
ถล่มงบ"57 ปชป.นวดรอวันเป่านกหวีด
เริ่มต้นยกสองวันนี้กับการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ในวาระ 2 ที่ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในซีรีส์ยาวของ “ประชาธิปัตย์”
โดย...ธนพล บางยี่ขัน
เริ่มต้นยกสองวันนี้กับการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ในวาระ 2 ที่ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในซีรีส์ยาวของ “ประชาธิปัตย์” ที่จะใช้เวทีสภาผู้แทนราษฎรไล่นวดรัฐบาลไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงเวลาสุกงอมที่จะเป่านกหวีดระดมมวลชนรอบใหม่
สำหรับ “ยกแรก” ที่จบลงไปแบบแพ้คะแนน 300 ต่อ 124 เสียง เมื่อสภาผู้แทนราษฎรมีมติเสียงข้างมากเห็นชอบในหลักการวาระแรก ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับ“วรชัย เหมะ” สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
แต่สำหรับประชาธิปัตย์ศึกนี้ยังต้องสู้กันอีกยาว ได้ประกาศตัวเดินเกมคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ทั้งในและนอกสภา พร้อมประเดิมบทบาทใหม่ด้วยการ “วอร์มมวลชน” นำพาแนวร่วมเดินเท้าร่วมส่ง สส.เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ไปทำหน้าที่คัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
ระหว่างรอนัดหมายครั้งต่อไป ช่วงนี้จึงให้น้ำหนักมายังการทำหน้าที่ในสภา ตั้งแต่การชำแหละร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ต่อเนื่องมาจนถึงการชำแหละร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ที่แม้จะไม่ได้ตั้งเป้าไปถึงขั้นหวังผลล้มรัฐบาล แต่ย่อมส่งผลให้รัฐบาลซวนเซไม่มากก็น้อย
จับสัญญาณจากเที่ยวนี้ “ประชาธิปัตย์” วางกรอบอภิปรายไว้แบบเต็มที่ให้ 137 สส. ที่เสนอขอแก้ไขถ้อยคำของพรรคได้ชำแหละการใช้งบประมาณของรัฐบาลแบบทุกซอกทุกมุม รวมทั้งได้เตรียมเก็บข้อมูลระหว่างช่วงการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ
กรอบการพิจารณาสองวัน ระหว่างวันที่ 1415 ส.ค. ที่ทางรัฐบาลเตรียมไว้จึงอาจไม่เพียงพอกับการอภิปรายที่ประชาธิปัตย์จะรุมถล่ม จนอาจเตรียมเสนอเพิ่มการอภิปรายต่อไปในวันศุกร์ที่ 16 ส.ค. เพื่อให้สมาชิกพรรคขึ้นทำหน้าที่ได้เต็มที่ พร้อมออกมาเรียกร้องดักทางไม่ให้รัฐบาลรีบชิงตัดบทการอภิปรายเหมือนตอนพิจารณา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
เป้าหมายของฝ่ายค้านในเวลานี้ ไม่ได้อยู่แค่รายละเอียดกรอบงบประมาณ 2.5 ล้านล้านบาท ที่กรรมาธิการปรับลด 31,899 ล้านบาท และนำไปเพิ่มให้หน่วยงานที่เห็นว่าจำเป็น 18 หน่วยงานเท่านั้น แต่จะใช้ประเด็นงบประมาณเปิดเรื่องไปถล่มรัฐบาลในนโยบายและผลกระทบจากความล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ไปจนถึงการทุจริตจากการบริหารงานที่ผ่านมา
เริ่มต้นตั้งแต่กรอบภาพรวมที่จะนำมายำรัฐบาลใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องวินัยการเงิน การคลัง กับการจัดงบประมาณของรัฐบาล ไปจนถึงการประเมินสถานการณ์ที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงอย่างเรื่องรายรับและรายจ่ายของรัฐบาล
