posttoday
กำลังซื้อหด กดดอกเบี้ยต่ำ

กำลังซื้อหด กดดอกเบี้ยต่ำ

14 สิงหาคม 2556

เจษฎา สุขทิศ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ซีไอเอ็มบีพรินซิเพิล เปิดเผยว่า เศรษฐกิจของไทยนับตั้งแต่ไตรมาส 2 มีแนวโน้มชะลอตัวลงมากกว่าที่ตลาดคาด เห็นได้จากภาคการบริโภคที่เริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัวชัดเจนจากยอดขายรถยนต์ที่ปรับตัวลดลงกว่า 10% และการปรับลดลงของการจัดเก็บภาษีมูลค่าก็เริ่มเกิดขึ้น ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนก็เริ่มชะลอตัวเช่นกัน การนำเข้าเครื่องจักรและสินค้าทุน และการอนุมัติพื้นที่ก่อสร้างใหม่ ๆ ที่เริ่มเติบโตน้อยลง ภาระหนี้ภาคครัวเรือนที่ปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์สูงน่าจะทำให้ธนาคารพาณิชย์เริ่มระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น และทำให้ยอดขายรถยนต์ รวมถึงอสังหาฯ ไม่โตมากเหมือนในช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมา

เจษฎา สุขทิศ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ซีไอเอ็มบีพรินซิเพิล เปิดเผยว่า เศรษฐกิจของไทยนับตั้งแต่ไตรมาส 2 มีแนวโน้มชะลอตัวลงมากกว่าที่ตลาดคาด เห็นได้จากภาคการบริโภคที่เริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัวชัดเจนจากยอดขายรถยนต์ที่ปรับตัวลดลงกว่า 10% และการปรับลดลงของการจัดเก็บภาษีมูลค่าก็เริ่มเกิดขึ้น ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนก็เริ่มชะลอตัวเช่นกัน การนำเข้าเครื่องจักรและสินค้าทุน และการอนุมัติพื้นที่ก่อสร้างใหม่ ๆ ที่เริ่มเติบโตน้อยลง ภาระหนี้ภาคครัวเรือนที่ปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์สูงน่าจะทำให้ธนาคารพาณิชย์เริ่มระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น และทำให้ยอดขายรถยนต์ รวมถึงอสังหาฯ ไม่โตมากเหมือนในช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยโดยรวมน่าจะยังเติบโตได้ปานกลาง ไม่สูงมากเหมือนปีที่ผ่านมา ขณะที่อัตราเงินเฟ้อของประเทศไทยอยู่ในเกณฑ์ต่ำเพียงประมาณ 2% ถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยเงินเฟ้อของไทย สถานการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยมีแนวโน้มทรงตัว หรือปรับลดลงได้อีกเล็กน้อยในปีหน้า

ภาวะตลาดลักษณะนี้เหมาะกับการลงทุนในตราสารหนี้อายุ 2–3 ปี น่าจะให้ผลตอบแทนการลงทุนที่ดีกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นที่อายุน้อยกว่า 1 ปี เนื่องจากได้รับอัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าในกรณีที่ดอกเบี้ยทรงตัว และอาจมีกำไรจากการลงทุนหากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวลดลง

นายอนุวัตร เฉลิมไชย นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในสภาวะที่กำลังการซื้อของผู้บริโภคดิ่งลง กลยุทธ์การตลาดต้องปรับเปลี่ยน โดยเฉพาะการทำโปรโมชั่นต้องผนึกความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อเป็นการทำโปรโมชั่นที่มากกว่าการลด แลก แจก แถม เพราะผู้บริโภคมีความคุ้นเคยการลดราคาอยู่แล้ว ทำให้ไม่ดึงดูดใจหรือกระตุ้นการซื้อสินค้าได้

ขณะที่การจำหน่ายสินค้าในยุคที่เศรษฐกิจไม่ดี ต้องวางจุดขายให้มีความชัดเจน เพื่อให้สินค้าสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ หรือกระทั่งการควักกลยุทธ์ไซซ์ซิ่งหรือการออกบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็ก หรือขนาดประหยัดเหมาะสำหรับครอบครัว สอดคล้องกับกำลังการซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัวลง

แหล่งข่าวจากสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า จากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ปรับตัวลดลง ในส่วนของธุรกิจค้าปลีกคงไม่ต้องมีการปรับแผนในเรื่องของการขยายสาขา แต่อาจจะต้องหันมาปรับกลยุทธ์ในด้านของการทำตลาด ด้วยการหันมาทำโปรโมชันที่แรงขึ้น เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคแผ่วลงโดยเฉพาะผู้บริโภคในระดับกลางและระดับล่าง ขณะที่ระดับบนมีกำลังซื้อแต่ชะลอการใช้จ่าย

