
ทางสายกลาง
คนไทยโดยเฉพาะชาวพุทธ คุ้นเคยกับคำว่า ทางสายกลาง หรือมัชฌิมาปฏิปทา เป็นอย่างดี
คนไทยโดยเฉพาะชาวพุทธ คุ้นเคยกับคำว่า ทางสายกลาง หรือมัชฌิมาปฏิปทา เป็นอย่างดี
และ ทางสายกลาง ไม่ใช่มีความหมายว่า ต้องอยู่ตรงกลาง ไม่ซ้าย ไม่ขวา โดยความหมายหลักปฏิบัติของทางการสายกลาง คือ การทำอะไรที่พอเหมาะกับเหตุและผล
ตัวอย่างเช่น ถ้าบ้านสกปรกมากๆ ทางสายกลางไม่ใช่อยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไร ทางสายกลางที่ถูกต้องก็คือ ต้องทำความสะอาดบ้าน ด้วยแรงที่มากกว่าเดิม
แต่หากบ้านไม่สกปรก ทางสายกลาง ก็คือ ไม่ต้องเก็บ ไม่ต้องกวาด เพราะดีอยู่แล้ว
ทางสายกลาง แต่ละเหตุการณ์จึงไม่เหมือนกัน และจะเป็นสายเดียวกันไม่ได้
บ้านเมืองเราในยามนี้ การแก้ไขก็ต้องใช้ทางสายกลาง
ใครมีหน้าที่อะไร ต้องทำให้พอเหมาะกับเหตุและผล
และคนที่ต้องคิดให้หนักก็คือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลความสงบในประเทศ
ปฏิเสธไม่ได้ การก่อม็อบของเสื้อแดง สร้างผลกระทบไปทั่ว ไม่ต้องไปนับด้านเศรษฐกิจหรอกเพราะฉิบหายหมดแล้ว แต่ในด้านการเมือง ความมั่นคง มันเกิดสร้างความร้าวฉานอย่างที่ไม่เคยมีมา
อภิสิทธิ์ และ พล.อ.อนุพงษ์ จึงต้องทำสิ่งที่ควรทำ นั่นคือนำความสงบสุขกลับคืนแผ่นดิน
ถ้าอภิสิทธิ์ คิดว่า การทำให้บ้านเมืองสงบ ต้องยุบสภา ตามที่แดงเรียกร้องก็ทำไป แต่หากไม่ใช่ ก็ต้องตัดสินใจให้บ้านเมืองอยู่ภายใต้กฎหมาย
หากอภิสิทธิ์ ไม่ทำ ก็ควรจะลาออก หรือ พล.อ.อนุพงษ์ไม่ขยับ อภิสิทธิ์ ก็ต้องปลด พล.อ.อนุพงษ์
เพราะทั้งสองคนได้โอกาสมาอย่างยาวนาน
มันเป็นไปได้อย่างไรให้แดงขอนแก่น กักตัวทหาร รถลำเลียงเอาไว้ ทั้งๆ ที่กำลังจะเอาลงไปปฏิบัติการภาคใต้
ขื่อแป ไม่มี ทหารหมดสิ้นลายแล้วหรือ ทำไมถึงทำให้เกิดอำนาจเหนือกฎหมายบ้านเมืองขึ้นมาได้
อภิสิทธิ์ กับ พล.อ.อนุพงษ์ จึงต้องเลือกใช้ทางสายกลาง ทำให้เหมาะ ให้ควรกับสิ่งที่เป็นอยู่
และเลิก เก้ๆ กังๆ หน่อมแน้ม เสียที







