
จีนผงาดเจ้าน้ำมันโลกเสริมอิทธิพลชี้นำราคา
ต้องยอมรับว่าอิทธิพลความเป็นมหาอำนาจของจีนต่อเศรษฐกิจโลกนับวันมีแต่จะขยายตัวเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์
ต้องยอมรับว่าอิทธิพลความเป็นมหาอำนาจของจีนต่อเศรษฐกิจโลกนับวันมีแต่จะขยายตัวเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากจีนจะก้าวขึ้นมาเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐ ในปี 2554 แล้ว ในปีที่ผ่านมาพญามังกรก็ยังผงาดขึ้นมาเป็นประเทศที่ทำการค้ามากที่สุดในโลกแซงหน้าสหรัฐอีกด้วย โดยมีมูลค่าการนำเข้าส่งออกรวมอยู่ที่ 3.87 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนเมืองลุงแซมอยู่ที่ 3.82 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
ล่าสุดความร้อนแรงของจีนไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านั้น เนื่องจากเมื่อเร็วๆ นี้ องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) เปิดเผยรายงานว่า จีนจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลกแทนที่สหรัฐภายในเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งการก้าวขึ้นมาเป็นยักษ์ใหญ่ในการนำเข้าน้ำมันดังกล่าวยังถือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเร็วกว่าที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) เคยคาดการณ์เอาไว้เมื่อต้นปีที่ผ่านมาอีกด้วย
สัญญาณที่บ่งบอกถึงความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเริ่มปรากฏขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว โดยในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบสหรัฐลดลงไปอยู่ที่ 5.98 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่วนจีนอยู่ที่ 6.12 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่รายงานอีไอเอ คาดว่าตั้งแต่ในช่วงปี 2554–2557 ความต้องการน้ำมันดิบของจีนเพิ่มขึ้น 13% หรือที่ 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่วนในช่วงเวลาเดียวกันนั้นสหรัฐมีปริมาณการนำเข้าอยู่ที่ 18.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลงจากจุดพีกในปี 2548 ซึ่งเคยอยู่ที่ 20.8 ล้านบาร์เรล
สาเหตุสำคัญที่ทำให้จีนพุ่งทะยานแซงหน้าสหรัฐขึ้นแท่นเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลกภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ทั้งๆ ที่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจของแดนมังกรชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ก็เป็นเพราะว่าในแง่ของความต้องการบริโภคน้ำมันในประเทศยังคงสูง และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการที่สหรัฐหันไปพึ่งพาแหล่งน้ำมันจากภายในประเทศ โดยเฉพาะจากแหล่งเชลล์ออยล์ (หินน้ำมัน) มากขึ้น และคาดว่าในปี 2553 สหรัฐจะก้าวขึ้นมาเป็นประเทศส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกแทนที่ซาอุดี…อาระเบีย
ผลจากการสลับขั้วขึ้นมาเป็นผู้บริโภคน้ำมันเบอร์ 1 ของโลกดังกล่าวของจีน หลังจากที่สหรัฐเคยครอบครองตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ทศวรรษ 2513 นั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าภาวะดังกล่าวย่อมจะส่งผลทบต่อความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจและการเมืองไปทั่วโลกไม่น้อยทีเดียว เพราะน้ำมันถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบและต้นทุนที่ใช้ในการดำเนินการผลิตสินค้าหลายประเภท ดังนั้นทุกความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันจึงมีความสำคัญต่อสถานการณ์ทั่วโลกเป็นอย่างมาก
ในเชิงเศรษฐกิจนั้น การที่จีนก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกแทนที่พญาอินทรีย่อมจะส่งผลให้ จีนก้าวเข้ามามีอิทธิพลและบทบาทต่อความผันแปรของราคาน้ำมันโลกมากขึ้น โดยเฉพาะการได้รับปัจจัยหนุนจากแนวโน้มความต้องการบริโภคน้ำมันที่เกิดจากการบริโภคของชนชั้นกลางในจีนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ความสำคัญของจีนต่อความเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันโลก ได้สะท้อนออกมาจากการที่ทุกความเปลี่ยนแปลงในจีน เช่น ดัชนีภาคการผลิต (พีเอ็มไอ) การขยายตัวของจีดีพีไปจนถึงตัวเลขการส่งออกนำเข้า ได้ถูกนำมาอ้างอิงเพื่อเป็นสาเหตุเพื่อใช้ในการอธิบายการขยับขึ้นหรือลงของราคาน้ำมันโลกในแต่ละวันของบรรดากูรูและนักวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจมากขึ้น จากเดิมที่ปัจจัยหลักจะผูกติดอยู่กับตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐเป็นหลัก
