
จุดตัดของรถไฟฟ้าพลิกโฉมเมือง
จุดตัดของรถไฟฟ้าในปัจจุบันที่ถือเป็นต้นแบบของการเจริญเติบโตที่มีการขยายตัวมาก ประกอบด้วย สถานีสยาม ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสถานีที่สำคัญระหว่างเส้นทางสุขุมวิทและสีลม อีกทั้งยังใกล้แหล่งช็อปปิ้ง โดยการพัฒนาคอนโดมิเนียมจะขยับไปทางบริเวณใกล้มาบุญครอง สามย่าน ราคาขายขยับขึ้นมาไม่ต่ำกว่า 1.5 แสนบาทต่อ ตร.ม. ส่วนสถานีอโศกที่เป็นจุดตัดระหว่างรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีและรถไฟฟ้าบีทีเอส ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยย่านนี้สูงขึ้นมาก และราคาที่ดินย่านนี้ก็ขยับขึ้นไปแรงมากเช่นกัน
จุดตัดของรถไฟฟ้าในปัจจุบันที่ถือเป็นต้นแบบของการเจริญเติบโตที่มีการขยายตัวมาก ประกอบด้วย สถานีสยาม ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสถานีที่สำคัญระหว่างเส้นทางสุขุมวิทและสีลม อีกทั้งยังใกล้แหล่งช็อปปิ้ง โดยการพัฒนาคอนโดมิเนียมจะขยับไปทางบริเวณใกล้มาบุญครอง สามย่าน ราคาขายขยับขึ้นมาไม่ต่ำกว่า 1.5 แสนบาทต่อ ตร.ม. ส่วนสถานีอโศกที่เป็นจุดตัดระหว่างรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีและรถไฟฟ้าบีทีเอส ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยย่านนี้สูงขึ้นมาก และราคาที่ดินย่านนี้ก็ขยับขึ้นไปแรงมากเช่นกัน
ทั้งนี้ จุดตัดรถไฟฟ้าบีทีเอส และแอร์พอร์ต ลิงค์ บริเวณสถานีพญาไท มีผลทำให้ที่ดินบริเวณใกล้เคียงย่านนี้ปรับสูงขึ้นมาก โดยในปี 2552 ราคาที่ดินย่านนี้อยู่ที่ 4 แสนบาทต่อ ตร.ว. แต่ปัจจุบันราคาสูงสุดที่มีการซื้อขายอยู่ที่ 1.5 ล้านบาทต่อ ตร.ว. โดยราคาเฉลี่ยในย่านนี้อยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาทต่อ ตร.ว. และเมื่อขยับไปบริเวณย่านราชครู ถนนพหลโยธิน ซึ่งเดิมมีราคาซื้อขายใกล้เคียงกับพญาไทที่ประมาณ 4 แสนบาทต่อ ตร.ว. ล่าสุดการซื้อที่ดินย่านราชครูของกลุ่มพฤกษาทำให้ราคาขยับขึ้นมาอยู่ที่ 9 แสนบาทต่อ ตร.ว.
ขณะที่ย่านสะพานควายในอดีต ไม่ใช่ทำเลที่นักพัฒนาให้ความสนใจ ซึ่งผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ระบุว่า แม้ทำเลจะต่างกันเพียง 1 สถานี แต่ที่อยู่อาศัยย่านอารีย์กับสะพานควายก็มีความแตกต่างกันในเชิงจิตวิทยาของผู้บริโภคมาก โดยอดีตย่านอารีย์ถือเป็นย่านคอนโดมิเนียมระดับกลางบน ราคาขายเฉียด 1 แสนบาทต่อ ตร.ม. ส่วนสะพานควายถือเป็นย่านคอนโดมิเนียมระดับกลางล่าง แต่ผลจากการเติบโตของพญาไท อารีย์ และจากฝั่งจตุจักร ทำให้ปัจจุบันทำเลใกล้รถไฟฟ้าสะพานควายก้าวขึ้นมาเทียบชั้นกับทำเลอารีย์ กลายเป็นทำเลคอนโดมิเนียมระดับกลางบน ด้วยมีราคาขายเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 11.5 แสนบาทต่อ ตร.ม. ส่วนราคาที่ดินขยับขึ้นมาเป็น 6 แสนบาทต่อ ตร.ว.แล้ว
อย่างไรก็ตาม 3 จุดตัดรถไฟฟ้าดังกล่าวที่ถือเป็นต้นแบบของจุดตัดสำคัญๆ ในอนาคต โดยนายวสันต์ คงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ ให้ความเห็นว่า บางซื่อถือเป็นจุดตัดของรถไฟฟ้าในอนาคตมากถึง 7 เส้นทาง แต่ด้วยข้อจำกัดที่ที่ดินบริเวณนี้ส่วนใหญ่เป็นของรัฐทำให้การเติบโตจะขยับออกไปในพื้นที่ใกล้เคียง
ด้านฝั่งสถานีบางหว้าถือเป็นจุดตัดที่มีผลทำให้ตลอดแนวถนนเพชรเกษมบางแค โดยเฉพาะจุดที่คาดว่าจะคึกคักมากที่สุด คือ สถานีหลักสอง (เดอะมอลล์ บางแค) และจะเป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้ากับขนส่งระบบถนนไปยังชานเมืองกรุงเทพฯ และจากนครปฐม มีผลทำให้คนจากชานเมือง คนจากนครปฐม เลือกหาที่อยู่อาศัยในแนวจุดตัดจากบางหว้ามาถึงสถานีหลักสอง
สำหรับจุดตัดของสถานีรถไฟฟ้าในเส้นทางต่างๆ ที่กระจายอยู่ทั้งในเมืองและนอกเมือง จะทำให้เกิดศูนย์กลางของเมืองแห่งใหม่ และจะทำให้ความเจริญของเมืองกระจายตัวออกไปไม่กระจุกอยู่แค่เมืองชั้นในเหมือนเช่นอดีต