ทั้งนี้ จากแนวโน้มดังกล่าวเชื่อว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมค้าปลีกในสิ้นปีนี้น่าจะมีอัตราการเติบโตไม่เกิน 9% เนื่องจากมาตรการที่ภาครัฐประกาศออกมากระตุ้นยังไม่ส่งผลในด้านบวกกับผู้บริโภค จึงทำให้ไม่เชื่อว่าความคาดหวังที่จะกระตุ้นให้จีดีพีเติบโตเพิ่มอีก 1% จะเป็นไปได้

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลทั้ง 4 มาตรการ เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจปีนี้ ให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 1 จากเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ที่ร้อยละ 44.5 จะเพิ่มเป็นร้อยละ 55.5 โดยคาดว่าภายใน 12 เดือนนี้ จะทยอยออกมาตรการให้ครบ โดยมาตรการที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลังจะออกก่อนเป็นลำดับแรก พร้อมยอมรับปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัวส่งผลกระทบการส่งออกของไทย ทำให้ทั้งปีนี้การส่งออกจะขยายตัวเพียงร้อยละ 34 ในขณะที่การค้าชายแดนกลับขยายตัวต่อเนื่อง คาดว่าจะขยายตัวเป็นเลขสองหลัก โดยเฉพาะการค้ากับลาว เมียนมาร์ และกัมพูชา

เผยผลสำรวจเผยผู้บริโภคในเอเชียวิตกต่อปัญหาศก.ถดถดถอย ว่างงาน และเงินเฟ้อที่สุด ด้านไทยวิตกเงินเฟ้อเป็นอันดับสองของภูมิภาครองมาจากสิงคโปร์

จีเอฟเค บริษัทวิจัยใหญ่ที่สุดในโลก เปิดเผยรายงานผลสำรวจพบว่า ผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกว่า 4 หมื่นคน มีความกังวลต่อปัญหาทางเศรษฐกิจที่สุด โดยระบุว่าทุกๆ 2 ใน 5 คน มีความวิตกกังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจถดถอย การว่างงาน ตลอดจนถึงปัญหาเงินเฟ้อ ขณะที่จำนวน 1 ใน 3 ระบุว่า มีความกังวลต่อจำนวนเงินในกระเป๋าเพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตประจำวัน

กลุ่มประเทศที่มีความวิตกกังวลต่อปัญหาเงินเฟ้อมากที่สุด ได้แก่ สิงคโปร์ที่ 65% ตามมาด้วยอันดับ 2 คือ ไทยที่ 55% อันดับ 3 คือ จีน 51% ตามด้วยอินโดนีเซีย 39% ส่วนกลุ่มประเทศที่วิตกกังวลต่อปัญหาภาวะเศรษฐกิจถดถอยและการว่างงานมากที่สุด คือ ไต้หวันที่ 57% ตามมาด้วยเกาหลีใต้ที่ 51% และญี่ปุ่น แต่ไม่ได้ระบุตัวเลขไว้

ขณะที่ กลุ่มประเทศที่วิตกกังวลต่อปัญหาอาชญากรรมคือ มาเลเซีย ที่ 67% ตามมาด้วยอันดับสองคือ เวียดนาม ที่ 55% และอินเดีย ที่ 51%

ผลสำรวจของจีเอฟเค ยังระบุเพิ่มเติมอีกว่า ผู้บริโภคในเอเชียเริ่มหันมาระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย เช่น การออกไปทานอาหารนอกบ้านที่ร้านอาหาร ขณะที่อีก 23% ระบุว่า ต้องการลดค่าใช้จ่ายพวกเสื้อผ้าและรองเท้าลง

ทั้งนี้ รายงานผลสำรวจของจีเอฟเคนั้น ได้จัดเก็บข้อมูลจากประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปใน 28 ประเทศ ซึ่งในจำนวนดังกล่าว 11 ประเทศ เป็นกลุ่มประเทศที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประกอบไปด้วย ออสเตรเลีย จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม

ขณะเดียวกัน ผลสำรวจดังกล่าวยังประเมินผู้คนในแต่ละประเทศประมาณ 1,500 คน ด้วยคำถามที่อิงกับทัศนคติ พฤติกรรม และค่านิยมต่างๆของผู้คนอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท