
ตร.ยินดีรับข้อมูลกรรมการสิทธิฯ คดีเอกยุทธ
รองผบช.น. ระบุ ยินดีรับข้อมูลจากกรรมการสิทธิ คดี เอกยุทธ ยันทำงานตามพยานหลักฐาน
รองผบช.น. ระบุ ยินดีรับข้อมูลจากกรรมการสิทธิ คดี เอกยุทธ ยันทำงานตามพยานหลักฐาน
เวลา 10.15 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน กล่าวว่า ขณะนี้สำนวนคดีนายเอกยุทธ อัญชันบุตร ที่ถูกฆาตกรรมใกล้เสร็จสิ้นแล้ว แต่ในส่วนที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกมาแถลงว่านายเอกยุทธไม่ได้เสียชีวิตจากการฆ่าของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้นั้น เรื่องนี้ยังไม่เห็นเอกสารดังกล่าวจากกสม. ก็คงยังให้ความเห็นไม่ได้ แต่ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนที่ทำคดีนี้ก็มีหลายหน่วย ทั้งตำรวจกองบังคับการปราบปราม รวมถึงนิติวิทยาศาสตร์ด้วย และพล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็เข้ามาควบคุมคดีด้วย ตำรวจยืนยันว่าทำคดีตามพยานหลักฐานที่ปรากฎ
เมื่อถามว่า จำเป็นต้องเอาข้อมูลจากกสม.มารวมอยู่ในสำนวนคดีด้วยหรือไม่ พล.ต.ต.อนุชัย กล่าวว่า ถ้าข้อมูลหรือเอกสารมีประโยชน์ ก็คงจะนำมาปรึกษาหารือกัน และยินดีจะนำมาอยู่ในสำนวนด้วย อย่างไรก็ตาม ประเด็นหลักๆ ในการทำคดีก็ไม่มีการขัดแย้งกันระหว่างพนักงานสอบสวนกับของกสม. อีกทั้ง ตำรวจก็ทำงานเอง และสัมผัสกับพยานหลักฐานโดยตรง แต่หากกสม.มีอะไรเพิ่มเติมก็สามารถนำมาให้กับพนักงานสอบสวนได้
เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ว่าการฆาตกรรมนายเอกยุทธ เกิดจากมืออาชีพ พล.ต.ต.อนุชัย กล่าวว่า ตำรวจคงไม่ไปเถียงกันเพราะยังไม่เห็นหลักฐาน คงปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และส่วนตัวเชื่อในระบบยุติธรรมของศาล ที่น่าจะให้คำตอบได้
เมื่อถามว่าทางญาตินายเอกยุทธ ไปร้องเรียนกองบัญชาการสอบสวนกลาง ขอให้เปลี่ยนพนักงานสอบสวน เพราะไม่เชื่อการทำงานของพนักงานสอบสวน พล.ต.ต.อนุชัย กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว แต่ก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ของญาติที่สามารถกระทำได้ อย่างไรก็ตาม ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ก็เข้ามาร่วมทำคดีเป็นพนักงานสอบสวนด้วย แต่ทั้งนี้ การเปลี่ยนพนักงานสอบสวนก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชาจะมีคำสั่งให้เปลี่ยนแปลงหรือไม่
“พยานหลักฐานในขณะนี้ก็มีเพียงพอที่จะส่งฟ้องผู้ต้องหาได้ ทั้งนี้ ก็ต้องอยู่ที่ดุลยพินิจของศาล แต่ทั้งนี้ ก็ยังตั้งประเด็นเรื่องการฆ่าชิงทรัพย์ไว้ก่อนเพราะมีน้ำหนักมากที่สุด แต่ในส่วนประเด็นอื่นๆ ก็ไม่ตัดทิ้ง ในส่วนของกสม. ตำรวจก็ให้ความร่วมมือทุกอย่าง เรียกไปชี้แจงก็ไป แต่หากมีข้อมูลอื่นๆ ที่ดีก็ยินดีจะรับข้อมูลมาประกอบสำนวนคดี แต่หากไปให้ข้อมูลด้านนอก ก็ยากจะเข้ามาอยู่ในสำนวนได้ แต่เท่าที่ดูยังไม่เห็นเอกสารของกสม. เห็นว่าจะส่งไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากเห็นเอกสารก็คงจะพิจารณาได้ว่ามีอะไรที่เป็นประโยชน์บ้างพอจะอยู่ในสำนวนได้” พล.ต.ต.อนุชัย กล่าว
เมื่อถามว่า ความเห็นของอัยการจะมีผลอย่างไรต่อการส่งฟ้องผู้ต้องหาหรือไม่ พล.ต.ต.อนุชัย กล่าวว่า ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของอัยการ ตำรวจก็มีดุลยพินิจของตำรวจในการทำสำนวนดคี ซึ่งทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่ปรากฎ ไม่ใช่จินตนาการ







