทียมเลียนแบบได้ยากนั้น มีคุณค่า และมูลค่ามากมาย
ไม่งั้นการจำหน่ายแว่นเรย์แบน กางเกงยีนส์ หมวกคาวบอย เพลงป๊อป ตลอดจนปืนพกสารพัดประเภทในหนังบู๊ของฮอลลีวูด จะกระจายได้กว้างขวางขนาดนี้หรือ !
ที่จริง หนังไทยช่วยขายข้าว ขายกระเทียม ขายเงาะ ขายลองกองได้นะเนี่ย







