
ก๊าซฟาร์มไก่
แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกระยะ 10 ปี (2555-2564) กำหนดเป้าหมายการใช้พลังงานทดแทนในสัดส่วน 25%
แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกระยะ 10 ปี (2555-2564) กำหนดเป้าหมายการใช้พลังงานทดแทนในสัดส่วน 25% ของการใช้พลังงานทั้งหมดภายในปี 2564 โดยแยกเป็นการผลิตจากแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) พลังงานลม พลังงานน้ำ ชีวมวล พลังงานขยะ และก๊าซชีวภาพ
ทั้งนี้ ทางสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้นำเสนอผลการผลิตก๊าซชีวภาพจากฟาร์มเลี้ยงไก่ ระยะที่ 1 ซึ่งมีผู้ประกอบการเข้าร่วม 16 ฟาร์ม คาดผลิตก๊าซชีวภาพได้ 11,025,960 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อปี คิดเป็นมูลค่าทดแทนพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 40 ล้านบาทต่อปี
สุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ผู้อำนวยการ สนพ. กล่าวว่า กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานได้สนับสนุนสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ (ERDI) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำเนินโครงการส่งเสริมการผลิตก๊าซชีวภาพในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ขนาดกลางใหญ่ โดยมุ่งเน้นไปที่ฟาร์มสุกรจนประสบความสำเร็จมาแล้ว และปัจจุบันได้พัฒนาเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพอย่างต่อเนื่องจนสามารถประยุกต์ใช้กับปศุสัตว์ได้หลากหลายประเภทมากขึ้น โดยเฉพาะฟาร์มไก่เลี้ยง
จากการสำรวจศักยภาพของฟาร์มเลี้ยงไก่ทั่วประเทศ พบว่ามีศักยภาพในการผลิตก๊าซชีวภาพได้ไม่น้อยกว่า 462 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี สามารถนำไปผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 554 ล้านหน่วยต่อปี คิดเป็นมูลค่า 1,663 ล้านบาท
ดังนั้น ระหว่างปี 2553-2556 กองทุนฯ จึงได้สนับสนุนงบประมาณ 118 ล้านบาท ให้ ERDI ดำเนินโครงการส่งเสริมการผลิตก๊าซชีวภาพในฟาร์มเลี้ยงไก่ ระยะที่ 1 อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินโครงการเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการให้การตอบรับเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการผลิตก๊าซชีวภาพในฟาร์มเลี้ยงไก่ ระยะที่ 1 มากถึง 16 ฟาร์ม สามารถผลิตก๊าซชีวภาพได้ 11,025,960 ลบ.ม.ต่อปี คิดเป็นมูลค่าทดแทนพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 40 ล้านบาทต่อปี
สนพ.มีเป้าหมายจะดำเนินโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับแผนการพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก 25% ใน 10 ปี ที่กำหนดให้มีสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 7,413 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ (ktoe) เพิ่มเป็น 25,000 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ (ktoe) ในปี 2564 หรือคิดเป็น 25% ของการใช้พลังงานรวม
ชุมพร แสนขวา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีวิโรจน์ ฟาร์ม จ.ขอนแก่น กล่าวว่า บริษัทได้ให้ความสนใจและเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการผลิตก๊าซชีวภาพในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สนพ. และ ERDI โดยระบบดังกล่าวทำให้บริษัทสามารถนำก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้มาใช้เป็นพลังงานทดแทน ช่วยลดค่าใช้จ่ายและยังสามารถช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและกลิ่นเหม็นจากมูลไก่ ซึ่งช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี
ปัจจุบันบริษัทมีปริมาณมูลไก่ 120 ตันต่อวัน ซึ่งทางบริษัทได้แบ่งสัดส่วนการใช้มูลไก่ออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ใช้เลี้ยงปลา ผลิตปุ๋ย และผลิตก๊าซชีวภาพ สำหรับมูลไก่ที่เข้าสู่ระบบก๊าซชีวภาพมีประมาณ 40 ตันต่อวัน สามารถผลิตก๊าซชีวภาพได้วันละ 3,200 ลบ.ม. นำไปใช้เป็นพลังงานความร้อนเพื่อทดแทนก๊าซแอลพีจีในการอบแห้งปุ๋ยได้ประมาณ 1,500 กิโลกรัมต่อวัน คิดเป็นมูลค่า3 หมื่นบาทต่อวัน
อย่างไรก็ตาม นโยบายส่งเสริมการผลิตพลังงานทดแทนเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการต่อเนื่อง และต้องอาศัยระยะเวลาเพื่อสร้างความมั่นใจกับผู้ประกอบการเอกชนให้เข้ามาลงทุน เพราะขณะนี้ยังมีปัญหาอุปสรรคที่ต้องได้รับการแก้ไข เช่น การพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในการผลิตก๊าซชีวภาพจากพืชพลังงาน และแหล่งเงินทุนขาดความเชื่อมั่นในด้านความคุ้มทุน ในประเด็นเหล่านี้ภาครัฐจะต้องจริงใจกับการลดปัญหาอุปสรรคเพื่อให้แผนงานด้านพลังงานทดแทนเห็นผลเป็นรูปธรรมมากที่สุด







