
น้ำโขงเอ่อล้นจมนานครพนม2.3หมื่นไร่
น้ำโขงทะลักเอ่อท่วมนครพนมอ่วม จมนาข้าวแล้ว 2.3 หมื่นไร่ คาดเบื้องต้นเสียหายกว่า 4 พันไร่
น้ำโขงทะลักเอ่อท่วมนครพนมอ่วม จมนาข้าวแล้ว 2.3 หมื่นไร่ คาดเบื้องต้นเสียหายกว่า 4 พันไร่
นายวีระ ฤกษ์วาณิชย์กุล นายอำเภอนาหว้า จ.นครพนม พร้อมด้วย นายไพศาล วันดี เกษตรอำเภอนาหว้า และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นหลังปริมาณน้ำโขงเพิ่มระดับต่อเนื่องอยู่ที่ประมาณ 11 เมตร ห่างจากจุดวิกฤตประมาณ 2 เมตร ส่งผลให้ลำน้ำสาขาสายหลัก คือ ลำน้ำอูนและลำน้ำยามรองรับน้ำมาจากพื้นที่ จ.สกลนคร ไหลผ่าน อ.นาหว้า กับ อ.ศรีสงคราม ก่อนไหลระบายลงสู่น้ำโขง เกิดปัญหาเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรในพื้นที่ อ.นาหว้า นาข้าวของเกษตรกรถูกน้ำท่วมขังแล้วในพื้นที่รวม 6 ตำบล เป็นพื้นที่กว่า 23,000 ไร่ คาดว่ามีนาข้าวเสียหายแล้วกว่า 4,000 ไร่ โดยทางเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องจะได้เร่งสำรวจสรุปข้อมูลประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือต่อไป
นายวีระ นายอำเภอนาหว้า จ.นครพนม กล่าวว่า พื้นที่นาข้าวของเกษตรประสบปัญหาน้ำเอ่อท่วม 5 ตำบล มี ต.นาหว้า 2,000 ไร่ ต.นางัว 1,500 ไร่ ต.นาคูณใหญ่ 1,000 ไร่ ต.ท่าเรือ 2,000 ไร่ ต.บ้านเสียว 3,500 ไร่ และหนักสุดคือ ต.เหล่าพัฒนา มีพื้นที่น้ำท่วมนาข้าว กว่า 13,000 ไร่ รวมมีพื้นที่นาข้าวถูกน้ำท่วมกว่า 23,000 ไร่
นอกจากนี้จากการสำรวจเบื้องต้นพบเสียหายแล้วจำนวน 4,200 ไร่ เกษตรกรเดือดร้อนประมาณ 900 ราย แต่หากระดับน้ำไม่ลดภายในสัปดาห์นี้ คาดว่าจะได้รับความเสียหายต้นข้าวเน่าตายทั้งหมด นอกจากนี้ ยังพบว่ามีถนนบางสายที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม อยู่ระหว่างการเร่งสำรวจและประสาน อบต.เข้าซ่อมแซม อย่างไรก็ตาม ทางอำเภอจะได้เร่งสำรวจ รายงานไปยังทางจังหวัด เพื่อหาทางช่วยเหลือตามระเบียบทางราชการเร่งด่วน พร้อมวางแผนจัดสรรงบประมาณแก้ปัญหาในระยะยาวต่อไป
ด้านนายสมหวัง นามเสาร์ กำนันตำบลเหล่าพัฒนา อ.นาหว้า กล่าวว่า สำหรับปัญหาความเดือดร้อนเรื่องน้ำท่วมพื้นที่การเกษตร ถือว่าเป็นปัญหาซ้ำซาก ล่าสุดกระทบหนักเมื่อมี 2554 ส่วนในปี 2555-2556 ไม่หนักมาก แต่ในปีนี้อยู่ระหว่างการเฝ้าระวัง เนื่องจากพื้นที่ อ.นาหว้า เป็นจุดสำคัญที่น้ำจากหลายพื้นที่ไหลลงลำน้ำอูนผ่านไปบรรจบกับลำน้ำสงครามก่อนไหลลงสู่น้ำโขง แต่หากน้ำโขงเพิ่มสูงหนุนจะเกิดปัญหาน้ำทะลักล้นตลิ่งเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรทันที
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ตามมาคือพื้นที่นาปีของเกษตรกรจะต้องได้รับผลกระทบไม่ต่ำกว่า 20,000 ไร่ หากระดับน้ำทรงตัวนานประมาณ 2 สัปดาห์ ต้นข้าวจะได้รับความเสียหายเน่าตายทันที สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านประสบปัญหาขาดทุนทุกปี แต่ต้องยอมเสี่ยงทำ เพราะไม่มีอาชีพอื่น ปีไหนน้ำไม่ทะลักท่วมก็ได้ขายผลผลิต ปีไหนท่วมหนักก็ขาดทุน หากเป็นไปได้อยากให้ภาครัฐมาสำรวจหาทางแก้ไขในระยะยาว หากเป็นไปได้







