
การสูญเสียของสังคมไทยหลังสมเด็จเกี่ยวละสังขาร
โดย...สมาน สุดโต
โดย...สมาน สุดโต
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถระ ป.ธ. 9) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นพระสุปฏิปันโน ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดพระธรรมวินัย และกฎหมายเป็นหลัก เอาชนะอธรรมด้วยธรรม จึงเกิดความสามัคคีในสังฆมณฑล เมื่อท่านละสังขาร จึงเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของสงฆ์ไทย
สมเด็จพระพุฒาจารย์ มรณภาพด้วยอาการสงบ ที่โรงพยาบาลสมิติเวช เมื่อเวลา 08.41 น. วันที่ 10 ส.ค. สิริอายุ 85 ปี พรรษา 64
เมื่อท่านแข็งแรงปฏิบัติหน้าที่บริหารงานคณะสงฆ์นั้น ได้รับการยอมรับว่าเป็นพระเถระที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ทั้งในด้านวิชาการและการบริหารคณะสงฆ์ เริ่มจากเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2500 โดยสอนภาษาบาลี สอนพระไตรปิฎก และประธานหัวหน้าแผนกคณะพุทธศาสตร์ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยอธิการบดี และหัวหน้าแผนกธรรมวิจัยของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2507 ได้รับเลือกเป็นเลขาธิการมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
การที่พระเถระที่มีภูมิอย่างท่าน เข้าไปมีบทบาทในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในขณะนั้น เท่ากับไปโอบอุ้มมหาวิทยาลัยแห่งนี้มิให้ล้ม เนื่องจากมหาวิทยาลัยประสบกับวิกฤตช่วงที่พระพิมลธรรม (อาจ อาสภเถระ) นายกสภาฯ อธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุ ถูกการเมืองเล่นงาน ถึงกับถูกจับไปคุมขังที่สันติบาลในข้อหาคอมมิวนิสต์ ในสมัยที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าไม่มีพระเถระที่มีความสามารถเช่นท่านเข้ามาในฐานะผู้ที่เป็นเสาหลัก มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งนี้คงประสบปัญหาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อมหาวิทยาลัยเข้มแข็ง ท่านได้ลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการเมื่อ พ.ศ. 2516 เพราะภารกิจมาก หลังจากที่ได้รับพระบัญชาจากสมเด็จพระสังฆราชให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ พระอารามหลวงเมื่อ พ.ศ. 2514 และเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม เมื่อ พ.ศ. 2516
โดยไม่ต้องกล่าวถึงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 9 และภาค 10 ตำแหน่งเจ้าคณะหนใหญ่หนตะวันออก ที่ท่านสร้างคุณูปการไว้มาก
ในปี พ.ศ. 2534 ได้เป็นประธานกรรมการจัดการชำระและพิมพ์อรรถกถาพระไตรปิฎก เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในมหามงคลวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ เมื่อวันที่ 12 ส.ค. พ.ศ. 2535 ในปี พ.ศ. 2540 ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการฝ่ายเผยแผ่พระพุทธศาสนาของมหาเถรสมาคมอีกตำแหน่งหนึ่ง
ในฐานะที่เป็นประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (มหานิกาย) และแม่กองงานพระธรรมทูต ได้เดินทางไปดูการศาสนาและเชื่อมศาสนสัมพันธ์ในหลายประเทศ และในปี พ.ศ. 2512 เป็นกรรมการอำนวยการฝึกอบรมพระธรรมทูต
ที่ต้องกล่าวถึง คือ การที่พระธรรมทูตจากประเทศไทยหลายร้อยรูป นำพระพุทธศาสนาไปเผยแผ่ยังต่างประเทศ ไม่ว่าสหรัฐอเมริกาและยุโรป โดยตั้งและสร้างวัดในประเทศนั้นๆ หลายร้อยวัด ไม่มีใครปฏิเสธเลยว่าเป็นเพราะวิสัยทัศน์และการมองการณ์ไกลของพระมหาเถระรูปนี้ที่ให้การสนับสนุนทุกรูปแบบ เพราะท่านเคยพูดว่ายุโรปและสหรัฐอเมริกาจะเป็นที่มั่นของพระพุทธศาสนาในอนาคต
เมื่อได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เนื่องจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงพระประชวร ท่านถูกต่อต้านจากคนกลุ่มหนึ่งอย่างรุนแรง ทำเอาคนใกล้ชิดวิตก แต่ท่านไม่หวั่นสามารถเอาชนะอธรรมได้ด้วยธรรมและขันติธรรม ปฏิปทานี้ได้รับการยกย่องและสรรเสริญมาก เมื่อท่านนั่งเป็นประธานการประชุมและบริหารคณะสงฆ์ในฐานะประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช จึงบริหารด้วยความมั่นใจ ไม่หวั่นไหว และเป็นเสาหลักให้คณะสงฆ์ตราบเท่าทุกวันนี้
การมรณภาพของพระคุณท่าน แม้จะเป็นเรื่องสังสารวัฏที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็เป็นที่อาลัยอาวรณ์ยิ่ง เพราะเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่แห่งคณะสงฆ์ไทยอีกครั้งหนึ่ง