ทั้งเรื่องรายรับที่น่าจะได้น้อยกว่าที่คาดการณ์ จากการปรับลดภาษีนิติบุคคล การเก็บภาษีที่ไม่เข้าเป้า ไปจนถึงการชะลอการเก็บภาษีดีเซลออกไป ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแต่กระทบต่อรายได้ไม่ให้เป็นไปตามเป้าและกระทบถึงการใช้จ่ายในที่สุด
ขณะที่ฝั่งรายจ่ายพบว่าหลายโครงการมีการใช้งบประมาณเกินกว่าที่คาดการณ์ ไม่ว่าจะเป็นโครงการรับจำนำข้าวที่ประเมินความเสียหายไปแล้วเวลานี้หลายแสนล้านบาท ไปจนถึงโครงการรถคันแรกที่รัฐบาลต้องไปล้วงเงินคงคลังมาจ่ายคืนภาษีให้ผู้เข้าร่วมโครงการ
นอกจากนี้ ยังพบการกระจุกตัวของงบประมาณในหลายจังหวัด ทั้งเชียงใหม่ ศรีสะเกษ แพร่ สุพรรณบุรี ชลบุรี ที่มีนัยสำคัญ ซึ่งฝ่ายค้านจะได้อภิปรายชี้แจง
มาจนถึงแผลเก่าทั้งหลายที่เปิดประเด็นในช่วงการอภิปรายวาระ 1 ที่วันนี้มีข้อมูลรายละเอียดเพิ่มตามจากชั้นกรรมาธิการ อย่างโครงการจัดซื้อรถตู้ให้แก่โรงเรียนขนาดเล็กเพื่อจัดสรรให้กับโรงเรียนดีศรีตำบลจำนวน 300 แห่งทั่วประเทศ
โดยในชั้นอนุกรรมาธิการด้านการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร ได้ปรับลดงบจัดซื้อรถตู้เหลือประมาณ 300 คัน จากเดิมกว่าพันคัน โดยใช้งบคันละกว่า 1.2 ล้านบาท ที่ประชาธิปัตย์ยังเกาะติดเรื่องนี้ต่อเนื่อง รวมทั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ 1,500 ล้านบาท ที่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนในรายละเอียด
ถัดมาที่เรื่องความล้มเหลวจากโครงการต่างๆ อย่างโครงการรับจำนำข้าว สินค้าราคาเกษตรตกต่ำ ปัญหาปากท้อง การเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่มีงบซ้ำซ้อนอยู่ในหน่วยงานต่างๆ หรือเงื่อนงำความไม่โปร่งใสในหลายจุดที่จะได้หยิบยกมาถล่มรัฐบาล
รวมไปถึงปัญหา “หนี้นอกระบบ” ที่จะต่อเนื่องจากรายได้ตกต่ำ ค่าครองชีพสูงขึ้น ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ปั่นป่วน จนธนาคารพาณิชย์เริ่มควบคุมการปล่อยกู้ และจะส่งผลต่อเนื่องให้หนี้นอกระบบเพิ่มขึ้นโดยรัฐบาลไม่มีมาตรการรองรับ
การอภิปรายงบประมาณในวาระ 2 นี้ จึงเป็นการค่อยๆ นวดรัฐบาลไปในประเด็นความล้มเหลวต่างๆ ที่จะสื่อออกไปให้ประชาชนที่ติดตามรับฟัง ได้เห็นความล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพในการบริหารงานของรัฐบาล
ดังนั้น บรรยากาศในสภาจะค่อยๆ ไต่ระดับความรุนแรงเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จากในช่วงสัปดาห์นี้ ที่เป็นเรื่องของงบประมาณ ก่อนที่จะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในสัปดาห์ถัดไป ที่มีร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท จ่อคิวเข้าสู่การพิจารณาในลำดับถัดไป
ที่ถือเป็นเป้าหมายใหญ่ของรัฐบาลจะต้องฟันฝ่าผ่านไปให้ได้ ในขณะที่ประชาธิปัตย์เองก็ต้องคัดค้านจนสุดความสามารถ การอภิปรายงบประมาณในยกนี้จึงมีส่วนสำคัญที่จะค่อยๆ นวดให้รัฐบาลบอบช้ำไปเรื่อยๆ
อีกด้านหนึ่งก็จะเป็นการนำประเด็นจากในสภาไปปลุกกระแสการเคลื่อนไหวควบคู่ไปกับภายนอกสภาเพื่อรอจังหวะสุกงอมที่จะออกมาเคลื่อนไหวปิดเกม