“ความไม่แน่นอนในการตอบสนองความต้องการน้ำมันภายในประเทศของจีน จะกลายเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนราคาน้ำมันของโลกในอีกไม่กี่ปีที่จะมาถึงนี้” คาร์ลอส ปาสกาล ทูตพลังงานพิเศษของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ วอชิงตัน ไทมส์
ส่วนในเชิงการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้น ก็มีแนวโน้มว่าจะได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในทวีปตะวันออกกลาง แอฟริกา และกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก)
เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศเหล่านี้ล้วนแต่พึ่งพาตลาดส่งออกน้ำมันไปยังสหรัฐเป็นหลัก ดังนั้นเมื่อถึงคราวที่สหรัฐลดบทบาทในการสั่งซื้อน้ำมันจากต่างประเทศลง ก็เลี่ยงไม่ได้ที่ประเทศเหล่านี้จะสูญเสียรายได้ และจำเป็นต้องหันไปกระชับสัมพันธ์กับจีนให้มากขึ้น เพื่อทดแทนความต้องการซื้อจากตลาดในสหรัฐที่หดหายไป
ขณะที่ทางฝ่ายจีนเองก็ดูเหมือนจะเริ่มตระหนักได้ว่าจะต้องหันมาให้ความสำคัญต่อการดำเนินความสัมพันธ์และการทูตกับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอิหร่าน ซูดาน ไปจนถึงเวเนซุเอลา ขณะเดียวกันก็ทำให้จีนเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการเสริมและเพิ่มขีดความสามารถของกองทัพเรือมากขึ้น ซึ่งจุดประสงค์ก็เพื่อดูแลความมั่นคงของเส้นทางการเดินเรือน้ำมันที่ถูกส่งมาจากตะวันออกกลางและแอฟริกามากขึ้น
นอกจากนี้ ผลจากการที่สหรัฐหันไปให้ความสำคัญกับการพึ่งพาแหล่งน้ำมันที่ผลิตได้จากแหล่งเชลล์ออยล์ (หินน้ำมัน) ในประเทศมากขึ้น บวกกับความต้องการที่จะลดการขาดดุลงบประมาณของประเทศลง ก็ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ไป ว่า พญาอินทรีอาจจำเป็นต้องตัดลดงบประมาณทางทหารที่ใช้ในการดูแลความปลอดภัยของเส้นทางการเดินเรือขนส่งน้ำมันทางทะเลในทวีปตะวันออกกลาง
ภาวะดังกล่าวได้รับการยืนยันจากกองทัพเรือสหรัฐ ที่ออกมาระบุเมื่อไม่นานมานี้ว่าอาจจะต้องหันมาตัดลดจำนวนเครื่องบินรบประจำการในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญที่อยู่ในทวีปตะวันออกกลางลง
ถึงกระนั้นก็ตาม แม้การที่จีนจะก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งในการนำเข้าน้ำมันของโลก และส่งผลกระทบต่อการกำหนดทิศทางราคาน้ำมันและการเมืองของโลกแล้ว แต่ในอีกแง่หนึ่งก็ไม่ใช่ว่าปัจจัยจากจีนจะเป็นตัวควบคุมและกำหนดทิศทางราคาน้ำมันดังกล่าวไปเสียทั้งหมด
เพราะส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า ราคาน้ำมันของโลกไม่ได้ขึ้นลงอยู่กับปัจจัยจากภาวะดีมานด์และซัพพลายในระบบเศรษฐกิจอย่างเดียวหากแต่ยังขึ้นอยู่กับตัวแปรอย่างการเก็งกำไรของนักลงทุน และบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของโลกอีกด้วย
เนื่องจากกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลโดยตรงต่อทิศทางราคาน้ำมันที่สูงมากในปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนได้จากการที่ราคาน้ำมันของโลกในปัจจุบันได้พุ่งทะยานขึ้นไปอยู่ที่ 106.15 เหรียญสหรัฐ จากเดิมเมื่อต้นปีที่ 90 เหรียญสหรัฐ ทั้งๆ ที่ภาวะเศรษฐกิจโลกโดยรวมยังไม่สามารถกลับไปฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่
ทั้งนี้ ในช่วงระยะ 2–3 ปีที่ผ่านมามีการสอบสวนปราบปรามและลงโทษกลุ่มนักลงทุน และบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ที่เข้าไปมีส่วนในการปั่นราคาน้ำมันออกมาให้เห็นกันมากขึ้น ซึ่งสะท้อนชัดว่ากลุ่มนักเก็งกำไรและแสวงหาประโยชน์จากตลาดน้ำมันมีตัวตนอยู่จริง โดยเมื่อปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ทางสหภาพยุโรป (อียู) ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น รอยัล ดัตช์เชลล์ บีพี และสแตรตออยล์ หลังจากพบว่าทั้ง 3 บริษัทได้รวมหัวกันปั่นราคากลางการกำหนดราคาน้ำมันให้กับหน่วยงานกลางอย่าง “แพทส์”
ดังนั้น แม้ว่าจีนจะก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าแห่งการบริโภคน้ำมันและเป็นตัวแปรที่สำคัญต่อทิศทางตลาดน้ำมัน แต่ในอีกแง่หนึ่งต้องยอมรับด้วยว่าจีนไม่ใช่ตัวแปรที่สำคัญที่สุด เพราะยังมีผู้เล่นอื่นๆ เช่น กลุ่มนักเก็งกำไรที่คอยควบคุมทิศทางตลาดน้ำมันโลกอยู่ด้วย







