
โยกเงินปั่นศก.
ครม.รื้องบค้างท่อ8.5หมื่นล้านแปลงโฉมใหม่ใช้ให้เกลี้ยงก่อนสิ้นปีคลังสั่ง7แบงก์รัฐอัดแคมเปญด่วน
ครม.รื้องบค้างท่อ8.5หมื่นล้านแปลงโฉมใหม่ใช้ให้เกลี้ยงก่อนสิ้นปีคลังสั่ง7แบงก์รัฐอัดแคมเปญด่วน
ครม.ใช้แผนสั่งรื้องบปี 2556 วงเงิน 8.5 หมื่นล้านบาท รีบลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้นำงบลงทุนที่ยังไม่มีการก่อหนี้ผูกพันใดจากทุกส่วนราชการจำนวน 8.52 หมื่นล้านบาท นำมาจัดสรรลงทุนในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยให้ทุกหน่วยงานเร่งทำสัญญาโครงการลงทุนที่มีความพร้อมให้เสร็จในวันที่ 30 ก.ย. และเบิกจ่ายงบให้หมดใน 3 เดือน คือ ต.ค.ธ.ค. 2556
นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนราชการที่มีงบลงทุนแต่ยังไม่ได้ทำสัญญาก่อหนี้ ให้ทำเรื่องเสนอ ครม.ขอโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณมาใช้ในโครงการใหม่ที่ทำได้ทันที แต่ต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศ หรือนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และต้องก่อให้เกิดประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตามอ สำนักงบประมาณได้เสนอโครงการที่ส่วนราชการต้องหลีกเลี่ยง เช่น ค่าใช้จ่ายในการซื้อพาหนะ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศ ยกเว้นภารกิจตามสนธิสัญญาหรือมีข้อผูกพันทางกฎหมาย ค่าใช้จ่ายในการจ้างบุคลากรที่จะเกิดภาระงบประมาณในอนาคต และเป็นรายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปี เป็นต้น
ทั้งนี้ สำนักงบประมาณรายงานว่า งบปี 2556 ที่ไม่สามารถทำเบิกจ่ายได้ทันวันที่ 30 ก.ย. มีจำนวน 1.7 แสนล้านบาท โดยงบจำนวนดังกล่าวเป็นงบลงทุนสูงถึง 1.2 แสนล้านบาท เป็นโครงการที่มีการทำสัญญาก่อหนี้ผูกพัน 3.8 หมื่นล้านบาท ยังไม่ได้มีการก่อหนี้ผูกพันใดๆ 8.52 หมื่นล้านบาท ซึ่งงบลงทุนบางส่วนได้รับการผ่อนผันให้ขยายระยะเวลาการทำสัญญาก่อหนี้ผูกพันไปแล้ว จากเดิมที่สิ้นสุดวันที่ 30 ส.ค. ให้ขยายเป็นวันที่ 30 ก.ย.
ด้านนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ธนาคารเฉพาะกิจ 7 แห่ง ได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ( ธอส. ) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ เอ็กซิมแบงก์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. บรรษัทตลาดรองสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยหรือ บตท. และ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. เร่งหามาตรการช่วยกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจมาเสนอโดยให้ออกเป็นมาตรการชุดที่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจแต่ต้องไม่ทำให้ธนาคารเสียหาย
“มาตรการที่ให้ไปคิดต้องการทำออกมาแล้วเกิดความตื่นเต้นเหมือนโครงการรถคันแรก โดยให้รีบสรุปภายในเดือนนี้” นายทนุศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้เนื่องจากมีบางหน่วยงานที่ไม่ค่อยมีผลงานในปีที่ผ่านมา จึงเชิญผู้บริหารมาหารือเพื่อให้คิดมาตรการหรือโครงการใหม่ๆ ที่จะมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น ให้เอสเอ็มแบงก์ ทำโครงการร่วมกับ บสย. มากขึ้น , ให้เอ็กซิมแบงก์คิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ , ส่วน ธ.ก.ส. ได้ตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นที่สำนักงานใหญ่ เพื่อดูแลเรื่องผลไม้ที่ออกตามฤดูกาลโดยเฉพาะ เพราะพืชหลัก เช่น ข้าว ข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลังนั้นมีมาตรการดูแลอยู่แล้ว แต่ผลไม้ยังขาดหน่วยงานดูแลจริงจัง ซึ่งที่ผ่านมา ธ.ก.ส. ก็เข้าไปดูแลเพื่อช่วยกระจายสินค้าคือ มังคุดกับเงาะแล้ว , ให้ ธอส. พยายามช่วยรายย่อยมากขึ้น เช่น ให้กู้ซ่อมบ้านรายไม่เกิน 2 3แสนบาท หรืออาจออกเป็นมาตรการชุดที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยที่ไม่ทำให้แบงก์เสียหาย ขณะที่ กยศ.เตรียมออกโครงการพี่ช่วยน้อง เพื่อปลุกจิตสำนึกเด็กที่ได้ทุน กยศ. ไปให้กลับมาใช้หนี้คืน







